“เท้ง ณัฐพงษ์ - ทิม พิธา” แท็กทีมปราศรัยใหญ่สุพรรณบุรี ชวนกาพรรคประชาชน 2 ใบ พ่วงเห็นชอบประชามติ ชวนสร้างความเปลี่ยนแปลง มั่นใจ รัฐบาลประชาชน ทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี พรรคประชาชน ที่สนามโรงเรียนวัดป่าเลไลยก์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
นายพิธา ขึ้นเวทีปราศรัยในเวลา 19.46 น. โดยกล่าวทักทายประชาชนชาวสุพรรณบุรี และบอกว่าตอนนี้สุพรรณแตกเรียบร้อยแล้ว วันนี้เป็นวันที่ตัวเองภูมิใจมากที่สุด จะส่งมอบนายกรัฐมนตรีคนต่อไปให้ประชาชนตามหมายเลข 46 และส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล มาสุพรรณบุรีวันนี้ตนพกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยม ปี 2566 กำลังใจที่ชาวสุพรรณฯ มอบให้ยังไม่ลืม ซึ่งตนมั่นใจว่าศักราชใหม่ของสุพรรณบุรีมาถึงเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างมีเวลาในการที่จะผลิใบ พร้อมระบุว่า ตนเองรู้สึกสบายใจมากที่เห็นประชาชนต้อนรับนายณัฐพงษ์เป็นอย่างดี และไม่เคยคิดว่าเราเข้าใกล้เส้นชัยเท่าอาทิตย์นี้มาก่อน ซึ่งสุพรรณบุรีเองก็น่าจะมีการผลิใบกันบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกษตรกรรม ผลิตผลทางการเกษตร โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในระบบเกษตรกรรม
จากนั้นเวลา 19.57 น. นายณัฐพงษ์ ขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อยากให้มากาเพื่อเปลี่ยนสุพรรณฯ ชาวสุพรรณฯ ต้องเลือกแค่ 2 อย่าง อย่างแรกจะกาเปลี่ยนแค่สี หรือว่าจะกาเพื่อเปลี่ยนสุพรรณฯ พร้อมกล่าวถึงนโยบายต่างๆ ของพรรค เช่น เรื่องการจัดการที่ดินการเกษตร ทางพรรคประชาชนมีทีมนโยบายที่จะมาทำให้ชีวิตเกษตรกร จ.สุพรรณบุรี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ในเรื่องของปัญหาหนี้เกษตรกร ถ้าพรรคประชาชนได้เข้ามาเป็นรัฐบาล อย่างแรกที่ให้ความสำคัญเกษตรกรที่ทำดีต้องได้มาก พร้อมกล่าวว่า “ผมจะเป็นนายกฯ ของประชาชนทุกคน”
...
