พรรครักชาติ วางดอกไม้ รำลึกทหารผ่านศึก พร้อมแถลงจุดยืน รักชาติ ไม่ใช่วาทกรรม ซัดพรรคการเมืองมัวแต่ทะเลาะกัน ระวัง “จักรวรรดินิยม สหรัฐฯ” เขมือบไทย
วันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 2 นำคณะพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3) และนายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7) รวมกันวางดอกไม้และยืนไว้อาลัย บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กรุงเทพฯ ด้วยความสงบนิ่ง เพื่อรำลึกถึงเหล่าทหารกล้า ที่เสียสละชีวิต และเลือดเนื้อปกป้องบ้านเมืองจากสงคราม ก่อนที่จะถึงวันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งระหว่างที่ทีมพรรครักชาติ กำลังวางดอกไม้ ได้มีกลุ่มแฟนคลับ ที่ขับรถผ่านบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้เปิดกระจกทักทาย พร้อมตะโกนให้กำลังใจทีมพรรครักชาติ พร้อมกันนี้ ในพื้นที่ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารกำลังเริ่มจัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับการจัดงานวันทหารผ่านศึก กันอย่างแข็งขัน
ทั้งนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โลกและพรรคการเมืองคู่แข่ง ระบุว่า ไทยกำลังเดินหน้าสู่หายนะจากภัยคุกคาม ลัทธิจักรวรรดินิยม และกลุ่มจ้องล้มสถาบัน โดยภัยเงียบที่กำลังคืบคลานเข้ามาคือ ลัทธิจักรวรรดินิยม นำโดยสหรัฐอเมริกา ที่เริ่มจากสงครามเศรษฐกิจ ภาษี และกำลังลามสู่การรุกคืบดินแดน โดยทิ้งระเบิดลูกใหญ่ทางการทูตว่า “กัมพูชาได้เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในคณะกรรมการสันติภาพแล้ว”
การคืบคลานเข้ามาของลัทธิจักรวรรดินิยม นำโดยสหรัฐอเมริกา การจะตั้งคณะกรรมการสันติภาพขึ้นมา บริบทเหล่านี้ ส่วนมากแล้วที่เกิดมาในอดีต คือเกิดในภาวะที่จะก่อสงครามโลกกัน แล้วประเทศที่อยู่ข้างเรานี่ครับ ถูกชักพาเข้าร่วมจริง พี่น้องครับ วันนี้ กัมพูชาได้เข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกา ในคณะกรรมการสันติภาพแล้ว แล้วก็ได้มีการยิงระเบิดเข้ามาในประเทศไทย จะเป็นด้วยวินัยทหารมีปัญหา จะด้วยผิดพลาดพลั้งหรือไม่ เราไม่รู้หรอกครับ เราก็ต้องถือว่าเป็นความตั้งใจ
...
