“อนุทิน” ย้ำ พรรคอันดับ 1 ชอบธรรมจัดตั้งรัฐบาลก่อน หากถูกชวนต้องดูรับเงื่อนไขได้หรือไม่ ลั่น ไม่ปิดประตูจับมือน้ำเงิน-แดง ไม่หวั่นถูกเช็กบิลเขากระโดง-ฮั้ว สว. เผย 8 ก.พ. เกาะติดที่บุรีรัมย์
เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีระบุพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.แบบแบ่งเขต 200 ที่นั่ง และ สส.บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง ว่า ตนไม่เคยปราศรัยแบบนี้ แต่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ไปปราศรัยที่ จ.สุพรรณบุรี มีแต่บอกเป็นสำเนียงเหน่อแบบสุพรรณบุรีว่า พ่อก็หมา แม่ก็หมา ลูกก็หมา หมากันทั้งบ้าน ไม่เคยพูดตัวเลขในการปราศรัย
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประเมินหรือไม่ ตัวเลขล่าสุดของพรรคภูมิใจไทยจะได้ สส.เท่าไหร่ นายอนุทิน ตอบว่า เขาประเมินก็ต้องเล็งผลเลิศไว้ก่อน เพราะเรามีการติดตามรณรงค์หาเสียงของผู้สมัคร สส.เราทุกเขตทั่วประเทศ เมื่อถามว่าจนถึงขณะนี้มีพรรคการเมืองใดมาทาบทามร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน ร้องโอ๊ย ก่อนจะระบุว่า “เอาให้ผ่านวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ให้ได้ก่อนเถอะ”
ส่วนกรณีระบุพรรคภูมิใจไทยจะเป็นที่ 1 ในขั้ว หมายความว่าจะพยายามรวบรวมเสียงใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราพยายามรักษากติกาทางระบอบรัฐสภาให้มากที่สุด ซึ่งกำหนดไว้ว่าเลือกเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย เป็นรัฐบาลก็ควรมีเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่ง ถ้าจะเป็นแกนนำรัฐบาลควรจะเป็นพรรคที่มีเสียงมากที่สุดในรัฐบาล ตรงไปตรงมาที่สุด ปฏิบัติมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใดก็ตาม ทางด้านคำถามว่าหลังปิดหีบเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะเห็นภาพการจับขั้วรัฐบาลได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน ระบุ ตนว่ารอให้ตัวเลขจำนวน สส.ของแต่ละพรรคนิ่งก่อน ซึ่งกว่าจะนิ่งหลังจากปิดหีบ 17.00 น. ตัวเลขที่จะเห็นเป็นรูปเป็นร่างน่าจะมี 21.00-22.00 น.
...
ผู้สื่อข่าวถามต่อ ผลการเลือกตั้งพรรคอันดับ 1 ควรจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เป็นอย่างนั้นมาโดยตลอด พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลก่อน เมื่อจัดไม่ได้ก็เป็นสิทธิของพรรคอันดับ 2 เมื่อยังจัดไม่ได้อีกก็เป็นพรรคอันดับ 3 มันไล่ตามลำดับอยู่แล้ว ไม่เคยมีนะใครจะมาแย่งคนแรกจัด มันมีกฎ กติกา มารยาทของมันอยู่”
ในคำถามว่าหากพรรคประชาชน (ปชน.) เป็นพรรคอันดับ 1 พรรคภูมิใจไทยจะไม่จัดตั้งรัฐบาลแข่งใช่หรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า พรรคอันดับที่ 1 สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก่อนอยู่แล้ว ลองดูการเลือกตั้งคราวที่ผ่านมา ทั้งปี 2562 และปี 2566 เป็นไปตามกลไก พรรคที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก็ยังดำรงสภาพเป็นพรรคที่มี สส.ในสภาฯ สูงสุดทุกครั้ง ปี 2562 พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ ปี 2566 พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำ
