“พิธา-ปิยบุตร” ขอชาวสกลนครปักธงส้มยกจังหวัด ชี้ตอนนี้ไม่ใช่การเมือง 3 ก๊ก แต่เป็นการเมือง 2 ขั้ว “ขั้วเดิม-ขั้วใหม่” ด้าน “ธนาธร” ไปสระแก้ว แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม บอกเป็นที่ 1 ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ “ภคมน-วีระยุทธ” ไปกระบี่ ย้อนพวกเอาชาติมาอ้าง รักแบบไหนมีแต่เรื่องทุจริต


วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ตลาดนัดหน้าค่าย บขส.สกลนคร พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัย นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โดยนายปิยบุตรกล่าวว่า วันนี้พรรคประชาชนรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย เป็นคาราวานประชาชนมี 8 เส้นทางทั่วประเทศไทย เราเชื่อเหลือเกินว่าวิธีการรณรงค์หาเสียงแบบนี้ที่ทำมาตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล ไม่มีพรรคไหนลอกเลียนแบบได้ เพราะเรามีแกนนำ ผู้ปราศรัย ผู้ช่วยหาเสียง ผู้สมัคร สส. จำนวนมากที่เป็นดาวฤกษ์ สามารถไปได้ทั่วประเทศพร้อมกัน นี่แหละคือผู้คนและการเดินทางของพรรคประชาชน พร้อมขอชาวจ.สกลนคร กาให้ผู้แทนพรรคประชาชนทั้ง 7 คน 7 เขต


นายปิยบุตร ยังกล่าวอีกว่า เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่สามก๊ก แต่เป็นการเมืองสองขั้วที่กำลังชิงชัยในการเป็นรัฐบาล ระหว่าง “ขั้วอดีต” ขั้วเดิมที่เคยสลับสับเปลี่ยนกันเป็นรัฐบาลหมดแล้ว กับอีกขั้วหนึ่งคือ “ขั้วใหม่” เป็นขั้วพลังทางการเมืองแบบใหม่ที่ต้องการเข้ามาทำงานการเมืองแบบใหม่ ขั้วนี้ยังไม่เคยเป็นรัฐบาล ยังไม่เคยมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน นั่นคือขั้วของพวกเราพรรคประชาชน ดังนั้นโค้งสุดท้าย พูดกันให้ชัด ไม่ต้องอธิบายความเรื่องสามก๊กหลายพรรคหลายสี เพราะสิ่งที่เป็นอยู่คือการเมืองสองขั้ว


“บอกว่าพี่น้องจะมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นไม้เด็ดในการหาเสียงช่วงท้าย โอ้โหอุตส่าห์ข้ามขั้วทั้งที ผมก็ภาวนาว่าข้ามขั้วทั้งทีช่วยทำให้สำเร็จเถอะ แต่จนแล้วจนรอดพี่น้องก็เห็น ว่าผ่านมาแล้วสองปีกว่า ยังวนเวียนอยู่แบบเดิม ครั้งที่แล้ว 14.4 ล้านเสียงยังไม่พอ ขอพี่น้องทั้ง 14.4 ล้านเสียงกลับมาเลือกเราอีกครั้ง อย่าเพิ่งเปลี่ยนใจ และช่วยไปชวนพี่ชวนน้องมาอีกคนละหนึ่งรวมกันเป็น 28 ล้านเสียง คราวนี้รัฐบาลประชาชนเกิดได้แน่นอน” นายปิยบุตร กล่าว

...


จากนั้น นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีครั้งไหนตั้งแต่เราทำการเมืองกันมา ที่เรามีโอกาสจะปักธง สส.เขตคนแรกของสกลนครได้เท่าครั้งนี้ มาที่สกลนครต้องบอกว่ามาถอนคำสาป ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกล เรามาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยังไม่ได้ สส.เขตเสียที แพ้ไป 2,000-3,000 คะแนน เพราะฉะนั้นมาสกลนครครั้งนี้เรียบง่ายมาก เป็นเขตยุทธศาสตร์ ถ้าพี่น้องออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันถล่มทลาย เราได้ว่าที่ สส.สกลนคร ของพรรคประชาชนแน่นอน เอาให้ครบ 7 คน 7 เขตเลยได้หรือไม่