เพราะกัมพูชาเริ่มแล้ว สหรัฐอเมริกาก็ชักพาให้สิ่งเหล่านี้มันมาอยู่ในประเทศไทย การสู้รบไม่ใช่เป็นการสู้รบกันในสนามเลือกตั้งครับ แต่จะเป็นการสู้รบกันจากกัมพูชา จากชายแดนทั้งหลายและจากสหรัฐอเมริกา ที่จะเริ่มภายใต้บริบทการเลือกตั้ง ที่เราไม่รู้ตัวสักที” รศ.ดร.เจษฎ์ กล่าว พร้อมเตือนว่าการสู้รบครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในคูหา แต่มาจากชายแดนและมหาอำนาจที่จ้องจะเข้ามาย่ำยีไทย
“วันนี้พูดกันสีชนสี ถ้ากลุ่มพวกท่านยอมรับว่าต้องการ ล้มเจ้า พรรครักชาติก็จะยอมรับหน้าชื่นตาบานเลยว่าเรา โหนเจ้า เพื่อปกป้อง” พร้อมระบุว่าหากฝ่ายตรงข้ามยังดึงดันด้วยอุดมการณ์วิบัติ พรรครักชาติก็พร้อมจะสู้จนถึงที่สุด เพื่อไม่ให้บ้านเมืองพินาศ
พร้อมทิ้งท้ายด้วยการดึงสติคนไทย โดย รศ.ดร.เจษฎ์ ได้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ชี้ชัดว่าความพินาศในอดีตเกิดจากคนในชาติแตกความสามัคคี วันนี้พรรคการเมืองใหญ่กำลังทำพฤติกรรมเดิม คือสร้างความแตกแยกเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง
“หยุดเป็นเหยื่อของการเสี้ยมสอน! ความสามัคคีคือทางรอดเดียว พรรครักชาติไม่ได้ชวนคนมาแบ่งฝ่าย แต่ชวนมารวมพลังต้านภัยคุกคาม ก่อนที่ไทยจะสิ้นชาติเพราะศึกนอกกระหน่ำ ศึกในกระซวกร่าง”
ด้านนายเอกพิทยา กล่าวเสริมถึงประเด็นที่เชื่อมต่อกับเรื่องเศรษฐกิจของประเทศว่า แม้ภายนอกอาจดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้วมี “สัญญาณเตือน” หลายประการที่น่ากังวล โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่สหรัฐฯ จัดให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องจับตาเรื่องการบิดเบือนค่าเงิน ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่เวลาของการขัดแย้งทางการเมือง แม้จะเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการ แต่ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ที่รอไม่ได้ และต้องการความสามัคคีจากทุกภาคส่วนเพื่อหาทางออกให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทย
“ล่าสุดเมื่อวานนี้ มีการส่งสัญญาณว่า ไทยเข้าบัญชีบิดเบือนของค่าเงิน ถึงแม้จะเป็นการเฝ้าระวังเนี่ยนะครับ และถึงแม้ว่าในอดีตเคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้หลายครั้ง แต่เป็นเรื่องที่ไม่ปกติครับ เพราะอะไรครับ มีหลายเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น Watchlist เรื่องวีซ่า เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า เราควรจะเลิกทะเลาะกันได้แล้ว เราควรจะมาสามัคคีกันครับ อย่าคิดว่าตอนนี้ไม่มีรัฐบาล เป็นรัฐบาลรักษาการแล้วจะเกียร์ว่าง เรามาคิดเรื่องใหญ่ๆ ได้ไหมครับว่า เราจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องคนไทยได้อย่างไร”
ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ได้ตั้งคำถามถึงพรรคการเมืองหลายพรรคที่หยิบยกคำว่า “รักชาติ” มาใช้เป็นวาทกรรมในช่วงหาเสียง พร้อมเตือนสติประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มที่ใช้ความรักชาติมาแบ่งแยกผู้คนหรือหวังเพียงผลประโยชน์ในการจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่า ปัจจุบันมีกระแสการเคลื่อนไหวที่สร้างความไม่มั่นคงและแตกแยกในบ้านเมือง ซึ่งทางพรรคตั้งใจจะเข้ามาต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้ด้วยความรักและความสามัคคีที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ทางการเมือง
มันไม่ใช่วาทกรรมที่เอามาใช้หาเสียง เอามาแบ่งฝ่าย เอามาโจมตีกัน อันนี้รักชาติ อันนี้ไม่รักชาติ อย่าไปเลือก ไม่ใช่แนวคิดของเรานะครับ เราไม่อยากสร้างความแตกแยกแบบนั้นในทางการเมือง สุดท้ายพรรคการเมืองที่พูดเรื่องเหล่านี้ พอผลประโยชน์ลงตัว ก็จะไปจัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เค้าไม่ได้ขัดแย้งกันจริงหรอกครับ มันไม่ใช่อุดมการณ์ แต่พรรครักชาติของพวกเราคืออุดมการณ์ครับ
“พี่น้องครับ พวกเราสร้างพรรครักชาติขึ้นมาเพื่อเป็นอุดมการณ์ พวกเราไม่ได้สร้างพรรครักชาติเพื่อเป็นวาทกรรมทางการเมือง”