“พีระพันธุ์” รวมไทยสร้างชาติ บุกฝั่งธนฯ ช่วยหาเสียงให้ “กวิน-ณรงค์ชัย” ขณะชาวตลาดบางแคเชียร์แก้ปัญหาค่าแก๊สแพง หนุนเข้าสภาฯ สานต่อแก้วิกฤตค่าพลังงาน

วันที่ 31 มกราคม 2569 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อม น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรค, นายวัฒนา ภู่โอบอ้อม หรือ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ และน.ส.กัญญาวีร์ จารุสัมพันธ์กนก ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 32 ร่วมลงพื้นที่บริเวณตลาดบางแค เพื่อช่วยนายณรงค์ชัย ธารณา ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 29 (บางแค-หนองแขม) เบอร์ 9 และนายกวิน ชาตะวณิช ผู้สมัคร สส. เขต 30 (บางแค-ภาษีเจริญ) เบอร์ 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยต่างให้การตอบรับและมอบกำลังใจให้อย่างอบอุ่น ซึ่งระหว่างลงพื้นที่ตลาดบางแคและชุมชนโดยรอบถนนเพชรเกษม ประชาชน พ่อค้าแม่ค้าต่างมอบดอกกุหลาบให้แก่นายพีระพันธุ์ พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์ให้เข้าไปเป็น สส. ในสภาฯ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน และวิกฤตปากท้องของพี่น้องชาวบางแค ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้ลดค่าแก๊สหุงต้มที่เป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพค้าขาย

...


นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตลอด 2 ปีที่ได้รับโอกาสเข้าไปทำงานในตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ลดค่าพลังงานมาตลอดทั้งค่าน้ำมันและค่าไฟฟ้า โดยเฉพาะแก๊สหุงต้มที่ตรึงไว้ที่ราคา 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ด้วยต้นทุนแก๊สราคา 25 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ปัจจุบันต้นทุนแก๊สอยู่ที่ 17 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาค้าปลีกกลับพุ่งสูงกว่า 480 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านายทุนพลังงานเอาเปรียบประชาชนคนรากหญ้ามากแค่ไหน


จากนั้นจึงได้เดินทางต่อไปยังชุมชนหมู่บ้านพงษ์ศิริชัยและชุมชนซอยศิริเกษม เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ประกอบอาชีพค้าขาย จึงได้นำเสนอนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้า 1,500 บาทต่อเดือน ควบคู่กับการจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินให้กู้ 50,000 บาทต่อราย ไม่มีดอกเบี้ย จำนวน 1,000,000 ราย เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินของผู้มีรายได้น้อย โดย นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายจ้างงานผู้สูงอายุ ตอนหนึ่งว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งหลายคนยังมีความสามารถจึงจะจัดให้มีการจ้างงานภาครัฐจำนวน 300,000 ตำแหน่ง เงินเดือนขั้นต่ำ 12,000 บาท ซึ่งเป็นงานประเภทช่วยเหลือสังคมหรือดูแลประชาชนในพื้นที่ชุมชน อาทิ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ช่วยเหลือคนพิการ เป็นต้น