สำหรับบรรยากาศการปราศรัยช่วงโค้งสุดท้าย มีประชาชนทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่รอฟังวิสัยทัศน์ของพรรคประชาชนและรอร่วมฟังการปราศรัยใหญ่ตั้งแต่ช่วงบ่าย จนเก้าอี้ในสนามที่จัดเตรียมไว้มีประชาชนมานั่งเต็มพื้นที่ กระทั่งช่วงที่นายพิธากับนายณัฐพงษ์ขึ้นเวที ได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากประชาชน ซึ่งการปราศรัยในครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจาก จ.สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ที่พรรคการเมืองเจ้าของพื้นที่เดิมครองเสียงมาอย่างยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์หลังการปราศรัยวันนี้ ว่า ค่อนข้างดีใจ ซึ่งนายพิธา กระซิบว่าผู้มาฟังการปราศรัยมากกว่าปี 2566 ผู้สื่อข่าวถามต่อว่านายพิธา มั่นใจในตัวนายกฯ เท้ง แค่ไหน นายพิธา ตอบว่า “ที่สุดครับ ที่สุดเท่าที่คนๆ หนึ่งเคยได้ร่วมงานกันมาจะมั่นใจในคนๆ หนึ่งได้” ที่ผ่านมานายณัฐพงษ์ อยู่กับตนมาตลอด หากตนได้เป็นนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ก็คงได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ไม่ก็เลขาธิการนายกรัฐมนตรี แต่ตอนนี้เป็นนายกฯ ตัวจริงแล้ว
เมื่อถามถึงการประเมินคะแนนในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ประเมินมากที่สุด วิธีการที่เราจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้อย่างน้อยๆ ต้องระยะห่างระหว่างที่ 1 กับที่ 2 ประมาณ 30-40 ที่นั่ง ตอนนี้มีความมั่นใจดูจากกระแสที่ประชาชนออกมาให้การสนับสนุน รวมถึงโพลต่างๆ เชื่อมั่นว่าถึงแน่นอน นอกจากนี้ ตนเองมีความเป็นห่วงเรื่องอาจมีบัตรเขย่งจากบัตรเลือกตั้งสีเขียวที่มีการกรอกรหัสเขตผิด อาจจะทำให้บัตรเลือกตั้งถูกส่งกลับไปยังต้นทางไม่ตรง และอาจทำให้กระบวนการเลือกตั้งในภาพรวมมีปัญหาหรือไม่ อยากให้ กกต. ออกมาให้ความชัดเจน
ส่วนเรื่องเหตุสะดุดที่อาจจะส่งผลต่อคะแนนของพรรคประชาชน ตนขอเรียกร้องพ่อแม่พี่น้องประชาชนแบบนี้ว่า ถ้าเรารู้สึกทนไม่ได้กับการเลือกตั้งที่รู้สึกว่ามีระบบที่ไม่โปร่งใสไม่เป็นธรรม และทำให้ประชาชนหลายคนมองว่าเสียสิทธิการเลือกตั้ง ขอให้แสดงพลังออกมามาก ๆ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ คือวันจริง ถ้าทุกคนแสดงพลังอย่างถล่มทลาย เอาให้ชนะขาด ไม่ว่าเขาจะโกงเล็กโกงน้อยอย่างไร พลังประชาชนไม่แพ้แน่นอน
เมื่อถามว่าหวั่นไหวหรือไม่กับเวทีปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิม นายณัฐพงษ์ ตอบชัดเจนว่า ไม่ได้หวั่นไหวแต่อย่างใด เชื่อมั่นว่าสิ่งที่พวกเราได้นำเสนอบนเวที นายพิธา ก็ได้พูดถึงทีมบริหารมืออาชีพของพวกเรา ตนก็พร้อมที่จะเอาเรื่องเทคโนโลยีเข้ามาจัดการปัญหาเรื่องการเกษตร ยาเสพติด การทำรัฐให้โปร่งใสมากยิ่งขึ้น วันนี้ตนเชื่อมั่นในเพื่อนร่วมพรรคทุกคน ทั้งอดีตแกนนำ ผู้สมัครในปัจจุบัน ทีมบริหารที่เข้ามาร่วมงานกันในการเลือกตั้งครั้งนี้ ขอโอกาสจากประชาชน ถ้าทุกคนมอบความไว้วางใจให้เราอย่างถล่มทลาย เชื่อมั่นว่าเราทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาแน่นอน
