“อภิสิทธิ์” ย้ำ หมดเวลาการเมืองทุนเทา แนะ เลือก สส. รุ่นใหม่สร้างการเมืองสุจริต ชี้คนใต้ใจเดียว ไม่แบ่งเสียงให้ใคร เชื่อสัปดาห์สุดท้าย แบงก์เทาว่อนแน่ ใครให้รับได้ แต่อย่าเลือกคนซื้อเสียง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ สวมเสื้อสีเทา สกรีนข้อความ “เสื้อเทาคนไม่เทา” พร้อมคณะ ลงพื้นที่อุทยานนกน้ำคูขุด อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยหาเสียงให้นายสิทธิพัฒน์ เสนเนียม ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 4 พรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่าเขต 4 สงขลา เป็นบททดสอบสำคัญ นายสิทธิพัฒน์ กำลังแข่งกับผู้สมัครพรรคหนึ่ง ที่เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งศาลเพื่อยึดทรัพย์ ที่มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย ดังนั้น ประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้จะส่งสัญญาณถึงประชาชนทั้งประเทศ แม้ศาลจะยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แต่มาตรฐานจริยธรรมที่คนทั่วโลกยึดถือ เมื่อ ปปง. ได้ส่งเรื่องถึงศาลแล้ว หากศาลตัดสินให้ยึดทรัพย์แล้ว ก็จะต้องพ้นจาก สส. ด้วย แล้วถามว่า พี่น้องเขต 4 สงขลาจะยังเลือกส่งผู้สมัครคนนี้เข้าสภาอีกหรือ หรือจะเลือกผู้แทนคนรุ่นใหม่เข้าไปทำงานสร้างการเมืองสุจริต สำหรับสิทธิพัฒน์เป็นคนหนุ่มที่เริ่มการเมืองอายุ 27 ปี เหมือนตน สะท้อนว่าพรรคต้องสร้างคนรุ่นใหม่มาแทนคนรุ่นนี้ เหมือนที่นายชวน รับตนเข้าพรรคเมื่ออดีต เพราะพรรคเราอยู่มาได้ 80 ปีด้วยการสร้างคนรุ่นใหม่มาสืบสานต่อจนเป็นสถาบัน
...
“แม้กระแสความนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาในโพลต่างๆ คะแนนดีหมด แต่ทราบว่า เวลาคู่แข่งมาหาเสียง เขาจะบอกว่า ถ้าคนสงขลารักประชาธิปัตย์ ก็เลือกบัญชีรายชื่อ เบอร์ 27 ได้ แต่ขอ สส. เขตขอให้เขา ดังนั้น คนใต้ใจเดียวจะแบ่งให้ใครไม่ได้ และอาทิตย์สุดท้าย ผมเชื่อว่า แบงก์เทาจะดุเดือดมาก หากรับก็อย่าเลือก และต้องบอกไปว่า 1 ใบไม่พอ ถ้า 2 ใบเดี๋ยวอภิสิทธิ์ จะมาปราศรัยใหม่ ผมขอย้ำว่า พี่น้องอย่าเลือกคนให้แบงก์เทา” เพราะเงิน 1,000 บาท ไม่คุ้มกับเวลา 4 ปี เฉลี่ยตกวันละ 1 บาท แต่โกงทีเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน บ้านเมืองไม่พัฒนา ประเทศไม่ไปไหน หมดเวลาการเมืองแบบนี้แล้ว ขอให้พี่น้องชาวใต้ร่วมกันไล่ทุนเทา ไล่คนซื้อเสียงออกไปจากภาคใต้
ผมดีใจที่ได้มาพบพี่น้องสงขลาอีกครั้ง ที่ผ่านมา เราติดกับดักปัญหาทุจริตคอร์รับชัน ถูกทุนเทาครอบงำประเทศ เขาสนุกสนานกันในหมู่นักการเมือง แลกเปลี่ยนกันไปเป็นนักการเมือง มีดีลลับ มีกล้วย ไม่ได้สนใจประชาชน สภาพพื้นที่เสื่อมโทรม ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน ข่าวสารบ้านเมืองก็ไม่เห็นปัญหาต่างๆ จะถูกแก้ไข เราจึงต้องตั้งต้นจากการเมืองสุจริต หากเราได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราพร้อมผลักดันรัฐบาลทำทันที แต่หากจะต้องร่วมรัฐบาล เราก็มีเงื่อนไข ไม่ทุจริต ไม่มีนโยบายสร้างความขัดแย้ง และไม่ถูกครอบงำ และปราบทุนเทา”