“อนุทิน” นำทัพใหญ่ถึงถิ่นสุพรรณบุรี ไม่หวั่น ปชน.ตั้งเวทีวัดพลัง ปราศรัยอ้อน “หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น” ขอเป็นหมารับใช้ ชวนเลือกภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ “ถ้าไม่อยากให้อังเคิลมา ก็เลือกพวกเรา”


เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายที่ จ.สุพรรณบุรี โดยเมื่อเดินทางมาถึง นายอนุทินได้เดินหาเสียงพบปะประชาชนตลอด 2 ข้างทาง จากศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทย ไปยังเวทีปราศรัยที่เทศบาลตำบลท่าระหัด รวมระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย โดยระหว่างทางมีประชาชนร้องต้อนรับจำนวนมากหลายคนเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป ตะโกนเชียร์เบอร์ 37 ตลอดทาง ช่วงหนึ่งยังทำท่าคล้ายจะกระโดดคลองเพื่อจะว่ายน้ำข้ามไปหาประชาชนที่นั่งอยู่อีกฝั่ง ทำให้ได้รับเสียงกรี๊ดพอใจ จากประชาชน

นายอนุทิน ตอบสื่อมวลชนถึงกรณีที่วันนี้มีเวทีของพรรคประชาชน มาขนาบข้างที่สุพรรณบุรี ห่างกันเพียง 5 กิโลเมตร นายอนุทิน ถามว่า “เหรอ อุ๊ยอยู่ไกล อยู่วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ห่างกัน 5 กิโลเมตร” ก่อนย้อนถามว่าทำไมต้องกังวล มาพบปะพี่น้องประชาชน ทุกคนก็เอานโยบายมาเสนอให้ประชาชน เป็นเรื่องที่ดี ไม่ควรมาด่ากัน พร้อมมองว่าไม่ใช่เป็นการวัดพลังกัน ก่อนย้อนถามผู้สื่อข่าวว่าจะไปวัดทำไมเล่า ไม่ได้ยกพวกตีกันหนิ เราขอให้เขามาโหวตให้เรา ก็ต้องวัดกันที่ความตั้งใจ และความมั่นใจที่จะทำให้ประชาชน ทำให้เขาเชื่อว่าถ้าเขากาแล้วเราจะทำให้เขาได้ เราขอประชาชน ขอแค่ครั้งเดียว โดยเฉลี่ยแล้วขอแค่ครั้งเดียวในรอบ 4 ปี ที่เหลือเราต้องทำให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนกระแสตอบรับตั้งแต่ตนทำงานมา 3 เดือนกว่า ถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผลงานที่รัฐบาลได้ทำ

...

ในคำถามว่าหวั่นใจหรือไม่กับกระแสที่บอกว่าพรรคภูมิใจไทยแผ่วปลาย นายอนุทิน ถามกลับว่าใครเป็นคนบอกแบบนั้น เพราะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่มีใครรู้สึก เราทำงานสม่ำเสมอ ไม่มีการแรงต้นแผ่วปลาย เรามาตามครรลอง มาตามสิ่งที่จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ต้องไปโหม ขอแค่เกิดความยั่งยืน

สำหรับบรรยากาศเวทีปราศรัยพบว่ามีการจัดที่นั่งกว่า 20,000 ที่นั่ง ขนาบ 2 ฝั่งคลอง กินพื้นที่กว่า 2 กิโลเมตร โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยเต็มพื้นที่ ทั้งนี้ นายอนุทิน เดินทางมาจังหวัดสุพรรณบุรีครั้งที่ 3 เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นสีน้ำเงินในพื้นที่ และปักเสาเข็มในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยครั้งแรก คือวันที่ 27 ธันวาคม 2568 มาไหว้อนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อมาในวันที่ 18 มกราคม 2569 ในฐานะนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ครั้งที่ 67 และสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตรงกับวันกองทัพไทย และในวันนี้ 2 กุมภาพันธ์ เดินทางมาปราศรัยใหญ่เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนชาวสุพรรณบุรี

ต่อมาเวลา 19.20 น. นายวราวุธ ขึ้นปราศรัยด้วยคำว่าลูกชายพ่อบรรหาร พร้อมชี้แจงเรื่องการเข้ามาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยที่ให้เกียรติตนได้อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 3 และขอคะแนนเสียงในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลือกพรรคภูมิใจไทยทั้ง 2 ใบ พวกเราพร้อมรับใช้ชาวสุพรรณบุรี ภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวสุพรรณบุรีให้ดีขึ้น