ทางด้านคำถามว่าในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อยากบอกอะไรกับคนสุพรรณบุรี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและรู้สึกขอบคุณชาวสุพรรณบุรีทุกคน อยากให้ตัดสินใจวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนอนาคตลูกหลานของชาวสุพรรณฯ ให้ดีกว่าเดิม วางการเมืองในอดีต ตัดสินใจกาให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ รวมถึงกาเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเดินหน้าเรื่องของรัฐบาลประชาชน สร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ในคำถามถึงความเป็นไปได้ในการตั้งรัฐบาลพรรคเดียว หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบว่า อยู่ที่เสียงของประชาชน ถ้าให้ความไว้วางใจเราอย่างถล่มทลาย เชื่อมั่นว่าถ้าเกิน 20 ล้านเสียงขึ้นไป ก็มีโอกาสสูงมาก นี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสุดท้าย เป้าหมายของการได้รับความไว้วางใจจากประชาชนที่จะตั้งรัฐบาลประชาชนได้
ประเด็นกระแสข่าวดีลเก้ารัฐมนตรีโดยที่ไม่มีพรรคประชาชนมองอย่างไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เป็นวิธีการทำงานการเมืองของพรรคการเมืองแบบเดิมๆ พวกเราตอนนี้มีแต่ตั้งหน้าตั้งตา ตั้งใจในการหาเสียง นำเสนอนโยบายและความตั้งใจของเราต่อพี่น้องประชาชน เชื่อว่าเรื่องของการทำงานในช่วงโค้งสุดท้ายแบบนี้จะนำมาซึ่งความไว้วางใจของประชาชน และจะทำให้เราสามารถตั้งรัฐบาลที่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ไม่ใช่เรื่องการไปเจรจาต่อรองเรื่องโควตารัฐมนตรีตั้งแต่ยังไม่เข้าคูหา
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงเป้าหมายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งไว้ 220 เก้าอี้ นายณัฐพงษ์ เผยว่า ทุกพรรคก็พูดเป้าหมายตัวเองได้ ต้องตั้งไว้ว่าตัวเองจะชนะการเลือกตั้งไว้ก่อนเป็นเรื่องปกติ โดยนายพิธา เสริมว่า ถ้าเกินทุกคนพูดตามเป้าก็เกิน 1,000 แล้วสภาฯ ก่อนกล่าวต่อไปว่า วันนี้คึกคักมากที่สุดเท่าที่เคยมาสุพรรณบุรี และคิดว่าประชาชนตื่นตัวกว่าที่คิด ได้พบประชาชนก็รู้สึกว่าเขามีความโกรธผสมความหวังนิดๆ จึงเชิญชวนทุกคนออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด พร้อมเชิญชวน กกต. ตั้งเป้าให้คนมาใช้สิทธิมาก ๆ ให้ถึง 80% เชื่อว่าไม่มีพื้นที่ไหนที่พรรคประชาชนจะชนะไม่ได้ ถ้าคนมาใช้เสียงเยอะขนาดนั้น
ในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงเวทีปราศรัยใหญ่ในช่วงหัวโค้งสุดท้าย มีของที่พรรคประชาชนรอปล่อย อยากให้ทุกคนติดตามเวทีปราศรัยทั้งจากคาราวานทั้ง 8 สาย และเวทีปราศรัยใหญ่วันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ด้วย โจทย์ของพวกเราคือการตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากให้ประชาชนไปยึดติดอยู่กับการแบ่งสีทางการเมืองแบบเดิมๆ ถ้าใครเห็นด้วยกับการทำให้ประเทศไทยไม่มีสีเทา คนไทยเท่าเทียมกัน ประเทศเท่าทันโลก ขอคะแนนเสียงให้พรรคประชาชน เราจะเข้าไปทำให้ดู มั่นใจว่าจะทำได้แน่นอน นายพิธา กล่าวว่า ในช่วงท้ายนี้ต้องทำความเข้าใจกับประชาชนว่าทำไมต้องส้ม 2 ใบ มีความจำเป็นว่าถ้าอยากให้ผลการเลือกตั้งกับการจัดตั้งรัฐบาลตรงกัน ต้องลดช่องว่างของบัตรเลือกตั้ง สส.เขต และปาร์ตี้ลิสต์ ตรงนี้ให้ได้ ถ้าอยากให้สุพรรณบุรีส้มไปด้วยกัน ก็คงต้องขอส้ม 2 ใบ ไม่ใช่แบ่งให้ใคร.