“ตนเป็นหนี้บุญคุณพี่น้องสกลนครเป็นอย่างสูง ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดินฯ คนแรกของพรรคส้มก็เพราะตอนนั้นมาที่สกลนคร เรียนรู้กับพี่น้องเกษตรกรว่าเกษตรกรที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน ในขณะที่เกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องเช่าที่ ส.ป.ก. ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เมื่อเรียนรู้ตนจึงเห็นว่าชีวิตมันต่างกันแค่ไหน กลับเข้าสภาจึงไปอภิปรายเรื่องกระดุม 5 เมตร วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กาเพื่อเปลี่ยน กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ เข้าคูหาส่งนายกเท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล เปลี่ยนสกลนครไปด้วยกัน”


“ธนาธร” แฉมีคนจ้องทำลายพรรคส้ม บอกเป็นที่ 1 ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้


ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ได้เดินทางไปที่บริเวณ บขส. ตลาดนัดเมืองแก้ว จังหวัดสระแก้ว พร้อมคาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายภาคตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” พร้อมกล่าวปราศรัยว่า การทำงานของพรรคประชาชนไม่ได้เริ่มต้นจากการซื้อเสียง ไม่ใช่การเลี้ยงดูเครือข่ายหัวคะแนน ไม่ได้เลี้ยงดูเครือข่ายผู้มีอิทธิพล เป็นการคัดเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถมาเป็นทีมบริหารรัฐบาลประชาชนได้ จากนั้น จึงยกตัวอย่างถึงคนที่จะมาดูแลปัญหาชายแดน จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพื่อมารับมือสงครามการค้าในดุลอำนาจใหม่ของโลก เช่น นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี เมืองหลวงมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก สหรัฐอเมริกา


“เขาบอกว่า ต่อให้เราชนะเป็นอันดับหนึ่ง ก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้หรอก ประโยคนี้เขาต้องการทำลายเรา แต่สิ่งที่สำคัญไปมากกว่านั้น เขาต้องการทำให้ทุกท่าน หมดจิต หมดใจจะใฝ่ฝัน เขาต้องการทุบความฝัน ความหวังของท่านให้แตกสลาย เขาต้องการให้ท่านเชื่อว่า สังคมใหม่เป็นไปไม่ได้ สังคมที่เท่าเทียมเป็นธรรมเป็นไปไม่ได้หรอก สังคมที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย เป็นไปไม่ได้ สังคมที่ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นไปไม่ได้ เขาต้องการให้ทุกท่านหมดหวังกับการเมือง เพื่อที่ถ้าท่านหมดหวังกับการเมืองแล้ว ท่านจะไปเลือกพรรคเดิม ๆ ท่านจะไม่มีความหวัง ท่านจะไม่สนใจการเมือง มีวิธีเดียวเท่านั้น ขอให้พ่อแม่พี่น้องสระแก้ว กาพรรคประชาชนทั้งสองใบ จะเป็นส่วนหนึ่งของการหยุดยั้งไม่ให้มีใครตั้งรัฐบาลแข่ง ส่งพรรคประชาชนเป็นรัฐบาล และส่งหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรี”


“ภคมน” ย้อนพวกเอาชาติมาอ้าง รักแบบไหนมีแต่เรื่องทุจริต


ขณะที่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ร่วมคาราวานหาเสียงพรรคประชาชน สายภาคใต้ 2 “บินหลาดง” ที่ลานจอดรถสวนสาธารณะธารา กระบี่มารีนา อ.เมืองกระบี่


โดย น.ส.ภคมน ระบุว่า วันนี้การเลือกตั้งเหลือเวลาไม่นานแล้ว เดิมพันของพรรคประชาชนคืออนาคตของประเทศไทย ขอให้ช่วยกันยืนยันว่าเราจำเป็นต้องการการเมืองของคนธรรมดา การเมืองที่อาสาและกล้าหาญ เข้าไปขีดเขียนอนาคตประเทศไทย เรายืนยันว่าต้องมีการเมืองแบบพรรคประชาชน วันนี้เราถูกชี้หน้าและท้าทายมากมาย ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้


“สถานการณ์การเมืองของประเทศไทยหลายครั้งที่ลุกเป็นไฟก็เกิดจากคนพวกนี้ที่ยกเอาชาติมาอ้าง ต้องถามกลับไปว่ารักชาติแบบไหน ถึงเอาเขากระโดงมาเป็นสมบัติบ้านตัวเอง รักชาติแบบไหนถึงเสนอทำแลนด์บริดจ์ถมทะเลทำลายวิถีชีวิตของชาวใต้ รักชาติแบบไหนถึงเอาเงินผู้ประกันตนตั้งงบทำปฏิทิน รักชาติแบบไหนถึงเอาคนมีคดียาเสพติดคนมีคดีสีเทามาเป็นรัฐมนตรีบริหารชาติบ้านเมือง”