ส่วนปี 2569 “ก็” จากนั้นนายอนุทินหยุดพูดพร้อมกับพยักหน้า ก่อนจะกล่าวว่า มีแต่รัฐบาลของตนที่กำหนดวาระชัดเจน 4 เดือน มันก็เลยมีสภาพเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่ในขั้วรัฐบาลของตน พรรคภูมิใจไทยก็มีจำนวนสมาชิกมาก เราอยู่ในกติกา ไม่มีอะไรผิดแปลกไปจากการฟอร์มรัฐบาลอื่นเลย เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคประชาชนมาเป็นอันดับ 1 อาจจะถูกพรรคการเมืองอันดับ 2, 3 และ 4 ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลและลอยแพ นายอนุทิน เผยว่า “ถ้าเขาจัดได้ใครจะไปลอยแพเขาล่ะ ถ้าเขาจัดได้ สมมติมาเป็นอันดับที่ 1 แล้วสามารถรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้ การฟอร์มรัฐบาลมันก็จบตรงนั้น”
เมื่อถามอีกว่าในการจับขั้วรัฐบาลจะให้เวลาพรรคอันดับ 1 ในการจับขั้วรัฐบาลกี่วัน พรรคอื่นถึงจะตั้งรัฐบาลแข่งได้ นายอนุทิน ตอบว่า ที่ผ่านมาตนก็เห็นทุกพรรคให้เวลาต่อกันและกันเสมอ อย่างคราวที่แล้วพอพรรคก้าวไกลไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลต่อได้ก็มีสปิริตดีมาก ออกมาประกาศว่าเขาไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และให้ทางพรรคเพื่อไทยดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลต่อ ผู้สื่อข่าวถามต่อไป ต้องรอให้พรรคอันดับ 1 ประกาศก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตนไม่ทราบคำว่า “ต้อง” หมายความว่าอะไร เพราะไม่เคยเป็นพรรคอันดับ 1 ไม่ใช่เป็นตัวกำหนดหรือเดินเกม
ขณะที่คำถามว่าหากพรรคประชาชนเป็นอันดับ 1 พรรคภูมิใจไทยจะไปโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชนให้หรือไม่ นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่า “เขาเรียกเราไหมล่ะ เขาเชิญเราไหมล่ะ” และหากเชิญก็ต้องมานั่งคุยกัน เรายังไม่รู้ใครเป็นพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 แล้วเงื่อนไขมีหรือไม่ รับนโยบายของเราได้หรือไม่ ไม่ใช่แบบพอตั้งรัฐบาลก็รับเงื่อนไข แต่พอผ่านไป 1 ปีแล้วเอาออกแบบนี้
“พรรคประชาชนก็ทำตัวอย่างที่ดีเหมือนกัน ถ้าทำอะไรกับพรรคประชาชนเขาก็จะมี MOA หรือ MOU ซึ่งอย่าไปมองว่าเรื่องเยอะหรืออะไร มันก็ดี เหมือนมีคัมภีร์เอาไว้ให้เดินตาม เพราะบางที Gentlemen's agreement ถึงเวลาจริงๆ ก็จะมีเหตุนู่นเหตุนี่ อ้างไปเรื่อย ทำให้เกิดความไม่นิ่งทางการเมือง”
หากพรรคประชาชนมาเชิญร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยจะมี MOA กำกับเขาใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาไว้รอก่อน อย่าเพิ่งพูดอะไรก่อนผลการเลือกตั้งจะออก เพราะผลการเลือกตั้งมันถูกกำหนดโดยประชาชน เพราะฉะนั้นอย่าไปพูดอะไรชี้นำ สำหรับตนการที่ไปพูดอะไรก่อนเท่ากับไม่รับฟังเสียงประชาชน หรือไม่ให้ความเคารพต่อเสียงประชาชน ตนก็ระมัดระวังตรงนี้มากๆ ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามบ่อยเดี๋ยวเผลอ ทางด้านคำถามว่าหากพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 1 ทุกอย่างจะง่ายและเร็วใช่หรือไม่ นายอนุทินร้องหึ พร้อมกับยิ้มและไม่ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำ มีพรรคในใจที่จะจับมือร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะแต่ไม่ตอบคำถาม
ถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะมีการทำ MOA กับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นการป้องกันใช่หรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า มันจะต้องมีอะไรไว้เป็นถ้อยคำ ส่วนการทำ MOA จะเป็นการย้อนเกล็ดกับสิ่งที่เขาเคยทำกับเราตอนเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า มันคนละเรื่องกัน เพราะ MOA นั้นเป็นการบอกกับเขาว่าอย่างไร เราก็อยู่ 4 เดือน แต่พอถึง 2 เดือนกว่า เขามีเงื่อนไขที่อยู่นอก MOA มา ซึ่งเราไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขนั้นได้ เขาก็บอกว่าอย่างนั้นให้เรายุบสภาฯ ไป ตนก็ยุบสภาฯ เพราะมีคนบอกให้ตนยุบสภาฯ เราเป็นเสียงข้างน้อย
มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่หลังการเลือกตั้งพรรคสีแดงกับพรรคสีน้ำเงินจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า ก็กลับไปคำตอบเดิม ตนต้องรอผลการเลือกตั้งให้นิ่งเสียก่อน ยังมีเวลา รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องจัดภายในคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์หรือในสัปดาห์แรก ครั้งที่แล้วปี 2566 ใช้เวลาการจัดตั้งรัฐบาล เกือบ 2 เดือนกว่าจะมีรัฐบาล เมื่อถามว่าจะให้คำมั่นกับพรรคกล้าธรรม (กธ.) อย่างไร หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากหลายพรรคประกาศไม่เอาพรรคกล้าธรรม หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวตอบว่า ตอนนี้เราให้การเลือกตั้งดำเนินไปเสร็จสิ้นเรียบร้อยก่อน ทุกพรรคควรจะใช้เวลาบริหารจัดการพรรคตัวเองให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้มากที่สุด
ขณะที่อีก 4 วัน จะถึงวันเข้าคูหาเลือกตั้งแล้วรู้สึกตื่นเต้นหรือไม่ เพราะเป็นพรรคที่มีกระแสนำ นายอนุทิน เผยว่า ตื่นตัวมากกว่า คงไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะชีวิตนี้ผ่านการเลือกตั้งในฐานะหัวหน้าพรรคก็ 4 รอบแล้ว ในฐานะสมาชิกพรรคอีก สมัยก่อนตอนเด็กๆ ที่ตามพ่อไปดูการเมืองก็เห็นสภาพนี้มาหลายรอบแล้ว ค่อนข้างที่จะคาดเดาและบริหารความรู้สึก บริหารความคาดหวังได้ระดับหนึ่ง แต่ถามว่าตื่นตัวไหม มีลุ้นไหม ก็มีอยู่แล้ว มนุษย์ปุถุชนแข่งขันกัน เราก็ต้องลุ้น ให้ฝ่ายที่เรารับผิดชอบประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุด
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยจะลืมเรื่องราวในอดีตที่เขาทำกับเราตอนนั้นแล้วกลับมาจับมือกันหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตนเป็นคนที่มีอุปนิสัยคือคนที่ทำอะไรดีไว้ก็ไม่ค่อยลืม คนที่ทำไม่ดีกับเราก็ลืมๆ ลืมง่าย เพราะเราอยากเจอหน้าใครเราอยากจะยิ้มและยกมือไหว้ และไม่อยากคิดอะไรให้ขุ่นข้องหมองใจ
ส่วนคำว่า “การเมืองไม่มี มิตรแท้และศัตรูที่ถาวร” ใช้ได้กับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ศัตรูถาวรตนมีอยู่แล้ว แต่ตนจะแสดงออกหรือเปล่า แล้วมันมีประโยชน์อะไรในการไปทำ ตั้งแต่ที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีมา 4 เดือนมีไหม ก็มีอำนาจ มีไหม ก็มี คิดแก้แค้นเช็กบิลอะไรใครก็สามารถทำได้หมด แต่มันไม่มีประโยชน์เพราะเราจะทุกข์ไปด้วย เราไปทำอะไรเขาเราก็ต้องระมัดระวังว่าเขาจะสวนกลับมา ทุกคนมีมือมีเท้าเท่ากัน ดีที่สุดคือคิดแต่เรื่องดีๆ ทุกคนก็มีเรื่องดีๆ ต่อกัน ไอ้เรื่องที่ไม่ดีอย่างไรก็ไม่ลืม ก็อย่าไปเอามันขึ้นมาเป็นประเด็น
