“ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์” ขึ้น สภ.สังขละบุรี แจ้งความจับคนปล่อยคลิปเสียงที่เหมือนเป็นเสียงตนเองคุยกับนักการเมืองท้องถิ่น ให้ช่วยเหลือเลือกตั้ง ยันไม่ใช่เสียงตนเอง อัดหวังผลทางการเมืองช่วงใกล้เลือกตั้ง


วันที่ 1 ก.พ. 2569 จากกรณีที่มีคลิปว่อนโซเชียลว่า เป็นเสียงของผู้สมัคร สส.คนหนึ่งคุยกับอีกคนหนึ่งที่เรียก สจ. ว่อนในโซเชียล ล่าสุด เมื่อเวลา 15.55 น. วันนี้ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี เขต 5 เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย ได้เดินทางไปที่ สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เข้าพบ พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และ พ.ต.ต.ธารา น้าวานิช สว.(สอบสวน) สภ.สังขละบุรี พนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะตนอยู่ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้พบว่า มีบุคคลเผยแพร่คลิปเสียง ใส่ร้ายตนทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งคลิปเสียงดังกล่าว ไม่ใช่เสียงของตนและตนไม่เคยกล่าวถ้อยคำลักษณะตามคลิปเสียงที่ปรากฏแต่อย่างใด แต่กลับมีคนกระทำการให้เหมือนว่า เสียงดังกล่าว เป็นเสียงของ

ตนเอง ซึ่งในคลิปดังกล่าว มีข้อความลักษณะที่ทำให้ผู้ฟัง เข้าใจว่า ตนกับคู่สนทนา ซึ่งเป็นนักการเมืองท้องถิ่นให้มาช่วยเหลือตนเองในการเลือกตั้ง สส. เพื่อแลกกับผลประโยชน์ เช่น การแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย


โดยข้อมูลดังกล่าวในคลิปเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จทั้งสิ้น เพราะตนไม่เคยกล่าวข้อความทางโทรศัพท์กับบุคคลใด เนื่องจากทราบดีอยู่แล้วว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตนเชื่อว่ามีการจัดทำข้อมูลอันเป็นเท็จขึ้น แล้วนำมาเผยแพร่เพื่อจูงใจให้บุคคลที่ได้รับฟัง ซึ่งมีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 5 เข้าใจผิดในตัวตนว่า ตนกระทำผิดกฎหมาย อันเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ลงคะแนนให้แก่ตน อันเป็นการหวังผลประโยชน์ทางการเมือง

...


ตนจึงได้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่มีการจัดทำและนำคลิปมาเผยแพร่ และบุคคลที่ใส่ความว่า เสียงดังกล่าว เป็นเสียงของตนเอง และหากพนักงานสอบสวนพบว่า มีบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำความผิดขอให้ดำเนินคดีด้วย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด โดยกล่าวหาว่า “หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตามมาตรา 73(5),159 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550”