"ธรรมนัส" นำทีมกล้าธรรม จัดปราศรัยใหญ่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ย้ำเป็นพรรคไม่ขายฝัน ทำจริง กล้าชนปัญหา ด้าน "อรรถกร" เดือดกลางเวที โต้ปมจัดซีเกมส์ ซัด อดีต รมว.พูดบิดเบือน ลั่นถ้าไม่เข้าแก้ปัญหา หนักกว่านี้

วันที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 18.30 น. ที่ตลาดสนามชัยเขต ต.คู้ยายหมี อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในสนามเลือกตั้ง จ.ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังอย่างคึกคัก โดยแกนนำพรรคขึ้นเวทีครบทีม นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค, นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคฝ่ายสังคม พร้อมผู้สมัคร สส. ทั้ง 4 เขตของจังหวัด รวมถึง นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ อดีตนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา และ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร อดีตรัฐมนตรีและ สส.หลายสมัย

สำหรับผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม จ.ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย เขต 1 นายฐาปกรณ์ เกิดพิทักษ์ หมายเลข 6, เขต 2 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร หมายเลข 4, เขต 3 นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ หมายเลข 4 และ เขต 4 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ หมายเลข 4

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ กล่าวบนเวทีถึงประสบการณ์ทำงานการเมืองท้องถิ่นยาวนานเกือบ 30 ปี ย้ำว่าตลอดเวลาที่รับใช้ประชาชนทั้ง 11 อำเภอ ไม่เคยทอดทิ้งพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอสนามชัยเขต ท่าตะเกียบ และพื้นที่ชนบทที่ยังขาดงบประมาณ พร้อมประกาศสนับสนุนบุตรชาย นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ลงสมัคร สส. เขต 3 ในนามพรรคกล้าธรรม โดยขอให้ประชาชนไว้วางใจ "ทีมกล้าธรรม" เข้าไปทำงานต่อในระดับประเทศ

ด้านนายอิทธิ ศิริลัทธยากร ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญ ที่ชาวฉะเชิงเทราจะมีผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่จริง เข้าไปเป็นปากเป็นเสียงในสภา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง การเข้าถึงงบประมาณ และการแก้ปัญหาเฉพาะจุด พร้อมเชื่อว่าหากพรรคกล้าธรรมมีผู้แทนหลายพื้นที่ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผลักดันด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากฉะเชิงเทรามีแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังจำนวนมาก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นได้ จึงตั้งเป้ายกระดับจังหวัดจาก "เมืองรอง" สู่ "เมืองหลัก" เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก

...

นางปวีณา หงสกุล กล่าวเน้นประเด็นสังคม เด็ก สตรี และปัญหายาเสพติด ระบุว่าตัดสินใจร่วมงานกับพรรคกล้าธรรมเพราะเห็นเจตนารมณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส และ ศ.ดร.นฤมล ที่ต้องการผลักดันความเป็นธรรมให้คนจนและกลุ่มเปราะบาง พร้อมชี้ว่าประเทศกำลังเผชิญปัญหาสังคมรุนแรง จำเป็นต้องมีนักการเมืองที่ "กล้าลุย กล้าทำจริง"

ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยขอให้ประชาชนจดจำสัญลักษณ์พรรคในบัตรเลือกตั้ง และกาพรรคกล้าธรรม โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริงของพรรค พร้อมระบุว่าเป็นนักการเมืองที่กล้าตัดสินใจ กล้าชนปัญหาเพื่อประโยชน์ประชาชน และวิจารณ์นโยบายแจกเงินจำนวนมากของบางพรรคว่า กกต.ควรตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะอาจขัดข้อเท็จจริงด้านงบประมาณและข้อกฎหมาย

ไฮไลต์ของเวทีอยู่ที่การปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งกล่าวถึงนโยบายขายฝันของหลายพรรค โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการสัญญาแจกเงินโดยไม่มีความเป็นไปได้ทางงบประมาณ ย้ำหลักคิด "พูดแล้วต้องทำได้" พร้อมชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะพื้นที่ ส.ป.ก. ในอำเภอท่าตะเกียบ ที่มีกลุ่มทุนถือครองผิดวัตถุประสงค์ พร้อมประกาศเดินหน้าทวงคืนเพื่อนำมาจัดสรรให้เกษตรกรตัวจริง และผลักดันเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. พัฒนาเป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ต่อยอดยกระดับสิทธิในอนาคตภายใต้กรอบกฎหมาย

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงปัญหาปากท้อง เช่น ราคาพืชผลเกษตร ต้นทุนการผลิต ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าไฟ และค่าน้ำมัน ที่กระทบเกษตรกร พร้อมตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาสินค้าที่เกษตรกรขายได้ราคาต่ำ แต่สินค้าของกลุ่มทุนรายใหญ่กลับมีราคาสูง

