“ยศชนัน” ส่งท้ายหาเสียงอุบลฯ อ้อนเลือกเพื่อไทยยกจังหวัด “ณัฐวุฒิ” ซัดพวกปั่นกระแสโซเชียลทำแตกแยก ย้ำ “อ.เชน” สู้เคียงข้างเสื้อแดงมาตลอด เหน็บ “อนุทิน” น่าเป็นห่วง ปราศรัยเรียกตัวเองเป็นไส้เดือน


วันที่ 3 ก.พ. 2569 บรรยากาศการลงพื้นที่ภาคอีสานของ พรรคเพื่อไทย “3 วัน 8 จังหวัด 16 เวทีปราศรัย” เป็นไปอย่างคึกคัก นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียง และแกนนำชุดใหญ่ โดยหลังจากเดินสายมาแล้ว 6 เวที ตั้งแต่สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และอำนาจเจริญ


ล่าสุดวันนี้ ได้เดินทางมาถึง เวทีที่ 7 ณ อ.ศรีเมืองใหม่ และ 8 ในช่วงบ่าย ที่ อ.น้ำยืน สำหรับเวทีวัดวารีอุดม อ.น้ำยืน หาเสียงช่วย นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ผู้สมัคร สส. จังหวัดอุบลราชธานี เขต9 เบอร์ 1 และนายวัชรพล เชื้อคง ผู้สมัคร สส. จังหวัดอุบลราชธานี เขต10 เบอร์ 3


นายยศชนัน ปราศรัยว่า เป็นความตั้งใจจริงที่เดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อส่งต่อความจริงใจจากพรรคเพื่อไทย ประเด็นสำคัญอันดับหนึ่งที่ท่านหยิบยกมาสื่อสารคือสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยประกาศอย่างหนักแน่นว่าพร้อมจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อนำความสงบสุขและอธิปไตยกลับคืนมาสู่คนในพื้นที่ เพราะท่านเชื่อมั่นเสมอว่าใน “เรื่องของชาติ ทุกคนคือฝั่งเดียวกัน” พรรคเพื่อไทยจึงขออาสาเข้ามาดูแลทั้งในเรื่องการเยียวยา การพัฒนาระบบเตือนภัย และการใช้วิถีทางการเจรจาทุกรูปแบบเพื่อเป็นหลักประกันว่าจะสามารถ “ปกป้องอธิปไตย และนำสันติภาพกลับสู่พี่น้องชาวน้ำยืน-อุบลราชธานี” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ


...


“ยศชนัน” ส่งท้ายหาเสียงอุบลฯ อ้อนเลือก พท. ยกจังหวัด


ต่อมาเมื่อเวลา 17.10 น. ที่ตลาดเจริญศรี อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายยศชนัน และคณะ ได้ลงพื้นที่หาเสียงช่วย น.ส.กิตติ์ธัญญา วาจาดี เขต 4 โดยพบปะกับพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้า โดยมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปและมอบดอกไม้ให้เป็นระยะ และได้ปิ้งข้าวจี่ พร้อมกับกล่าวว่า “เป็นของดีเมืองอุบล ใครมาก็ต้องกิน”


จากนั้น เวลา 19.00 น. นายยศชนัน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ปากห้วยวังนอง อ.เมือง ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส. อุบลราชธานี ทั้ง 11 เขต โดยมีประชาชนมาฟังจำนวนมาก ทันทีที่นายยศชนันมาถึง ประชาชนต่างส่งเสียงร้องเชียร์กึกก้องว่า “นายกฯ เชน” พร้อมรุมกอดหอม และมอบช่อดอกกุหลาบ พวงมาลัยกระทะหมูเกาหลี พวงมาลัยก๋วยจั๊บญวน พวงมาลัยกุนเชียง พวงมาลัยหมูยอ


นายยศชนัน ปราศรัยว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวอุบลราชธานีทุกท่าน วันนี้ตนเอาหัวใจมาทิ้งไว้ที่นี่แล้ว วันนี้คนมาเยอะมากมาย ตนสามารถที่จะบอกกับพ่อแม่พี่น้องว่าหากไม่มีอุบล ก็ไม่มีพรรคเพื่อไทย 8 กุมภาพันธ์ ตนพร้อมที่จะเปลี่ยนความฝันความหวังของพี่น้องชาวอุบลฯ ให้เป็นความจริง อุบลราชธานีมีดีมากมาย ทั้งศิลปวัฒนธรรม อาหารก็ดี วัดวาอารามสวยงาม โอทอปดี และแน่นอนอุบลต้องอยู่ในสายตาประชาคมโลก สิ่งสำคัญคือเรื่องของคุณภาพชีวิตที่ดี เราจะแก้หนี้ทั้งระบบ สร้างเศรษฐีเงินล้านทุกวัน 8 กุมภาพันธ์ คนไทยต้องไร้จน แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งทั้งระบบ ปัญหายาเสพติด ปัญหาสแกมเมอร์ไม่จบ ไม่เลิก ปัญหาคอร์รัปชันมีมากมาย ตนจะเข้าไปแก้ปัญหา รัฐบาลดิจิทัลจะทำให้ประเทศไทยต้องไม่มีคอร์รัปชัน


