เลือกตั้งล่วงหน้าหลายจังหวัดคึกคัก ประชาชนตื่นตัวมารอใช้สิทธิตั้งแต่เปิดหีบ ด้านทหารบก-ทหารเรือ ตบเท้าเข้าคูหาลงคะแนน เหตุ บางส่วนยังต้องอยู่เฝ้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา


เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่หอประชุมองค์การบริหารจังหวัดสุรินทร์ มีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตและในเขต โดยประชาชนมารอตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ประชาชน แห่ใช้สิทธิ โดยมี ร.ต.อ.นิยม เพ็ชรโกมล ผอ.สนง.กกต.จว.สุรินทร์ พร้อมด้วยจิตอาสาคือ รด. และลูกเสือ มาช่วยอำนวยความสะดวก มีจำนวนผู้มีสิทธิที่แจ้งความประสงค์ในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจำนวน 86,344 คน จากหน่วยเลือกตั้งนอกเขต 8 หน่วยเลือกตั้ง ใน 8 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเขวาสินรินทร์ อำเภอสำโรงทาบ อำเภอสังขะ อำเภอปราสาท อำเภอจอมพระ อำเภอรัตนบุรี และอำเภอกาบเชิง รวมถึงมีทหารจากหลายหน่วยกว่า 2,000 นาย ทยอยเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตด้วย

ร.ต.อ.นิยม กล่าวว่า ช่วงเช้ามีพี่น้องประชาชนประมาณกว่า 500 คน มาออหน้าหอประชุม มีทั้งผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตและในเขต โดยที่หน้าประตูห้องจะมีเจ้าหน้าที่คอยประชาสัมพันธ์ และตรวจสอบลำดับ เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วขึ้นเมื่อเข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง โดยแต่ละคนใช้เวลาตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชน รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ลงคะแนน ตรวจสอบบัตร และหย่อนบัตร รวมใช้เวลา 5-10 นาทีต่อคน โดยการใช้สิทธิ์ขณะนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย วันนี้พี่น้องประชาชนน่าจะตื่นตัวพอสมควร ดูจากผู้มาใช้สิทธิล่วงหน้าน่าจะเกิน 90% ส่วนใหญ่ประชาชนตั้งใจมาลงล่วงหน้า และตั้งใจที่จะไม่ไปลงในวันจริง

...

ผอ.สนง.กกต.จว.สุรินทร์ เผยต่อไปว่า ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีคำสั่งห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ภายในเขตเลือกตั้ง โดยครอบคลุมทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทาง กกต.จังหวัดสุรินทร์ ขอความร่วมมือร้านค้าช่วงวันก่อนเลือกตั้งล่วงหน้าให้หยุดการจำหน่ายสุราเริ่มห้ามตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2569 สิ้นสุดเวลา 18.00 น. ของวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากปิดการลงคะแนนแล้วทางไปรษณีย์สุรินทร์จะรอรับหีบบัตรเลือกตั้งไปรวมทั้งศูนย์ไปรษณีย์ จากนั้นจะมีตำรวจมารับเพื่อนำไปรวมนำส่งที่ไปรษณีย์กลาง เพื่อไปคัดแยกตามเขตต่างๆ ต่อไป ทั้งนี้ หากถึงเวลา 17.00 น. ยังมีผู้ใช้สิทธิอยู่ในสถานที่หน่วยเลือกตั้งหรืออยู่ในแถว สามารถใช้สิทธิได้จนกว่าจะหมด แต่ถ้ามาหลัง 17.00 น. จะไม่สามารถใช้สิทธิได้

ทหารนราธิวาส ตบเท้าเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก ประชาชนทยอยใช้สิทธิต่อเนื่อง

ส่วนบรรยากาศการลงคะแนนเลือกตั้ง สส.ล่วงหน้า ทั้งในเขตและนอกเขตเลือกตั้ง ในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองนราธิวาส เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเดินทางมาใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่โรงเรียนนราธิวาส เป็นสถานที่เลือกตั้งกลางของเขตเลือกตั้งที่ 1 มีประชาชนผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนล่วงหน้ามารอตรวจสอบรายชื่อและลำดับผ่านป้ายประกาศและระบบออนไลน์อย่างหนาตา ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเจ้าหน้าที่ กกต. และอาสาสมัครคอยให้คำแนะนำในการเข้าคูหาอย่างใกล้ชิด

สำหรับจังหวัดนราธิวาส มีจำนวนผู้ลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง 7,043 คน ในเขตเลือกตั้ง 330 คน และจำนวนผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 2,363 คน ทั้งนี้ มีผู้มาใช้สิทธิทยอยเดินทางเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้งใหญ่ (8 กุมภาพันธ์) รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ทำงานต่างพื้นที่ ต่างตื่นตัวในการออกมาใช้สิทธิ ทางด้าน นายนันทพล ภาชื่น ผอ.กกต.ประจำจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า ภาพรวมการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันนี้ทั้ง 5 เขตของจังหวัดนราธิวาสเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบรายงานการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำให้ผู้มาใช้สิทธิตรวจสอบความถูกต้องของบัตรเลือกตั้งและซองใส่บัตรก่อนหย่อนลงหีบ เพื่อให้ทุกคะแนนเสียงถูกส่งกลับไปยังเขตเลือกตั้งภูมิลำเนาอย่างถูกต้อง


