“ยศชนัน” บุกสกลนคร อ้อนขอผู้สมัคร สส.เพื่อไทย 7 เขตยกจังหวัด พร้อมขออยู่ยาว 8 ปี ยกเครื่องประเทศไทย “เต้น” เหน็บคลิปเสียงหลุด คนพูดต้องใหญ่มาก ติงใช้อำนาจฉ้อฉล
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร อ.พังโคน จ.สกลนคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรคและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วย น.ส.สกุณา สาระนันท์ ผู้สมัคร สส.สกลนคร เขต 6 หาเสียง โดยมีประชาชนมารอฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่ ทันทีที่นายยศชนันและคณะมาถึงได้เดินทักทายประชาชน โดยมีประชาชนคล้องพวงมาลัยยาดมสมุนไพร พวงมาลัยตุ๊กตาหมีที่ทำจากผ้าย้อมครามธรรมชาติ ผ้าพันคอย้อมครามธรรมชาติ พวงมาลัยลูกประคบสมุนไพร
นายยศชนัน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ตนมาสกลนครและได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ขอขอบคุณจากใจ ถ้าแบบนี้ตนขอฝากตัวเป็นลูกหลานชาวสกลนครได้หรือไม่ ฉะนั้นวันนี้ยศชนันเป็นคนสกลนครไปแล้ว ตนมาที่นี่และมาตอกย้ำเพื่อให้พี่น้องเห็นว่าวันนี้พวกเราพรรคเพื่อไทย เราสนิทกับผู้สมัคร และผู้สมัครทุกคนส่งมอบนโยบาย ส่งมอบปัญหาของพ่อแม่พี่น้องมาสู่มือตนแล้ว วันนี้ตนจึงต้องมาพูดคุยโดยตรงกับพ่อแม่พี่น้อง เหลือเวลาอีกไม่ถึงอาทิตย์แล้ว วันที่ 8 กุมภาพันธ์คือวันชี้ชะตา ทำไม 1 สิทธิ์ 1 เสียงจึงสำคัญ เพราะ 1 เสียงจะไปเปลี่ยนและเลือกนายกรัฐมนตรี แล้วได้คนที่เข้าใจคนสกลนครจริงๆ ได้ ซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตได้ จากข้อมูลหนี้ครัวเรือนของชาวสกลนครต่อหนึ่งครัวเรือนโดยเฉลี่ยมีหนี้ร่วม 200,000 บาท และนี่เป็นสิ่งที่เราพูดตลอด เราจะเป็นประเทศรายได้สูง แต่หากเราไม่ดูแลคนที่เดือดร้อน ก็จะไม่ใช่ผู้นำที่ดี ฉะนั้นสิ่งแรกที่จะทำทันที คือเราจะแก้หนี้ทั้งระบบ
...
พร้อมกล่าวต่อไปว่า วันนี้สกลนครมี 7 เขต ขอ 7 เขตเลย และตนขออยู่ 8 ปีเลย เราใช้คำว่ายกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้ และวันนี้ตนพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 แล้ว แต่ตนทำงานคนเดียวไม่ได้ ดังนั้น ขอผู้สมัครของเราเข้าไปทำงานด้วยได้หรือไม่ ตนขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของชาวสกลนคร ขอให้เลือกทั้งคนและพรรค
ทางด้าน นายณัฐวุฒิ ปราศรัยว่า โค้งสุดท้ายบางพรรคการเมืองหน้ามืด บอกให้เลือกพรรคการเมืองที่รักชาติ แล้วคิดว่าตัวเองรักชาติอยู่พรรคเดียว คนอื่นไม่รักชาติ ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่จะทำการเมืองแบบเกลียดชาติ เกลียดแผ่นดิน และพรรคเพื่อไทยไม่ได้เดินแนวทางที่จะสร้างความแตกแยก เราเดินหาเสียงทุกวัน พูดถึงนโยบายที่จะแก้ปัญหา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีนายยศชนัน ไม่เคยกระทบกระทั่ง ไม่เคยขัดแย้ง ไม่เคยมีวิวาทะกับใคร ตั้งรัฐบาลปุ๊บสามารถทำงานได้ทันที เพราะมีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว เดินมาด้วยลำแข้งของตัวเอง พร้อมทันที ไม่เคยมีความขัดแย้งกับใคร ดังนั้นพรรคไหนที่บอกว่าชังชาติอย่าไปฟัง นั่นเป็นวิถีการเมืองที่ไม่ถูกต้อง และเมื่อเลือกไปแล้วก็จะกังวลว่าจะทำงานไม่ได้ ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งจะเป็นปัญหา ดังนั้นพรรคเพื่อไทยตั้งได้แน่ และนโยบายดี กล้าพูดได้เลยว่าหาเสียงรอบนี้พรรคที่พูดนโยบายมากที่สุด ชัดที่สุดคือพรรคเพื่อไทย
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนนั่งเครื่องบินมาจากกรุงเทพฯ เขาเปิดคลิปเสียงใครก็ไม่รู้ ตนไม่กล้าไปพูดชื่อ เดี๋ยวเขาแจ้งความเอา เพราะตนคดีเยอะอยู่แล้ว แต่ฟังดูคนพูดน่าจะใหญ่โตมาก เขาบอกเลยว่ามีการปฏิวัติหากเลือกพรรคนั้น มีคนที่ถูกขังคุกบ้าง อ้างมีสิ่งที่ไม่ควรอ้างต่างๆ นานา หลายเรื่องหลายราว ตนไม่รู้ว่าเป็นคลิปเสียงใคร แต่หากใหญ่โตขนาดนี้ตนขอเรียกว่าเป็นคลิปประกาศศักดาแล้วกัน ซึ่งคลิปประกาศศักดาไม่รู้นายกฯ หนูรู้เรื่องหรือยัง เห็นผู้สื่อข่าวไปถามนายกฯ อยู่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่ารู้เรื่องหรือไม่ที่ประกาศศักดา นายกฯ หนูบอกว่าแกได้ฟังแล้ว แต่ไม่รู้ ต้องไปถามเจ้าตัวว่าจริงหรือไม่ อย่างไร ตัวนายกฯ หนูท่าทีเหมือนไม่เชื่อ แต่ไม่รู้ทำไมตนถึงโคตรเชื่อว่าเสียงจริง แต่เสียงใครจนใจจริงๆ ตนไม่รู้ แต่รู้ต้องเป็นการประกาศศักดาแน่ๆ
ทั้งนี้ หากฟังเนื้อหาคนที่คิดจะใช้อำนาจแบบนี้ คิดว่าการเมืองเป็นเรื่องที่จะใช้ความฉ้อฉล ความไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจแบบนี้ มันไปด้วยกันไม่ได้ ต้องมาที่พรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยทำถูกบ้าง ไม่ถูกบ้าง เพราะทำมาเยอะ คนทำงานมามากๆ ผิดพลาดบ้างก็ต้องมี อะไรผิดพลาดก็ขออภัย แต่อย่างเดียวแน่ๆ ที่ชัดเจนว่าเพื่อไทยไม่เคยทำ คือไม่เคยเข้าสู่อำนาจด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ไม่เคยเกาะล้อรถถังขึ้นมาตั้งรัฐบาล แต่ตั้งรัฐบาลทุกทีจากคะแนนของพี่น้องประชาชน.