“อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียง กทม.โซนเหนือ-ตะวันออก ช่วยลูกพรรค เผยได้ข่าวซื้อเสียงรุนแรงพื้นที่ภาคใต้ จี้ กกต. เชือดเป็นตัวอย่าง เชื่อช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตเลือกตั้งในวงกว้างได้
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 31 มกราคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะแกนนำพรรคอาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ร่วมลงพื้นที่หาเสียงเขต กทม.ฝั่งตะวันออกและ กทม.ตอนเหนือ ตั้งแต่เช้าถึงบ่าย ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.รวม 5 เขต คือ เขต 17, เขต 18, เขต 9, เขต 15 และเขต 13
โดยจุดที่ 1 เขต 17 หนองจอก-คลองสามวา ที่ตลาดหนองจอก, ตลาดเคหะฉลองกรุง และตลาดยิ่งเจริญ มีพ่อค้าแม่ขายและพี่น้องประชาชนที่มาจ่ายตลาดตอบรับเข้ามาให้กำลังใจ ขอถ่ายภาพและร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
...
ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ตลาดยิ่งเจริญ เขตสายไหม นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรณรงค์เรื่องการเมืองสุจริตระหว่างวันที่ 1-3 กุมภาพันธ์นี้ว่า ได้รับทราบกระแสข่าวการซื้อเสียงเริ่มรุนแรงขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ ตนจึงตั้งเป้าที่จะไปเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนคนใต้ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสุจริตและเที่ยงธรรม ก่อนจะกลับมาเน้นรณรงค์หาเสียงพื้นที่ในกรุงเทพมหานครช่วงท้ายสุดก่อนการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนกรณีการเผยแพร่คลิปวิดีโอการซื้อเสียงในสื่อโซเชียลมีเดีย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าแม้ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปเก่า แต่ก็เป็นหลักฐานสะท้อนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งทำงานในเชิงรุกมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะหากมีการจับกุม หรือดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ทำผิดให้เห็นเป็นตัวอย่างสัก 1-2 แห่ง จะสามารถช่วยป้องปรามไม่ให้เกิดการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้งในวงกว้างได้
แนะทางออกปมชายแดนไทย-กัมพูชา
ส่วนเรื่องความเป็นกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชาก่อนวันเลือกตั้งหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเสนอให้รัฐบาลใช้กลไกทางการทูตดึงผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศเข้ามาดูแล เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้ายกำลังพลและการใช้อาวุธที่ละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชา ทั้งยังย้ำว่าเป้าหมายหลักของไทยคือ การรักษาชีวิตและความสงบสุข ไม่ใช่การนำมาเป็นเหตุผลในการเลื่อนเลือกตั้ง พร้อมยกบทเรียนเมื่อปี 2554 ที่สามารถยุติปัญหาชายแดนได้ภายใน 12 วัน มาเป็นแนวทางในการดำเนินการหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อถามย้ำว่า จะนำไปสู่การเลื่อนการเลือกตั้งออกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นั่นเป็นประเด็นรอง สำหรับตน คือทำอย่างไร ไม่ให้มันเกิดปัญหาที่มาทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือความสูญเสียซ้ำอีก เพราะว่าจริงๆ แล้วเมื่อตกลงหยุดยิงกันแล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ต้องรักษากติกา และถ้าเกิดฝ่ายกัมพูชาไม่ยอมรักษาก็ต้องเชิญคนอื่นเข้ามาเพื่อกดดัน ว่าไม่ควรทำอย่างนี้
แก้วิกฤต PM 2.5 ต้องจัดการเด็ดขาด
ส่วนปัญหาสิ่งแวดล้อม ฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลต่อประชาชนนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนได้เสนอมาตรการเด็ดขาดเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควันจากการเผาพื้นที่เกษตรว่า ต้องใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ เสนอนโยบายไม่รับซื้อผลิตผลทางการเกษตรจากพื้นที่ที่มีการลักลอบเผา ต้องบังคับใช้กฎหมายจริงจัง โดยรัฐบาลและฝ่ายปกครองใช้กลไกราชการเข้าจัดการพื้นที่ต้นตอ โดยเฉพาะพื้นที่รอบ กทม. และภาคเหนือที่วิกฤตมาหลายวัน เมื่อถามว่า โค้งสุดท้ายมีบางพรรค ชูเรื่องความรักชาติมาดึงคะแนนนิยม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถือเป็นสิทธิที่แต่ละพรรคจะนำเสนอ แต่ขอให้ประชาชนตัดสินใจบนพื้นฐานของเหตุผลและความเป็นจริง ซึ่งทุกคนมีร่องรอยในโลกดิจิทัล ประชาชนสามารถตรวจสอบผลงานในอดีตได้ว่า ใครคือผู้ที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาชาติได้อย่างแท้จริง