จากนั้นเวลา 19.26 น. เข้าสู่การปราศรัยของหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่า ขอบคุณการต้อนรับอย่างอบอุ่นตั้งแต่ครั้งแรก พร้อมเล่าย้อนไปเมื่อครั้งได้พบกับนายบรรหาร ว่าท่านมองการณ์ไกลที่ตนอาจได้มารับใช้ชาวสุพรรณบุรี ขณะนั้นตนเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ นายบรรหารบอก “อนุทินดูแลไอ้ท็อปด้วย ดูแล้วน่าจะไปกันได้ คุยกันรู้เรื่อง น่าจะรักกันดี รับปากอาอย่าทิ้งกัน เอ็งใหญ่เอาไอ้ท็อปไปดู ไอ้ท็อปใหญ่ อาจะให้เอาเอ็งไปดู” ก่อนกล่าวต่อไปว่า บิดาของตนเองก็เคยอยู่กับพรรคชาติไทย สุพรรณบุรีและบุรีรัมย์แข็งแรง จึงอยากจะร่วมกันทำให้ทั้งประเทศแข็งแรง รวมกันอยู่ภูมิใจไทย ชาติไทยจะพัฒนา แปลว่าทุกคนชนะหมด สุพรรณบุรีจะพัฒนา ชาติไทยจะพัฒนา พลัส พลัส พลัส ตามคอนเซปต์ของภูมิใจไทยพลัส


นายอนุทิน กล่าวต่อไปด้วยเสียงเหน่อในตอนหนึ่งว่า “นี่พลทหารหนูบุรีรัมย์ วันนี้หนูรักสุพรรณบุรีสุดใจขาดดิ้น ห้อยพระผงสุพรรณ ที่กล้าพูดบ้าๆ บอๆ เพราะคิดอย่างอื่นไม่ออกแล้ว ร้องเพลงเมืองสุพรรณดีกว่า จำนโยบายพรรคไม่ได้แล้ว จำได้แต่เพลง ไม่ต้องพูดนโยบายพรรคแล้ว วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กา 37 จบกลับบ้าน” ก่อนจะกล่าวอีกว่าผู้สมัคร สส.บนเวทีทุกคน มีวันนี้ได้เพราะความไว้วางใจของชาวสุพรรณบุรี ที่ผ่านมาเป็นรัฐบาล 4 เดือนทำได้ขนาดนี้ 4 ปีจะทำได้ขนาดไหน

หลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ประตูน้ำ ระบบระบายน้ำของ จ.สุพรรณบุรี ต้องมีประสิทธิภาพ งบประมาณจะผันมาทำโครงการที่เป็นประโยชน์ มีน้ำไปดูแลเรื่องเกษตรกรได้ ไม่กลัว พูดจริงๆ ต่อให้นายวราวุธ ไม่มาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ตอนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีหากมาบอกว่าชาวสุพรรณบุรีเดือดร้อน ตนจัดการให้เลย ไม่ต้องมาร่วมพรรคกับตน เพราะที่ผ่านมาเขาบอกว่าเคยขอแล้วไม่ได้รับ เพราะอยู่คนละพรรค ซึ่งไม่ใช่ตอนที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี จากนี้สุพรรณบุรีจะยิ่งเจริญรุ่งเรืองขึ้นในทุกมิติ

พร้อมบอกว่าตั้งแต่ปิดด่านมาราคาข้าวขึ้นทุกอย่าง มันสำปะหลัง รวมถึงราคาอ้อย ราคาผลผลิตอื่นๆ ก็จะขึ้น รวมไปถึงการค้าการต่างประเทศต่างๆ จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนภายใต้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย 3 เดือนกว่าที่เข้ามา ยึดทรัพย์สแกมเมอร์ไปแล้ว 20,000 กว่าล้านบาท ถ้าประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทย รับรองว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้องเพื่อชาวสุพรรณบุรีและคนไทย นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของนโยบายทหารอาสา ย้ำจะทำทุกอย่างให้สมความตั้งใจ ส่วนคนละครึ่งพลัส เฟส 2 มีแน่นอน และจะมีเฟส 3 เฟส 4 เฟส 5 เฟส 6 พลัส พลัส พลัส เพราะกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลต่อส่วนที่เกี่ยวข้องให้การสิ่งอื่นๆ ตามมา ก่อนทิ้งท้ายว่าพวกเราจะเป็นหมารับใช้คนสุพรรณบุรี เป็นเกียรติเป็นศักดิ์ศรีของคนสุพรรณบุรี ถ้าไม่อยากให้อังเคิลมา ก็เลือกพวกเรา พร้อมเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือก สส.ของพรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้