“วันนี้ผมรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง ผมไม่สามารถเข้าสภาฯ คนเดียวได้ ขอให้พี่น้องช่วยเลือกทั้ง 11 เขต การเลือกตั้งเหลืออีกไม่กี่วัน ขอให้ช่วยสนับสนุนพรรค พท. เลือกทั้งคนทั้งพรรค” นายยศชนัน กล่าว


“ณัฐวุฒิ” ยัน “อ.เชน” เป็นคนเสื้อแดงตัวจริง


ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค พท. กล่าวปราศรัยช่วงหนึ่งว่า นั่งรถมาเห็นข่าวโซเชียล ที่มีคนพยายามปั่นกระแสว่า อ.เชน ไม่ใช่คนเสื้อแดง แล้วจะให้คนเสื้อแดงเลือกไปเป็นนายกฯ ได้อย่างไร จึงอยากบอกว่า อ.เชน มาร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงในหลายเวที หลายวาระ แต่ตอนนั้นเป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นนักวิจัย จึงไม่ได้แสดงตัว หรือ ปรากฏตัวบนเวที จึงต้องถามกลับไปว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่ไม่ได้เป็นเสื้อแดง แต่ทำไมบางพรรคการเมืองถึงแบกไปเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และยังพบว่า ช่วงหลังนายกฯ หันมาขู่ตนว่า “ที่พูดระวังจะโดนฟ้อง” ซึ่งเป็นการขู่จะฟ้องคนที่เคยติดคุกมาแล้ว 3 รอบ แต่หากนายกฯ จะฟ้องเพิ่มอีกคดี ถือว่าเป็นเกียรติ แต่ต้องฟ้องประชาชนว่า นายกฯ คนนี้เข้ามาด้วย “ถูกหวยกินส้ม” ไปไหนมาไหน อ้างจะทำต่าง ๆ นานา ให้ประชาชนมากมาย แต่บนเวทีพูดแค่นโยบายเดียว คือ “คนละครึ่ง ๆ” ถ้าพูดได้แค่นี้ พรรค พท. ให้ได้มากกว่าคนละครึ่ง คือ รัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30


เหน็บ “อนุทิน” ทำตัวแปลก ปราศรัยเรียกตัวเองเป็นไส้เดือน


นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อคืนเห็นนายอนุทิน ปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี เดี๋ยวนี้แปลกเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวก็เรียกตัวเองเป็นนั้นเป็นนี้ “เป็นไส้เดือน” อาการน่าเป็นห่วง แต่วิถีพรรค พท. เป็นได้อย่างเดียว และเป็นมาตลอด คือ เป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งของประชาชน ที่ทำได้ทุกนโยบายอย่างแน่นอน


นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวว่า พรรค พท. มาวันนี้ เราไม่ได้พาพี่น้องแบ่งสีแบ่งฝ่าย เราไม่ได้บอกว่า “ต้องกาคนที่เรียกตัวเองว่า เสื้อแดงเท่านั้น” แต่พรรค พท. เป็นรัฐบาลของทุกคน มีเป้าหมาย คือ การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน คนจะเลือกหรือไม่เลือกก็ตาม แต่ถ้าเราเป็นรัฐบาล จะทำงานอย่างจริงจัง ตั้งใจ พรรค พท. ทั้งประเทศ คนไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไรก็กาพรรค พท. ได้ทั้ง 2 ใบ เพราะแคนดิเดตนายกฯของเรา ไม่อยู่ในเงื่อนไขของความขัดแย้ง ไม่ว่าจะไปดีเบต ไปปราศรัย หรืออธิบายความที่เคยฟาดฟันในสนาม นี่คือวิธีคิดของคนตั้งใจทำงาน หากเอาแคนดิเดตนายกฯ ของแต่ละพรรคมาเรียงกัน จะเห็นว่า เด่นที่สุด แตกต่างที่สุด คือ “ยศชนัน” ดังนั้น เลือกตั้งครั้งนี้ คือ เลือกนายกฯ ถ้าจะเลือกนายกฯ ก็ขอให้เลือก “ยศชนัน”