“อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ” ชี้ คะแนนเสียงประชามติอาจ “ตกน้ำ” ไปเป็นล้านเสียง ถึงขั้นพลิกผลการทำประชามติได้ มองประชาสัมพันธ์กกต.น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับงบประมาณหน่วยงาน


วันที่ 3 ก.พ. 2569 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า “รู้หรือไม่?” คะแนนเสียงประชามติอาจ “ตกน้ำ” ไปเป็นล้านเสียง ซึ่งพลิกผลประชามติได้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ผมไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า โดยเลือกนอกเขต และพบข้อสังเกตสำคัญที่ประชาชนควรรู้ คือการเลือกตั้งปี 2569 ครั้งนี้มีการทำประชามติควบคู่กัน แต่ตามกฎหมายไม่อนุญาตให้ออกเสียงประชามติล่วงหน้า เนื่องจากเป็นกฎหมายคนละฉบับ หลายคนจึงเข้าใจผิดว่าไปใช้สิทธิวันที่ 1 ก.พ. แล้วจะได้บัตรครบทั้งสามใบ ทั้งที่ความจริงประชามติต้องไปใช้สิทธิในวันจริง คือวันที่ 8 ก.พ. เท่านั้น


ปัญหาสำคัญอีกประเด็นคือ ระบบการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากับการลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามติเป็นคนละระบบ ต้องลงทะเบียนแยก ส่งผลให้มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 2.4 ล้านคน แต่ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิประชามติมีเพียงประมาณ 1.5 ล้านคน ส่วนต่างกว่า 9 แสนคนนี้มีโอกาสสูงที่จะไม่ได้ไปใช้สิทธิประชามติ ด้วยหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะไม่รู้ตัว หรือติดธุระในวันที่ 8 ก.พ. หรือไม่อยากไปสองรอบ ฯลฯ เหตุหลังสุดที่ว่าคนอาจไม่ไปสองรอบ แม้แต่ผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิประชามตินอกเขตไว้แล้ว 1.5 ล้านคน ที่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. หลังจากต้องฝ่ารถติด หาที่จอดรถ และต่อแถวยาวเพื่อใช้สิทธิ โอกาสที่จะกลับไปฝ่าคลื่นมหาชนอีกครั้งในวันที่ 8 ก.พ. (ซึ่งคนเยอะกว่าเดิมมหาศาล) เพื่อเจาะจงไปลงประชามติโดยเฉพาะ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นในฐานะนักประชาธิปไตยอย่างมาก ซึ่งในทางปฏิบัติคงแทบจะไม่มี

...


ในขณะเดียวกัน คนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจว่า การไม่ไปลงประชามติไม่มีผลกระทบต่อตนเองทางกฎหมาย ทั้งที่ความจริง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ มาตรา 24 กำหนดให้ผู้ไม่ไปใช้สิทธิและไม่แจ้งเหตุ ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง แทบไม่ต่างจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ประเด็นนี้ต้องขอท้วงติงว่า การประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังน้อยเกินไปมาก เมื่อเทียบกับงบประมาณของหน่วยงาน


เมื่อพิจารณาควบคู่กับผล KPI Poll ล่าสุด ที่พบว่าผู้เห็นชอบประชามติอยู่ที่ประมาณ 53% การที่เสียงจำนวนมากอาจหายไปจากกระบวนการ ย่อมตั้งคำถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า “ผลประชามติครั้งนี้จะสะท้อนเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด”


ดังนั้นผู้ที่ไปเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. หากวันที่ 8 ก.พ. ไม่ติดธุระสำคัญ ผมขอเชิญชวนให้ยอมไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติอีกครั้ง และหากไม่สามารถไปได้จริง อย่าลืมแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิภายในกำหนด ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 ก.พ. เพราะสิทธิของเราไม่ควรหายไปเพราะ “ไม่รู้ข้อมูล” ครับ