“สุดารัตน์” ไทยสร้างไทย ประกาศ ขอเข้าไปกู้ชีพ 30 บาทรักษาทุกโรค ก่อนล่มสลาย ลั่นให้ประกันสังคมและ 30 บาท จับมือ เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน มั่นใจทำให้ดีขึ้นได้
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย หมายเลข 48 แถลงข่าวโดยเปิดเผยถึงวิกฤตงบประมาณและระบบสาธารณสุขไทยที่กำลังเผชิญกับ “ระเบิดเวลา” จากภาระงบประมาณบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 2.7 แสนล้านบาท แต่กลับส่งผลให้โรงพยาบาลขาดทุนสะสมร่วมหมื่นล้านบาท และบุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักเกินขีดจำกัด คนไทยเจ็บป่วยมากขึ้น
คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ให้เห็นการบริหารจัดการงบประมาณรายหัวที่ปัจจุบันสูงถึง 4,173 บาท แต่เงินกลับไปถึงโรงพยาบาลเพียงน้อยนิดเนื่องจากถูกกักไว้ที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะเงินส่งเสริมสุขภาพ 681 บาทต่อหัว ไปถึงโรงพยาบาลน้อยมาก แต่ถูกใช้ตามความต้องการทางการเมือง ซึ่งขัดกับหลักการกระจายอำนาจที่ตนเคยทำไว้ในอดีตที่ส่งงบประมาณตรงถึงโรงพยาบาลถึงร้อยละ 80-90 เพื่อให้โรงพยาบาลมีอิสระในการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่จนเปลี่ยนจากระบบ “ซ่อมสุขภาพ” (Sick Care) ให้กลายเป็นระบบ “สร้างสุขภาพ” (Health Care) อย่างแท้จริง
...
ในส่วนของปัญหาบุคลากรทางการแพทย์นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ระบุว่าเกิดความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรงในการกระจายตัวของแพทย์ โดยในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนแพทย์ 1 คนต่อประชากร 462 คน แต่ในจังหวัดเช่น บึงกาฬกลับมีสัดส่วนสูงถึง 1 ต่อ 5,000 คน ส่งผลให้หมอในต่างจังหวัดต้องทำงานหนักกว่า 80-100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จนเกิดปรากฏการณ์ลาออกเป็นจำนวนมาก พรรคไทยสร้างไทยจึงเสนอแนวทาง “กู้ชีพ 30 บาท” ด้วยการปรับโครงสร้างค่าตอบแทนให้บุคลากรในพื้นที่ห่างไกลสูงกว่าในเมืองเพื่อดึงดูดบุคลากรให้อยู่ในระบบ พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เช่น ระบบจองคิวผ่านแอปพลิเคชันเพื่อลดการรอคอย และการใช้ AI หรือ Telemedicine เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดภาระงานของแพทย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาพยาบาลให้เข้าถึงง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับการปฏิรูประบบประกันสังคมซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาทนั้น พรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายชัดเจนในการแยกกองทุนประกันสังคมออกจากการกำกับดูแลของกระทรวงแรงงานเพื่อป้องกันไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ และเสนอให้มีการปรับโครงสร้างบอร์ดบริหารโดยลดสัดส่วนตัวแทนภาครัฐลงครึ่งหนึ่งแล้วเพิ่มสัดส่วนตัวแทนจากฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้างให้มากขึ้น เพื่อให้เจ้าของเงินตัวจริงมีอำนาจในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการประสานความร่วมมือ (Collaboration) ระหว่างกองทุนประกันสังคม และกองทุน 30 บาทในบางกลุ่มการรักษาที่สิทธิประกันสังคมยังด้อยกว่า เช่น สิทธิการทำฟันหรือการเลือกเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาล เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนให้ดียิ่งขึ้น
คุณหญิงสุดารัตน์ยืนยันว่า พรรคไทยสร้างไทยมีความพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ โดยการประสานประโยชน์ระหว่างกองทุนรักษาพยาบาลต่างๆ จะช่วยสร้างพลังทวีคูณ (Synergy) ที่ทำให้ใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่า และลดความซ้ำซ้อนของภาครัฐ ประชาชนจะได้รับบริการที่เท่าเทียมและมีคุณภาพโดยไม่ต้องรอคิวนาน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์จะมีขวัญและกำลังใจที่ดีขึ้นจากการจัดสรรงบประมาณที่เป็นธรรม และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาแบ่งเบาภาระงาน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบรัฐสวัสดิการด้านสุขภาพที่ยั่งยืนและมั่นคงให้กับคนไทยทุกคนในอนาคต