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยมาง้อหรือยัง นายอนุทินหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “อุ๊ย ทำไมต้องง้อ” หลังลงพื้นที่อ่านใจประชาชนได้หรือไม่ว่า ประชาชนจะให้ผ่านโปรหรือไม่ในการทำงานช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ถามทุกเวทีจะให้ผ่านโปรหรือเปล่า ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ตบมือและส่งเสียงกรี๊ดให้กับตน และตนก็ยังเสียงแหบอยู่ตอนนี้
วันเลือกตั้งจะมีวอร์รูมที่ไหนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์ และวางแผนไว้ว่าจะขับรถตระเวนไปดูพื้นที่เลือกตั้ง ทั้งบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตนเดินทางไปหาลูกบ้านบ่อยอยู่แล้ว พอถึงเวลาอันควร สอบถามจากเขตอื่นๆ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะนอนค้างบุรีรัมย์ หรือจะกลับมาที่กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวไม่ต้องตามเพราะอาจจะกลับกรุงเทพฯ เมื่อถามต่อจะไม่มาลุ้นหรือจับขั้วที่กรุงเทพฯ หรืออย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ อยู่ในบ้านก็รู้สึกโล่งใจ ปลอดภัยดี ผู้สื่อข่าวถามย้ำ ถ้ามีการจับมือหรือจับขั้วจะต้องไปหาที่ จ.บุรีรัมย์ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถามเพียงแค่หัวเราะในลำคอ
สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากต้องรักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย จะรู้สึกกดดันหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เราทำในสิ่งที่ดีที่สุด อะไรที่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด แล้วก็ต้องทำ ไม่ใช่ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ทำหมดแล้ว ไม่มีอะไรที่ยังไม่ได้ทำ ในประเด็นคำถามหากได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบกังวลหรือไม่ว่าจะถูกเช็กบิลในหลายๆ เรื่อง นายอนุทิน ย้อนถามว่าเรื่องอะไรบ้าง ผู้สื่อข่าวตอบว่าหลายๆ เรื่องทั้งเรื่องเขากระโดงและเรื่องฮั้ว สว. นายอนุทิน ระบุว่า เรื่องเขากระโดง การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังฟ้องอยู่ ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนและตามกฎหมาย ไม่มีการชี้นำ ไม่มีการกดดัน หรือแทรกแซงใดๆ ทั้งสิ้น
“ผมพูดได้อย่างเต็มปาก ไม่ว่าจะเป็นตัวของผมเองหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ไม่ได้มีเรื่องนี้อยู่ในลำดับความสำคัญ เพราะเป็นหน้าที่ของการรถไฟฯ ถ้าเขาคิดว่าทรัพย์สินนี้เป็นของเขา แล้วเขาคิดว่าถ้ามีใครมาบุกรุก เขาก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่”
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามต่อในตอนท้ายว่า การรถไฟฯ ได้ส่งเรื่องมาที่มหาดไทยแล้วหรือยัง นายอนุทิน กล่าวว่า คนที่จะทำเรื่องมายังกระทรวงมหาดไทยจะต้องมีคำสั่งศาลสั่งมา ต้องฟ้องศาลให้เรียบร้อย กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ไม่สามารถที่จะไปเพิกถอนที่ดินของใครได้ถ้าไม่มีคำสั่งศาล สมมติว่าถ้ามีคำสั่งศาลมาเมื่อไหร่ เขาก็ดำเนินการทันทีอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงเลย.