“อนุทิน” หาเสียงสมุทรปราการ แม่ค้า ทวงเงิน 2,400 บาท โว “โพลผมนำตลอด” ย้อนถามใครบอกสูสีพรรคประชาชน ย้ำชัดไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง-ไม่รู้จักผู้ว่า รฟท.-ไม่ได้ดองคดี ตอกกลับ “ณัฐวุฒิ” แค่วาทกรรมตลกหน้าม่าน หลังบอกฟังแต่ครูใหญ่


เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ม.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ตลาดบางน้ำผึ้ง เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 8 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นางสาวแพรวพรรณ พุกพิบูลย์ เขต 1, นายนกเขา ท้วมกลัด เขต 2, นางอภัสนันท์ ภัคนราธนเศรษฐ์ เขต 3, นางสาวพิมพ์พรรณ พึ่งบุญ เขต 4, นางยุคลฉัตร หลำวรรณะ เขต 5, นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เขต 6, นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ เขต 7 และนายวิบูลย์ชัย ขาวทองบริสุทธิ์ เขต 8


เมื่อนายอนุทิน เดินทางมาถึง เจ้าอาวาสวัดบางน้ำผึ้งในได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่ องค์จำลอง ให้กับนายอนุทิน ก่อนที่นายอนุทินจะไหว้ท้าวเวสสุวรรณ จากนั้น ได้เดินเข้าตลาดเพื่อพบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยหลายคนขอถ่ายรูป ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ถามถึงโครงการคนละครึ่ง และอยากให้สานต่อ บางคนถึงขั้นบอกว่า ไม่เอาแล้วเงินหมื่น จะเอา 2,400 บาท ซึ่ง นายอนุทิน ตอบกลับว่า “ง่ายเลย ถ้าได้เป็นรัฐบาลโครงการนี้กลับมาแน่” นอกจากนี้ แม่ค้าอวยพรนายอนุทิน ว่าขอให้ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพราะประชาชนจะสบาย ซึ่งนายอนุทินได้ยิ้มตอบ ทั้งนี้ ระหว่างเดินตลาดมีประชาชน เข้ามาพูดกับนายอนุทินว่าอย่าเปิดด่าน นายอนุทินจึงย้ำว่าไม่เปิดอยู่แล้ว


นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังได้ชิมอาหารหลายร้านพร้อมกับอุดหนุนสินค้าภายในตลาดบางน้ำผึ้ง และได้แวะป้อนอาหารปลาคราฟ ช่วงหนึ่งแม่ค้าร้านตะลิงปลิง ถามนายอนุทินว่าเหนื่อยหรือไม่ ซึ่งนายอนุทิน ตอบกลับว่า ไม่เหนื่อย แต่ง่วงนิดหน่อย เพราะนอนน้อย แม่ค้าจึงหยิบตะลิงปลิงให้กิน โดยบอกว่ากินจะได้ตื่นเลย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

...


ยัน ปราศรัยเรื่อง 112 ไม่ได้โจมตีใคร


นายอนุทิน ยังกล่าวถึงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งที่มีการปราศรัยใหญ่กรุงเทพมหานครเมื่อคืนนี้อย่างดุเดือด ว่า เป็นการปราศรัยปกติ ปราศรัยใหญ่ในจังหวัดที่พรรคภูมิใจไทย จะปักธง และจะต้องเดินทางไปอีกหลายจังหวัดไม่ใช่แค่ กทม.


เมื่อถามถึงพื้นที่หัวเมืองใหญ่ ที่ฐานเดิมเคยเป็นของพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย มีกลยุทธ์อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า “ออแกนิก” แบบนี้แหละครับ เดินขอเสียงพี่น้องประชาชน ในขณะที่เดินหาเสียงก็รับฟังปัญหาของเขา รับฟังในสิ่งที่เขาต้องการ


ส่วนมั่นใจหรือไม่ว่าแคมเปญน้ำเงินทั้งแผ่นดินจะช่วยให้คว้าชัยได้ นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคนก็ทุ่มเท ขยันขันแข็ง เมื่อถามว่าถึงการปราศรัยเมื่อวานมีการโจมตีพรรคที่ต้องการแก้มาตรา 112 นายอนุทิน ตอบกลับทันที ว่า ไม่ได้โจมตี


เมื่อถามย้ำว่าการจับมือกันทำงานจะยากหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นปัญหา ไม่เกี่ยวกับเรื่องจับมือ ต่างคนก็ต้องต่างอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ


ปมเขากระโดง ย้ำชัดไม่แทรกแซง-ไม่รู้จักผู้ว่า รฟท.-ไม่ได้ดองคดี


เมื่อถามว่าโค้งสุดท้ายจะดุเดือด เพราะมีความพยายามนำเรื่องเขากระโดงมา ทวงถาม ในช่วงเวลานี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ที่พยายามบอกว่ายึดไปแล้วยึดเมื่อไหร่ มีแต่สั่งให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีการแทรกแซง ทุกวันนี้ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังไม่รู้จักเลย ว่า เป็นใคร


