“ยศชนัน” ปราศรัยสกลนคร เจอชาวบ้านคล้องมาลัยกระติ๊บข้าวเหนียว เขียดแห้ง-ปลาแห้ง ลั่นพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33 หยอดคำหวาน รู้สึกหลงรักเมืองสกลฯ ไม่อยากกลับ ย้ำจิตวิญญาณเพื่อไทย ทำเพื่อประชาชน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สวนสาธารณะเทศบาลตำบลพรรณานิคม อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อช่วย น.ส.จิรัชยา สัพโส (แจม) ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 3 เบอร์ 4 และนายพัฒนา สัพโส ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 4 เบอร์ 6 หาเสียง โดยบรรยากาศที่เวทีปราศรัยมีประชาชนเต็มพื้นที่ พร้อมทั้งประชาชนได้มอบพวงมาลัยกระติ๊บข้าวเหนียว ข้าวเม่า เขียด และปลาแห้ง รวมถึงสินค้า OTOP คล้องให้กับนายยศชนัน
...
นายยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า แน่นอนว่าการเลือกตั้งกำลังจะเข้ามา หลายคนถามว่าคนจะเลือกพรรคไหน ควรจะเลือกใคร เรื่องนี้ทุกคนสามารถพูดได้อย่างชัดๆ ว่าคนที่จะเลือก สามารถทำนโยบายต่างๆ ได้ สามารถสื่อสารนโยบายกับประชาชน บางคนบอกว่านี่คือการหาเสียง นี่คือการลงพื้นที่เฉพาะช่วงเดือนนี้ หรือ 40 วันที่ผ่านมา นั่นคือการติดเบอร์ต่างๆ ตามเสาไฟ แต่สิ่งที่แจมส่งมาให้ตน คือ ความเดือดร้อนของคนสกลนคร วันนี้ตนจะมายืนยันและพูดกับประชาชนว่า เราสามารถทำอะไรเพื่อเปลี่ยนแปลงสกลนครของเราได้ สกลนครมีวิสัยทัศน์ที่ตั้งขึ้นมาเป็นแหล่งเกษตรปลอดภัย ก้าวไกล, การค้า, พัฒนาการท่องเที่ยว แต่ตนขอเพิ่มอีกอย่างหนึ่งคือคุณภาพชีวิตที่ดีของพ่อแม่พี่น้อง ถ้าเราไม่สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ จังหวัดที่ดีก็ไม่มีประโยชน์ นี่คือสิ่งที่เราพยายามทำและสร้างนโยบายออกมาให้กับทุกคน
ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า นโยบายพรรคเพื่อไทยที่ทำไว้ยังอยู่ในใจประชาชน ทุกครั้งเมื่อถูกทำให้ล้มลง พรรคเพื่อไทยก็ลุกขึ้นยืนได้ เพราะพี่น้องยังคงให้ความไว้วางใจและความเชื่อมั่น มาครั้งนี้ยิ่งสำคัญต้องผนึกพลังกันเพื่อให้เห็นว่า วิธีการแบบที่พวกคุณทำ มันลบชื่อพรรคเพื่อไทยออกจากหัวใจคนสกลนครไม่ได้ ถ้าคนสกลนครทิ้งพรรคเพื่อไทยคงทิ้งไปนานแล้ว แต่คนสกลนครยังเลือกพรรคเพื่อไทยตลอดมา มีการโจมตีนายพัฒนาบอกว่าอย่าไปเลือก เพราะนายพัฒนาเป็นพวกบ้านใหญ่ แต่ตนคิดว่าพัฒนาน่าเลือก เพราะไม่มีบ้านเล็กบ้านน้อย ถ้ามี ตนว่าไม่รอด ซึ่งคำว่าบ้านใหญ่ที่เขาพูด ตนฟังดู หมายความว่าคนที่อยู่ในพื้นถิ่นในจังหวัด ที่มีหัวใจให้ผู้คน เสียสละ กล้าให้ เคียงข้างกับประชาชนไม่ว่าจะในยามสุข, ยามทุกข์ หรือยามยาก หากบ้านใหญ่เป็นพวกฉ้อฉล ค้ายาเสพติด เอาเปรียบคนนั้น อย่าไปคบ แต่ถ้าเป็นคนเสียสละ กล้าให้ แล้วจะผิดอะไรถ้าเลือกเป็นตัวแทนของประชาชน
จากนั้นเวลา 12.00 น. นายยศชนัน ได้เดินทางต่อมายัง หอประชุมวิโรจอิ่มพิทักษ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ อาคาร 14 อำเภอเมือง เพื่อช่วย นายตวงภัทร ตีรสวัสดิชัย ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 1 เบอร์ 5 นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 2 เบอร์ 1 หาเสียง มีประชาชนรอคล้องผ้าครามสกล พวงมาลัย, ผัก, ไฮโดรโปนิกส์, ปลานิลแดดเดียว, ข้าวเหนียว, ขนมปัง และลูกไหน
นายยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า รัฐบาลที่แล้วมีการส่งเสริมเกี่ยวกับการทำถนน Wellness, การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ซึ่งโครงการนี้ยังอยู่ เมื่อเข้าไปแล้ว เราจะสานต่อให้กับพี่น้องชาวสกลนคร ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับ สส. ของเรา ทั้งนายตวงภัทร และนายอภิชาติ ที่เป็นผลักดันตนมาสกลนคร 3 เวที รู้สึกหลงรักขึ้นมาไม่อยากกลับ อยากอยู่ที่นี่ และอยากให้ดูว่าคนที่เราจะเลือก จะให้อะไรกับเราบ้าง เพราะเลือกครั้งหนึ่งอยู่ 4 ปี