ช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ประชาชนฉะเชิงเทราเลือกผู้สมัครพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต และสนับสนุนพรรคในระบบบัญชีรายชื่อ โดยย้ำว่าเป็นพรรคที่ไม่ขายฝัน ทำจริง กล้าชนปัญหา และมีทีมอดีต สส.ที่มีประสบการณ์ จะเข้ามาช่วยกันพัฒนาจังหวัดให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ภายหลังเสร็จสิ้นเวทีปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ที่พรรคมีความมั่นใจสูงว่าจะสามารถปักธงได้ทั้งจังหวัด เพราะผู้สมัครของพรรคมีคุณภาพ มีผลงานพิสูจน์ต่อเนื่อง ทำงานเคียงข้างประชาชนและไม่ทิ้งพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญสู่ชัยชนะของพรรคในจังหวัดนี้

ด้าน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ฉะเชิงเทรา เขต 2 หมายเลข 4 พรรคกล้าธรรม ได้ขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยโจมตีประเด็นทางการเมือง พร้อมชี้แจงผลงานที่ผ่านมา

นายอรรถกร กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองพยายามโจมตีว่า ผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมไม่กล้าเปิดเผยตัวตนหรือระบุชื่อผู้นำพรรค โดยยืนยันว่า ตนทำงานการเมืองอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด และให้ความเคารพต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เสมอมา พร้อมระบุว่า เส้นทางการเมืองของตนเกิดจากโอกาสที่พี่น้องประชาชนชาวฉะเชิงเทรามอบให้ รวมถึงการสนับสนุนจาก ร.อ.ธรรมนัส

นายอรรถกร ระบุว่า พื้นที่บางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม คลองเขื่อน และราชสาส์น เป็นพื้นที่ที่ตนผูกพันและทำงานต่อเนื่องกว่า 15 ปี พร้อมยกตัวอย่างผลงาน เช่น การผลักดันโครงการเกี่ยวกับแม่น้ำบางปะกง การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ การดูแลสาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พื้นที่คลองเขื่อน รวมถึงการผลักดันระบบชลประทานและประตูระบายน้ำดอนคา ซึ่งเป็นโครงการที่ติดขัดมานานหลายสิบปี

ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายอรรถกร ได้ตอบโต้กรณีถูกพาดพิงเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ โดยยืนยันว่า ช่วงที่ตนเข้ามารับผิดชอบ มีปัญหาสะสมหลายด้าน และต้องเร่งแก้ไขเฉพาะหน้า พร้อมระบุว่า สิ่งที่ตนเข้าไปดูหน้างานจริง ไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมดำเนินการอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง และเห็นว่าคำวิจารณ์จากอดีตรัฐมนตรีที่ออกมาพูดนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง

"อดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งบอกว่า ผมทำให้การจัดกีฬาซีเกมส์...หาย ผมบอกตรงนี้เลยว่า ถ้าผมไม่มา ยิ่งกว่านี้เยอะ เขาบอกพี่น้องบางน้ำเปรี้ยววันนั้นว่า สมัยที่เขาทำเนี่ย เขาแต่งตัวเรียบร้อย แต่ขาดอย่างเดียวแค่เซ็นงบประมาณ ทุกอย่างเขาแต่งตัวอยู่แล้ว ผมก็ขอบอกพี่น้องตรง ๆ ว่า พอผมเข้าไป เชื่อไหมครับ ที่บอกว่าแต่งตัวเรียบร้อย แต่จริง ๆ คือ ใส่กางเกงในตัวเดียว หันหลังตูดยังขาดเลย พูดมาได้ยังไงว่า แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ของขึ้นจริงๆ ครับ ปกติผมไม่ของขึ้นแบบนี้"

นอกจากนี้  นายอรรถกร ยังกล่าวถึงบทบาทในฐานะที่เคยกำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ว่า การแก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนไปจีนที่เคยติดขัด รวมถึงความพยายามแก้ปัญหาราคาลำไยตกต่ำจากผลผลิตล้นตลาด หรือจะเป็นเรื่องปลาหมอคางดำ ตนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ต่างจากหลายพรรคการเมืองที่พูดว่า สามารถทำได้ แต่ไม่เห็นผลงานเป็นรูปธรรม

อีกประเด็นที่ถูกยกขึ้นกล่าวบนเวที คือเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่ โดยนายอรรถกร เล่าว่า ได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยอพยพประชาชนและนักกีฬาต่างชาติที่ติดค้างอยู่ โดยใช้เรือไฟเบอร์เข้าพื้นที่น้ำท่วมเพียงลำเดียว และ ร.อ.ธรรมนัส หายไปกว่า 8 ชม. โดยสามารถช่วยเหลือประชาชนได้กว่า 500-600 นี่คือสิ่งที่พรรคกล้าธรรมทำให้ประชาชนเห็นว่า เราบ้า ที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องที่กำลังเดือดร้อน

ตอนท้ายของการปราศรัย นายอรรถกร กล่าวขอโอกาสจากประชาชน พร้อมย้ำว่า ผู้สมัครทั้ง 4 เขตของพรรคกล้าธรรมในจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทำงานการเมือง "ทำมากกว่าพูด" และยืนยันความตั้งใจทำงานเพื่อคนในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยขอให้ประชาชนสนับสนุนผู้สมัครของพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้