“ยศชนัน” ปราศรัย อ.เทิง อ้อนขอคนเหนือเข้าไปเป็นนายกฯ บอกโค้งสุดท้ายหลายพรรคมุ่งโจมตี แต่ขอ ปชช. ฟังที่นโยบาย ด้าน “จุลพันธ์” ไลฟ์เพจพรรค ย้ำเลือกตั้งไม่ใช่การชี้นิ้ว ใครรักชาติ ไม่รักชาติ

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 31 มกราคม 2569 ที่โรงเรียนปล้องวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต5 เบอร์1 และนายสง่า พรมเมือง ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 7 เบอร์ 8 หาเสียง มีประชาชนรอรับฟังการปราศรัยจนเต็มสนามหญ้าหน้าโรงเรียน ทันทีที่นายยศชนันเดินทางมาถึง ประชาชนต่างกรูเข้าไปขอถ่ายภาพและโน้มตัวนายยศชนันเข้ามาหอมและมอบพวงมาลัยไข่หมักสมุนไพร ถั่วฝักยาว กล้วยหอม แคบหมู

...

นายยศชนัน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า วันนี้ตนมารายงานตัว ตนเป็นคนเหนือขอโอกาสให้คนเหนือได้เข้าไปรับใช้พ่อแม่พี่น้อง วันนี้ตนมาขอเสียงให้นายเทอดชาติ วันนี้หลายพรรคการเมืองพยายามพูดโจมตีในอาทิตย์สุดท้าย แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องฟังคนที่พูดถึงนโยบาย ซึ่งคุณภาพชีวิตของประชาชนต้องมาสิ่งที่ฉุดรั้งไว้ คือเรื่องหนี้ ตนจะเข้าไปคืนความเป็นธรรมและปลดหนี้ทั้งระบบเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในเรื่องของเกษตรกรตนจะเข้าไปดูราคาให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส้ม ส้มโอ ลำไย เรื่องผลไม้ โดยสร้างความต้องการภาครัฐและไปดูที่ตลาดต่างประเทศ หากขายดีมีกำไรเราก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และจะเข้าไปดูปัญหาที่ดินกับป่าที่ทับซ้อน เรื่องสมุนไพรดอกไม้เราจะเข้าไปเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการท่องเที่ยว สำหรับการท่องเที่ยวที่ลดลงเพราะถนนหนทาง เราจะไปดูถนนที่ขึ้นดอยที่อันตรายให้ดีขึ้น เรื่องยาเสพติดเมื่อได้เข้าไปทำงานจะเรียกฝ่ายปกครองไปสแกนพื้นที่เอาคนเสพยามาบำบัด จากนั้นจะปราบคนผลิตคนค้า ที่ลักลอบผ่านด่านก็ต้องปิดด่าน เรื่องอาวุธจะดูแลความปลอดภัยจะใช้ดาวเทียมมาดู นักวิทยาศาสตร์คนนี้จะจัดการให้พ่อแม่พี่น้องเอง อาสาสมัครทุกคนต้องอยู่อย่างปลอดภัย ซึ่งเรื่องยาเสพติดเชื่อมโยงสแกมเมอร์ทุนเทา เมื่อเราเป็นรัฐบาลดิจิทัลก็จะรู้ทุนเทาอยู่ตรงไหน ก็จะไปจัดการอย่างเป็นระบบ

ชวนคนยังไม่ตัดสินใจ ดูนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิต

ขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 ม.ค.) นายยศชนัน และนายจุลพันธ์ ได้ร่วมกันไลฟ์ พูดคุยสื่อสารนโยบายกับพี่น้องประชาชน ผ่านทางเฟซบุ๊กเพจพรรคเพื่อไทย โดยตอนหนึ่ง นายยศชนัน กล่าวถึง โพลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งพบว่า มีคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองใดเลยอีกจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้ควรดูที่นโยบายมากกว่าพรรคการเมือง ขอให้ดูว่าวันนี้ตนเองต้องการอะไร และอยากเห็นประเทศเดินไปแบบไห ส่วนใครที่อยากดูนโยบายของพรรคเพื่อไทย ก็สามารถเข้าไปดูที่ยูทูบพรรคเพื่อไทยได้ เพราะมีการทำคลิปสื่อสารนโยบายไว้ และดูสนุก ส่วนในเว็บไซต์ของพรรคเองก็มีการสร้างเกมสื่อสารนโยบายไว้ให้ทดลองเล่นได้

“อยากให้ลองศึกษานโยบาย และสิ่งสำคัญที่สุดคือถามตัวเองดู ถ้าใช่ก็คือ ใช่ เพราะสิทธิเป็นของเรา”

“จุลพันธ์” ย้ำการเลือกตั้งไม่ใช่การชี้นิ้ว ใครรักชาติ ไม่รักชาติ

ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวถึงแนวทางการหาเสียงของพรรคการเมืองหนึ่ง ที่พยายามฉายภาพให้ประชาชนเลือกระหว่างพรรคที่รักชาติ กับพรรคที่ไม่รักชาติ โดยระบุว่า จากประวัติศาสตร์เราผ่านกันมาทั้งหมดแล้ว ทั้งพรรคเทพ พรรคมาร และเราผ่านกระบวนการชี้นิ้วว่าใครดี ใครเลว

“ลองถามผมสิ ผมก็ต้องบอกว่าตัวเองดีที่สุดในโลก ทุกพรรคการเมืองจะบอกว่าตัวเองถูกต้อง และดีเสมอ เราก็อย่าไปเชื่อทั้งหมด เพราะว่าทุกคนคือ มนุษย์ปุถุชน ไอ้นั่นก็คน ไอ้นี่ก็คน มันมีอารมณ์ ความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง นี่คือข้อเท็จจริง อย่าไปคิดว่ามีใครทำถูกทุกอย่าง หรือไม่เคยทำผิดเลย และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิด ทำพลาดก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ อย่าไปโทษกัน อย่าไปชี้นิ้ว ตีตรา ติดป้ายให้สังคมเกิดความแตกแยก ทั้งเรื่อง รักไม่รัก ขาวกับดำ”

นายจุลพันธ์ ย้ำต่อว่า วันนี้การเลือกตั้ง ควรเริ่มต้นที่นโยบาย ฉะนั้นก็ควรดูนโยบายของทุกพรรค แล้วก็ไปคิดว่าอะไรที่ตอบโจทย์ชีวิต ก็เลือกอย่างนั้น แม้ตนอยากให้เลือกพรรคเพื่อไทย แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน

“การเมืองเป็นเรื่องของการกำหนดอนาคต เป็นเรื่องของการกำหนดทิศทางของประเทศ วันนี้บางอย่างเป็นเหมือนเมฆหมอกที่บดบังสาระของการเลือกตั้งในเรื่องนโยบาย บางพรรคเรายังนึกไม่ออกว่าจะทำนโยบายอะไร เพราะเห็นพูดแต่เรื่องที่เป็นการชี้นิ้ว ส่วนเรื่องเทา หรือดำ ทุกพรรคก็ต้องดำเนินการ แต่ที่สำคัญไม่ใช่การบอกว่าตัวเองดี ตอนผมขึ้นเวทีผมเคยประกาศไหม เพื่อไทยดีที่หนึ่ง ไม่มี เพราะสุดท้ายมันอยู่ที่การสร้างกลไก สร้างระบบที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าได้ และยืนยันได้ว่า ใครก็ตามที่จะมาทุจริตคอร์รัชั่น จะมาเทา มาดำ ก็ไม่สามารถทำได้ ฉะนั้นมันอยู่ที่การสร้างกลไก สร้างระบบที่จะป้องกันเรื่องพวกนี้ได้”