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องดูคือนโยบายและนโยบายที่ดีต้องมาจากพี่น้องประชาชนและรัฐบาลรู้ได้จากผู้สมัครที่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่เพื่อดูแลประชาชน ซึ่งเราจะไปข้างหน้าให้เป็นประเทศรายได้สูงขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ดูแลฐานราก วันนี้ เราจะแก้หนี้ทั้งระบบ ไม่ปล่อยให้พี่น้องสกลนครเป็นหนี้ วันนี้ขอปิดหนี้ให้ เมื่อเข้าสภาไปจะดูแลพี่น้องทันที และเมื่อปลดหนี้แล้ว เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นหนี้ ปรัชญาของพรรคเพื่อไทย คือการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ซึ่งเราจะทำต่อเนื่อง รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ มีบ้านเพื่อคนสกลนคร และช่วยในเรื่องจับจ่ายใช้สอย กระตุ้นเศรษฐกิจ โดยรัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า หากถามว่าเอาเงินมาจากไหน รัฐบาลหาเงินเป็นหรือไม่ เอาเงินมาจากไหน ภาษีใคร เบียดเบียนใครหรือไม่ แน่นอนว่าช่วงหาเสียงทุกคนมีนโยบายให้อย่างเดียว ซึ่งพรรคเพื่อไทยทำโครงสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนขึ้นมา ซึ่งออกมาวันแรกโดนโจมตีอย่างหนัก เป็นการนำเงินธุรกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย เป็นการเติมเงินให้ทุกคนกลับเข้ามาอยู่ในระบบฐานภาษีให้กินดีอยู่ดี รวมถึงถนนหนทาง โครงการดีๆ ที่ทุกวันนี้คนคิดมาจากส่วนกลาง แต่จะมีสักกี่คนที่บอกว่าเมื่อเข้าไปจะลดอำนาจรัฐ คืนอำนาจสู่ท้องถิ่นให้พี่น้องประชาชนทันที
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า สส. ทั้งคู่ พยายามผลักดันเรื่องการคมนาคมขนส่งในสกลนคร รวมถึงการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามา ไม่รู้จะเดินทางมาอย่างไร จึงต้องแก้ที่ต้นเหตุ เพราะสกลนครไม่ได้รับการลงทุนมาอย่างยาวนาน วันนี้การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มขึ้น จะเป็นงบประมาณที่มาปรับปรุงครั้งใหญ่ หากเราอยู่ในจังหวัดที่ไม่มีน้ำท่วม น้ำแล้ง เป็นจังหวัดที่สวยงาม จังหวัดที่การคมนาคมเข้าถึง นี่คือคุณภาพชีวิตที่ตนพร้อมทำให้ทันทีหลัง 8 กุมภาพันธ์ ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้ง 7 เขต เพราะ สส. 1 สิทธิ 1 เสียง สามารถไปโหวตกฎหมายได้ ซึ่งวันนี้กฎหมายต่างๆ มีปัญหา เราอยู่ด้วยความยากลำบาก ค้าขายก็ติด ไปโรงพยาบาลกว่าจะเสร็จแต่ละเรื่อง นี่คือปัญหาของกฎหมาย ที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐเป็นคนตัดสินใจ และมีการคอร์รัปชันและทุจริต หากเราแก้ปัญหานี้ได้ นี่จะเป็นเงินระดับแสนล้านที่จะเวียนกลับเข้ามา
นายยศชนัน กล่าวว่า หลายคนบอกว่าประเทศไทยจะมีความหวังในการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ ขอยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ที่มีขนาดเล็กเท่าเกาะภูเก็ต เศรษฐกิจเขาดีได้อย่างไร ทั้งที่มีหลายเชื้อชาติเข้ามาย่อมมีเรื่องทุจริตเข้ามาง่ายกว่า ขณะที่เรามีสัญชาติเดียวคือสัญชาติไทย สิ่งที่สิงคโปร์ทำคือการผลักดันรัฐบาลดิจิทัล วันนี้ตนยืนยันว่า พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย ที่สร้างโอกาสให้ประเทศไทย และประกาศสงครามกับคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ไม่ต้องห่วง ตนจะจัดการเองให้พี่น้องใช้ชีวิตอย่างสบาย
“นี่คือนโยบายของพรรคการเมืองที่ไม่ว่าจะถูกยุบไปกี่ครั้ง ปรัชญาก็ยังคงเดิม ไม่ว่าจะถูกใส่ร้ายอย่างไรก็แล้วแต่ เราจะยึดโยงและลุกขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยจิตใจไม่เคยเปลี่ยน จิตวิญญาณทำเพื่อประชาชน ซึ่ง 4-5 วันจากนี้ ขอกำลังใจจากพี่น้องประชาชน เพราะเรามีผู้สมัคร สส. มากมาย และผู้สมัคร สส. ปาร์ตี้ลิสต์ที่พร้อมมาดูแลลูกหลานของเรา ขอฝากจากใจจริง ขอสกลนครทั้ง 7 เขต แล้วผมจะกลับมาคารวะพ่อแม่พี่น้อง”