“วันนั้นยังปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม ว่า จะให้เขาลาออก ทั้งที่ยังไม่มีผู้ว่าฯรถไฟ คิดว่าเป็นวาทกรรม และผู้ที่คิดว่าจุดนี้ จะเป็นจุดอ่อนไม่ใช่หรอก ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย อะไรที่เป็นไปตามกฎหมาย เราก็จะดำเนินการตามนั้น ถ้าสมมุติว่ามีการทำผิด ดำเนินคดีแล้ว พิสูจน์แล้วพบว่ามีการกระทำผิดก็จะไม่มีการละเว้น แม้จะเป็นญาติ หรืออยู่พรรคเดียวกัน แสดงให้เห็นชัดเจนไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ยืนยัน ไม่ได้ดองคดี ทั้งนี้ได้บอกให้ขึ้นบัญชีดำบริษัท ที่ไม่ได้มาตรฐานและนั่งจี้อยู่ทุกวัน มีแต่เร่งไม่มีดองอยู่แล้ว”


เย้ย “ณัฐวุฒิ” แค่วาทกรรมตลกหน้าม่าน ยันทีมเศรษฐกิจมือสะอาดทุกคน


ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย บอกว่า มีการวิ่งราวชาติ พร้อมโต้สวนที่บอกว่าไม่ฟังแดดดี้ เพราะฟังแต่ครูใหญ่ นายอนุทิน ย้อนถามว่าวิ่งราวชาติแปลว่าอะไร ก่อนจะหัวเราะ และบอกว่า ก็วาทกรรม แค่ชวนคนเผาบ้านเผาเมืองมันชัดเจน จะบอกว่ารับผิดชอบเองรับผิดชอบอย่างไร เพราะถ้ารับผิดชอบเองป่านนี้คงไม่มาอยู่บนเวที


เมื่อถามว่า นายณัฐวุฒิ เหน็บว่า นายอนุทิน ฟังแต่ครูใหญ่ นายอนุทิน กล่าวว่า นี่เป็นคนวงนอกจริงๆ เพราะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร คนเป็นนายกรัฐมนตรี เที่ยวไปฟังคนโน้นคนนี้


เมื่อถามว่า กังวลถึงกรณี ที่นำคนมาเป็นทีมเศรษฐกิจมาช่วยงาน แล้วอาจถูกดิสเครดิต ขย่ม โจมตีทำให้ไม่สบายใจหรือไม่ นายอนุทิน ถึงกับร้องโอ๊ย ก่อนจะระบุว่ามือสะอาดทุกคน


“ศุภจี เอกนิติ อรรถพล ไปที่ไหนมีแต่สร้างคุณงามความดี คนที่คอยจะไปหา สิ่งที่จะโจมตีคนเหล่านี้ แสดงว่าตัวเองสิ้นท่าหมดรูปแล้วมั้ง อันนี้ไปทำความดี ไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ต่อสังคม ขึ้นเวทีไปก็ต้องพูดแต่เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมเป็นตลกหน้าม่าน อย่างนี้ไม่ได้”


เมื่อถามว่าเหมือนไปแตะกล่องดวงใจเขาหรือเปล่า ที่มีการพูดถึงแดดดี้ นายอนุทิน ย้อนถามว่ากล่องดวงใจคืออะไร หมายความว่าอย่างไร เขาก็ต้องทำเอาใจ วัฒนธรรมของแต่ละพรรคไม่เหมือนกัน เขาชอบคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนพรรคตัวเอง พวกผมไม่ต้องไปทำไม่ต้องเอาใจใคร ให้ตัวเองได้ ที่คิดจะได้รับโอกาสในการแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่ง อันนั้นคือวัฒนธรรมของพวกเขา แต่วัฒนธรรมของพวกผม คนละอย่างกัน พวกผมทำงาน ไม่มีตำแหน่งก็ทำงานได้เยอะแยะไปหมด


ส่วนที่ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ไปออกรายการแล้วพูดถึงนายอนุทินเคยจะให้ตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใน ช่วงของการตั้งรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า สุดท้ายต้องดูความเหมาะสมของสถานการณ์ในขณะนั้น ตัวร้อยเอกธรรมนัสเอง ก็ขอไปดูกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไม่ใช่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่ลงข่าวผิดเพราะได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกแล้ว สุดท้ายมองว่า พม. เหมาะกว่า ในเรื่องบุคลากรและท่าน ต้องการทำงานต่อเนื่องในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่มีปัญหาอะไรเลย การคุยกันทางการเมือง มันต้องคุยหลายรอบ อย่างเช่นตอนก่อนตนจะได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตนได้กระทรวงศึกษาธิการ แต่สุดท้ายมาจบที่มหาดไทย เพราะมีการคุยหลายรอบ เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าแปลกใจอะไร


ไม่สูสีพรรคประชาชน โวโพลผมนำตลอด


เมื่อถามว่าหากพรรคภูมิใจไทย มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหลายกระทรวงแล้วครั้งนี้ อยากไปกระทรวงไหน นายอนุทินกล่าวว่าเป็นนายกฯแล้วจะไปสัมผัสอะไรอีก ขอให้ผ่านพ้นวันเลือกตั้งไปก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้หมู่หรือจ่าเลย


เมื่อถามว่า ตอนนี้ถึงโค้งสุดท้ายแล้ว ขณะนี้คะแนนสูสีกับพรรคประชาชน ในช่วงโค้งสุดท้าย จะต้องเร่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ใครบอกสูสีล่ะ โพลของผม ผมนำตลอด ประเมินจากหลายแหล่งที่มา”

เมื่อถามว่าดีดลูกคิดไปประเมินไว้ที่ตัวเลขเท่าไหร่ นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่แซวนักข่าวว่าตกข่าวหรือจ๊ะ ให้ไปถามพรรคอื่นบ้าง