“วีระยุทธ” อ้อนขอมีรัฐบาลพรรคส้ม ที่ไม่ได้เริ่มจากการใช้เงิน


ในส่วนของนายวีระยุทธ ระบุว่า ที่ผ่านมาการเมืองบ้านใหญ่ วนเวียนอยู่กับธุรกิจทุนผูกขาด และวันนี้ก็อยู่กับธุรกิจทุนสีเทา การซื้อเสียงแพงขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเป็นรัฐบาลก็จะโกงกินมากขึ้น เรียกว่าโกงกินพลัส ในเมื่อซื้อเสียงให้เราพลัสจากรอบที่แล้ว ถ้าเขาได้เป็นรัฐบาลคิดว่าเขาจะไม่โกงกินหรือ เครนที่ถล่มง่าย การก่อสร้างที่อันตรายก็จะกลายเป็นพลัสเหมือนกัน


“การเมืองเก่ากับการเมืองบ้านใหญ่มันพาประเทศไทยมาได้เท่านี้จริง ๆ พาประเทศไทยมาถึงจุดที่จีดีพีปีนี้จะโตแค่ 1% กว่าเท่านั้น ต่ำที่สุดในรอบ 30 ปีหากไม่นับช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ จนความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น โอกาสในชีวิตของประชาชนน้อยลง อย่าให้การเมืองเก่าและการเมืองบ้านใหญ่พาประเทศไทยไปต่อ พรรคประชาชนทำงานอย่างหนัก พวกเราคิดว่าประเทศไทยดีกว่านี้ได้ เชื่อว่าคนไทยสมควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ ดังนั้น ภารกิจที่เราตั้งธงไว้คือจะต้องส่งมอบรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับประเทศไทย นี่คือสิ่งที่หลอมรวมทุกคนที่มาเดินทางในเส้นทางสายสีส้ม มาพร้อมพลังที่อยากเปลี่ยนแปลง ตั้งใจทำนโยบายอย่างจริงจัง คิดมาอย่างรอบด้าน มีทีมบริหารที่มีทั้งเจตจำนงและความเชี่ยวชาญ พร้อมพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก“


นายวีระยุทธกล่าวต่อไปว่า แต่สุดท้ายรัฐบาลประชาชนจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้หากคนไทยที่กระบี่และภาคใต้ไม่กล้าฝันร่วมกัน ถ้าทุกคนคิดว่าประเทศไทยมาได้แค่นี้ ประเทศไทยก็จะได้เท่านี้จริง ๆ แต่ถ้าทุกคนยังกล้าฝันใหญ่ ถึงประเทศไทยที่ไร้การทุจริต ที่ธุรกิจแข่งกันด้วยกติกาที่เป็นธรรม คนเติบโตได้ตามความสามารถ ถึงระบบราชการที่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการทุกคนทำงานเพื่อประชาชน และข้าราชการก็ภาคภูมิใจในการทำงานเพื่อประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน ถึงเศรษฐกิจเก่าที่ไปต่อได้และเศรษฐกิจใหม่ที่เฉิดฉายบนเวทีโลก ถึงสังคมไทยที่ยังเป็นสังคมแห่งโอกาส เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทดลอง เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกันได้ หากยังกล้าฝันใหญ่แบบนี้ ยังมีความฝันเดียวกัน ตนขอแรงและหัวใจของทุกคนทั้งใจได้หรือไม่


“การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งระหว่างอดีตหรืออนาคต รัฐบาลสีฟ้า สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดงมีมาหมดแล้ว ยังไม่มีรัฐบาลสีส้ม เราเริ่มต้นโดยการเมืองที่ไม่ใช้เงินอย่างไรก็ไม่แย่ไปกว่าเดิม นี่คือคำยืนยันของเรา ขอความหนักแน่นจากทุกคนที่เดินทางร่วมกับเรามา เวลาอยู่ข้างพวกเขา เงินอยู่ข้างพวกเขา แต่สิ่งที่เรามีคือสิทธิของพวกเรา ปากกาหนึ่งด้ามที่จะเดินเข้าคูหาในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ขอแรงทุกคนกา สีส้มให้ถล่มทลาย เป็นรุ่งอรุณของวันใหม่ เป็นรุ่งอรุณแห่งอนาคตที่เราจะมีรัฐบาลประชาชนร่วมกัน” นายวีระยุทธ กล่าว