นาวิกโยธิน จ.ตราด ทยอยใช้สิทธิล่วงหน้า เหตุยังต้องเฝ้าระวังชายแดน

ขณะที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด ซึ่งเป็นสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า มีประชาชนจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งข้าราชการ พนักงานเอกชน และทหาร เดินทางมารอใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ สำหรับการจัดสถานที่ในครั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แบ่งพื้นที่ 8 หน่วยเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต จำนวน 3,333 คน เลือกตั้งล่วงหน้าในเขต จำนวน 65 คน

โดยวันนี้มีกลุ่มทหารนาวิกโยธินและกำลังพลในสังกัดกองทัพเรือ ที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจป้องกันชายแดนในพื้นที่จังหวัดตราด ในยุทธการตราดปราบปรปักษ์ เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 รวมกลุ่มกันเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตกันจำนวนมาก เนื่องจากติดภารกิจสำคัญไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปใช้สิทธิในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ ตัวแทนนายทหารนายหนึ่งเปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ตามแนวชายแดนในขณะนี้จะยังคงเป็นปกติ แต่ด้วยภารกิจการเฝ้าระวังพื้นที่ที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังพลต้องสลับกันมาลงคะแนนตลอดทั้งวัน ส่วนทหารที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดตราดอยู่แล้วจะมีการแบ่งกำลังอีกส่วนหนึ่งเพื่อไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งใหญ่

ด้านนายเกรียไกร ปัญญาพงศธร นายอำเภอเมืองตราด ที่เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเช่นกัน กล่าวว่า วันนี้มีพี่น้องทั้งนอกเขตและในเขตที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งบัตรเลือกตั้งจะถูกส่งไปยังเขตเลือกตั้งของผู้ที่ลงทะเบียนเพื่อไปนับรวมกับผลวันเลือกตั้งจริงต่อไป ทั้งนี้ การเลือกตั้งโดยทั่วไปยังไม่มีอะไรที่ผิดสังเกต มีเพียงการทำลายป้ายหาเสียงเท่านั้น และมีการปิดป้ายหาเสียงในจุดที่ห้ามปิด ได้แจ้งให้ดำเนินการแก้ไขแล้ว คาดว่าปีนี้จะมีคนออกมาใช้สิทธิกันมาก ส่วนปัญหาเรื่องการซื้อเสียงมีเพียงการพูดถึงให้ได้ยิน แต่ยังไม่พบหลักฐานชัดเจน ซึ่งยังเฝ้าระวังเรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม


ทหารชายแดนอุบลฯ ตบเท้าเลือกตั้งล่วงหน้าคึกคัก

ในส่วนของ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากบริเวณหน่วยเลือกตั้งกลางเขตเลือกตั้งที่ 11 หอประชุมอำเภอเดชอุดม ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าที่มีทหารจากต่างจังหวัดเข้ามาประจำการที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย และ อำเภอบุณฑริก ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 3,000 คน บรรยากาศช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก แต่ละหน่วยจัดรถรับส่งกำลังพลจากฐานปฏิบัติการลงมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง

นายปัญญาปกร วิรักขะโม ผู้อำนวยการการเลือกตั้งเขต 11 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า หน่วยนี้เรียกว่าหน่วยเลือกตั้งกลาง หอประชุมอำเภอเดชอุดม เขตเลือกตั้งที่ 11 ผู้ที่ใช้สิทธิ์ล่วงหน้าแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือในเขตเลือกตั้ง (เขต 11) มีผู้ลงทะเบียน ล่วงหน้า 18 คน มีผู้ลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง 3,092 คน ส่วนใหญ่จะเป็นทหารที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง เนื่องจากว่าทหารส่วนใหญ่มาปฏิบัติหน้าที่ในฐานปฏิบัติการอำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย และอำเภอบุณฑริก จะมีภูมิลำเนาในเขตพื้นที่ต่างจังหวัด อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี บุรีรัมย์ กรุงเทพฯ ซึ่งทั้งหมดได้มีการลงทะเบียนล่วงหน้าเอาไว้แล้ว

ทหารจากจังหวัดกาญจนบุรีนายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนเองมาประจำการที่นี่ได้ 3 เดือนแล้ว การรับรู้ข้อมูลของผู้สมัครไม่มีปัญหา เนื่องจากว่าผู้สมัครเป็นบุคคลในพื้นที่ รู้จักตัวและเห็นกันมาโดยตลอด ในการเลือกครั้งนี้ตนมองที่ตัวบุคคล ที่ประชาชนเวลามีปัญหาสามารถเข้าถึงและช่วยแก้ปัญหาได้ ส่วนในเรื่องของนโยบาย เป็นเรื่องเชิงลึก ซึ่งที่ผ่านมาทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ตนไม่ค่อยได้สนใจ ขณะที่เรื่องประเด็นของชายแดน ส่วนตัวมองว่าในพื้นที่สามารถดูแลและให้การช่วยเหลือได้เป็นอย่างดี เข้าถึงแนวหน้าตลอดระยะเวลาที่ตนมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่อำเภอน้ำยืน.