เลือกตั้ง 2569 : กกต. ชี้แจงขั้นตอน-กรอบเวลา-ช่องทาง แจ้งเหตุ “ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.” ก่อน-หลังเลือกตั้ง 7 วัน ย้ำ “ไม่ไปออกเสียงประชามติ” ต้องแจ้งเหตุจำเป็นด้วย ทำได้ถึง 15 ก.พ.นี้
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งล่วงหน้าไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ออกไปใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 นาฬิกา ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ ซึ่งหลังปิดหีบแล้วจะเริ่มนับคะแนนหน้าหน่วยเลือกตั้งในทันที
ขั้นตอนแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
พร้อมกันนี้ กกต. ยังได้เน้นย้ำว่า หากมีเหตุจำเป็นไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. หรือไม่ไปออกเสียงประชามติ สามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ ตามขั้นตอน ดังนี้
1. กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ดังนี้
- ช่วงเวลาก่อนวันเลือกตั้ง วันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2569
- ช่วงเวลาหลังวันเลือกตั้ง วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569
ช่องทางการแจ้งเหตุ
1.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน
- เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
- เว็บไซต์กรมการปกครอง (คลิกแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.)
- แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการเลือกตั้ง สส.” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)
...
1.2 ยื่นด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ / นายทะเบียนท้องถิ่น
1.3 ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
1.4 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
โดยแจ้งตามข้อ 1.2-1.4 ต้องยื่นแบบ ส.ส. 1/8 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือซึ่งต้องระบุ
- หมายเลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส.
ไม่ไปเลือกตั้ง สส. ถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง
ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้วแต่เหตุนั้นไม่ใช่เหตุอันสมควร จะถูกจำกัดสิทธิดังต่อไปนี้
(1) ยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(2) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
(3) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการ ผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันเลือกตั้งครั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และหากในการเลือกตั้งครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใด ให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง
แจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ
2. กรณีไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงได้
- ก่อนวันออกเสียง วันที่ 14 มกราคม - 7 กุมภาพันธ์ 2569
- หลังวันออกเสียง วันที่ 9-15 กุมภาพันธ์ 2569
ช่องทางการแจ้งเหตุ ดังนี้
2.1 แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน
- เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th
- หรือเว็บไซต์กรมการปกครอง (คลิกแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ)
- แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote หรือพิมพ์คำว่า “แจ้งเหตุการออกเสียงประชามติ” (ผ่านระบบมือถือหรือคอมพิวเตอร์)
2.2 ยื่นด้วยตนเอง
2.3 ทำเป็นหนังสือมอบหมายให้บุคคลอื่นไปยื่นแทน
2.4 ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน
โดยแจ้งตามข้อ 2.2-2.4 ต้องยื่นแบบ อ.ส. 2/2 (เอกสารแนบ) หรือทำเป็นหนังสือ โดยระบุ
- หมายเลขประจำตัวประชาชน
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
- เหตุผลที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง
ไม่ไปออกเสียงประชามติเสียสิทธิอะไรบ้าง
ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงและไม่ได้แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียง จะถูกจำกัดสิทธิ ดังต่อไปนี้
(1) สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
(2) สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่
(3) เข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 9 (5) (บัญญัติว่า การออกเสียงกรณีประชาชนเข้าชื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นชอบในการออกเสียง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด)
(4) ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
(5) ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การจำกัดสิทธิมีกำหนดเวลาครั้งละ 2 ปี นับแต่วันออกเสียงครั้งที่ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง และหากในการออกเสียงครั้งต่อไปผู้นั้นไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงอีก ให้เริ่มนับเวลาการจำกัดสิทธิครั้งหลังนี้โดยนับจากวันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิออกเสียงครั้งใหม่ หากกำหนดเวลาการจำกัดสิทธิครั้งก่อนยังเหลืออยู่เท่าใดให้กำหนดเวลาการจำกัดสิทธินั้นสิ้นสุดลง