“เพียงพนอ บุญกล่ำ” ทำหนังสือถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ขอโปรดรับไว้พิจารณา พร้อมแนบประวัติ ประสบการณ์การทำงาน หากพรรคประชาชนได้รับโอกาสเป็นรัฐบาล พร้อมปิดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริต ปฏิรูประบบรัฐ
วันที่ 31 มกราคม 2569 นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน เขียนจดหมายถึง ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทุกท่าน พร้อมสำเนาถึง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชนทั้ง 3 คน เพื่อยื่นใบสมัครทีมบริหารคนใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) พร้อมส่งประวัติการศึกษา การทำงาน ประสบการณ์และการได้รับการยอมรับจากองค์กรต่างๆ
ระบุว่า ดิฉัน นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ขอแนะนำตัวในฐานะหนึ่งในทีมบริหารรัฐบาลประชาชน (หากพรรคประชาชนได้รับโอกาสจัดตั้งรัฐบาล) และขอเสนอตัวเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศและประชาชนทุกคน รวมถึงผู้ที่ไม่สามารถส่งเสียงของตนได้ด้วยข้อจำกัดทางกายภาพหรือสถานการณ์ชีวิต
การเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางอนาคตของประเทศไทย ดิฉันได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารพรรคให้เข้าร่วมทีมทำงานแล้ว อย่างไรก็ตาม ความชอบธรรมสูงสุดในการทำงานเพื่อประเทศ ต้องมาจากฉันทามติของประชาชน ผ่านคะแนนเสียงที่เพียงพอทั้งในระบบเขตและบัญชีรายชื่อ (ควรต้องมากกว่า 200 เสียง และใกล้ 250 มากที่สุด) เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างมั่นคงและสอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
ดิฉันมีประสบการณ์การทำงานรวมกว่า 38 ปี ในสายงานกฎหมายภาษีอากร ตลาดทุน การลงทุน การฟื้นฟูกิจการ และกฎหมาย รวมถึงการบริหารองค์กรรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของรัฐ รวมถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่ ผ่านการทำงานทั้งในเชิงวิชาชีพและเชิงบริหารที่ยึดหลักความถูกต้อง ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์เป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดิฉันเชื่อในการทำงานอย่างมืออาชีพ คนนอกวงการอาจไม่รู้จัก เพราะจรรยาบรรณวิชาชีพของเรา จะไม่โฆษณา แต่ให้คุณค่ากับผลงานและความไว้วางใจที่ได้รับจากผู้ร่วมงานและสังคม
...
การตัดสินใจเข้าสู่การเมืองในครั้งนี้ ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่าย และมีต้นทุนส่วนตัวสูงในหลายมิติ อย่างไรก็ตาม ดิฉันเลือกก้าวเข้ามาด้วยเหตุผลเพียงประการเดียว คือความเชื่อมั่นว่า ประสบการณ์ ความรู้ และเครือข่ายการทำงานที่สั่งสมมา สามารถนำมาใช้แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคอร์รัปชัน ทุนสีเทา เศรษฐกิจที่อ่อนแอ ความเหลื่อมล้ำ หรือระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนกำลังหมดศรัทธา และถือเป็นวิกฤติลุกลามไปจนขาดความเชื่อมั่น
ดิฉันไม่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงที่อาศัยบุคคลเพียงคนเดียว หรือกลุ่มเล็ก ๆ การขับเคลื่อนประเทศจำเป็นต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม ร่วมกันกับทุกกระทรวง ต้องมีผู้นำที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่มั่นคง ผู้ปฏิบัติที่มีความกล้าหาญในการตัดสินใจ และการยึดประโยชน์สาธารณะของประเทศและประชาชนเป็นศูนย์กลาง เหนืออำนาจ ผลประโยชน์ส่วนตน หรือพวกพ้อง
ดิฉันขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า จุดยืนในการทำงานคือการลดอำนาจที่ไม่จำเป็น ปิดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการทุจริต ปฏิรูประบบรัฐ และสร้างกลไกการบริหารประเทศที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้จริง โดยนำประสบการณ์การบรรลุเป้าหมายมาร่วมทำงานกัน
ประเทศไทยเหลือเวลาไม่มาก การแก้ไขปัญหาอาจต้องใช้เวลาและความอดทน แต่การไม่เริ่มต้นในวันนี้ จะยิ่งเพิ่มต้นทุนให้กับประเทศในวันข้างหน้า ดิฉันจึงขอสมัครเข้ามาทำหน้าที่นี้ด้วยความตั้งใจจริง พร้อมทำงานอย่างเต็มกำลัง และพร้อมรับผิดชอบต่อผลของการตัดสินใจทุกประการ ถ้าได้รับโอกาส พนักงานใหม่คนนี้ จะทำงานสุดกำลังความสามารถ และขอความกรุณาประชาชนพิจารณา และใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศ โปรดพิจารณาในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง