“ยศชนัน” ช่วยพ่อลูก “ยิ้ม วิสาระดี-วิสาร” หาเสียง ขอเสียงเลือกทั้งคนทั้งพรรค “จุลพันธ์” ซัด “อนุทิน” ยกคลั่งชาติ ทำคนแตกแยก บอกฟังแต่ “เนวิน” แต่ใช้เหตุชายแดนหวังผลเลือกตั้งเหมือน “อังเคิล” ท้าดีเบตสักครั้งก่อนเลือกตั้ง ด้าน “ภูมิธรรม” เตือนโค้งสุดท้ายหาเสียง อย่าปลุกวาทกรรม “รักชาติ–ไม่รักชาติ”


วันที่ 31 ม.ค. 2569 เมื่อเวลา 12.30 น. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และคณะเดินทางต่อไปยัง เทศบาลตำบลเมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ช่วย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร สส. จังหวัดเชียงราย เขต 4 เบอร์ 4 หาเสียง ก่อนเดินทางไปยัง โรงเรียนเจดีย์หลวงพิทยา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย เพื่อช่วยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 3 เบอร์ 6 หาเสียง ก่อนที่เวลา 17.00 น. นายยศชนัน และคณะจะเดินทางไปที่ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (หอประชุม GMS) อ.เมือง จ.เชียงราย เป็นเวทีสุดท้ายในการหาเสียงที่เชียงราย ซึ่งทุกเวทีมีประชาชนให้การต้อนรับและรอรับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่


...

“หนิม” ซัด “หนู” ยกคลั่งชาติ ทำคนแตกแยก ทำตัวเหมือน “อังเคิล”


โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยที่เวทีปิดท้ายตอนหนึ่งว่า เมื่อวานมีการปราศรัยของบางพรรคการเมืองก็คือพรรคภูมิใจไทย ระยะหลังๆ มันแปลกเข้าทุกที วันนี้ตนในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จึงต้องฝากข้อความไปว่า “หนูเอ้ย วันนี้หนิมต้องขอคุยกับหนูอีกรอบแล้ว วันนี้หนิมเข้าใจความรู้สึกของหนู มันอึดอัดมันคับข้องเพราะ เชน ยศชนัน มีแต่ความรักจากประชาชนมากขึ้นทุกวันๆ เขาคงกลัวว่าไม่มีโอกาสกลับเข้าทำเนียบอีกครั้ง แต่วันนี้การผูกขาดความรักชาติ ให้เลือกคนรักชาติอย่าเลือกคนไม่รักชาติ เป็นการแบ่งแยกประชาชน ที่สำคัญคนที่นั่งที่นี่รักชาติทุกคน ไม่ว่าพรรคไหนก็รักชาติเหมือนกัน อย่าไปผูกขาดความรักชาติ แล้วทำให้ประชาชนแตกแยก แผ่นดินต้องแบ่งเป็นสองฝั่ง ที่ว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ ผมไม่รู้ว่าเขาที่ว่านั้นคือใคร แต่เขากระโดงไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าอยากได้เขากระโดงคืนเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 ทั้งแผ่นดิน วันนี้ มาเป็นชุด ทั้งอังเคิลทั้งแดดดี้ เข้าใจว่าไม่ต้องฟังแดดดี้เพราะหนูฟังเนวินอยู่แล้ว แต่บอกไม่ฟังอังเคิล แต่สิ่งที่หนูทำเหมือนอังเคิลเป๊ะเลยคือปลุกกระแสคลั่งชาติเหมือนฮุนเซน สร้างปัญหาชายแดน ให้เกิดการปะทะเพื่อหวังผลเลือกตั้งในประเทศตัวเอง มันต่างอะไรจากที่หนูทำวันนี้ เพื่อไทยยืนยันทุกคนรักชาติเท่าเทียมกัน แล้วจะเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน อย่าผูกขาดรักชาติ ไม่มีใครรักมากรักน้อยไปกว่ากัน”


ท้าดีเบตสักครั้งก่อนเลือกตั้ง


นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า “วันนี้เดินหน้าเอานโยบายมาคุยกันดีกว่า อยากจะให้หนูมาปราศรัยมาพบประชาชนบ้างก็ช่วยส่งเสียงเรียกหน่อย พวกผมไปดีเบตแทบตายมีพรรคเดียวหลบหาย เราอยากให้มาแลกเปลี่ยนพูดคุยเป็นคำเชิญจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปยังหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาดีเบตสักวันก่อนวันเลือกตั้งดีหรือไม่ เราจะเดินหน้าทำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค”


“ภูมิธรรม” เตือนโค้งสุดท้ายหาเสียง อย่าปลุกวาทกรรม “รักชาติ–ไม่รักชาติ”


ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า การหาเสียงเลือกตั้งในช่วงสัปดาห์สุดท้ายนี้

สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ การหยิบยกวาทกรรม ที่แบ่งแยกประชาชนออกเป็นฝักฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการตีตราว่าใคร “รักชาติ” หรือ “ไม่รักชาติ” หรือการนำประเด็นความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน มาใช้เป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง


การเมืองที่ดี ไม่ควรตั้งอยู่บนการปลุกอารมณ์ความกลัว ความเกลียดชัง หรือความรู้สึกเป็นศัตรู เพราะท้ายที่สุด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ประเทศเข้มแข็งขึ้น ตรงข้ามยังบั่นทอนความสามัคคีที่คนในชาติพึงมีร่วมกันด้วยซ้ำ

ในภาพรวมกลับมีผลกระทบต่อความเข้มแข็ง และลดทอนความสามารถของประเทศในการก้าวไปข้างหน้าในระยะยาว


ความรักชาติ ไม่ควรถูกผูกขาดโดยใครและไม่ควรถูกใช้เป็นข้ออ้างในการป้ายสี ชี้นิ้ว หรือตัดสินใคร สิ่งที่ประชาชนควรได้รับจากพรรคการเมืองในช่วงเวลานี้ คือ นโยบายที่ชัดเจน แนวทางการทำงานที่เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับปัญหาและช่องว่างในการขับเคลื่อนประเทศ และควรมีแนวคิด คำอธิบายที่ตรงไปตรงมาว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะทำอะไรให้ประเทศดีขึ้น


เมื่อถึงวันหย่อนบัตรประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่า จะมอบความไว้วางใจให้กับผู้สมัครคนไหนเข้าไปทำหน้าที่ ผู้แทนราษฎร และ จะไว้วางใจพรรคการเมืองไหนให้เข้าไปทำหน้าที่บริหารประเทศ การเมืองควรเป็นพื้นที่ของความหวัง ไม่ใช่ความแตกแยก เป็นพื้นที่ของนโยบายที่สร้างสรรค์ไม่ใช่วาทกรรมทำลายกัน


ขอเชิญชวนทุกพรรคการเมืองกลับมาแข่งขันกันด้วยวิสัยทัศน์ความสามารถ และความรับผิดชอบต่อประเทศเพื่อให้ประชาชนของประเทศไทยได้เลือก “อนาคต” ไม่ใช่ถูกบังคับให้เลือก “ฝ่าย” 20 ปีมาแล้วที่การเมืองสร้างความขัดแย้ง แบ่งฝักฝ่าย เราต้องหยุดความแตกแยกที่ซ้ำซากไม่ตกอยู่ในหลุมดำนี้ ซึ่งมีคนที่พยายามจะสร้างขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของพรรค และของตนเอง วันนี้ประเทศมาถึงทางแยกที่ต้องเลือกอนาคตด้วยพลังความสามัคคีของคนไทย