"สุชัชวีร์" ลุยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ระยอง ชี้ถึงเวลาปฏิรูปประกันสังคม ต้องใช้มืออาชีพบริหาร ปรับแผนลงทุนรับสังคมสูงวัย ดันระบบดิจิทัลโปร่งใส ย้ำปมการเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้าน จี้ กกต. เอาจริง ตรวจสอบการซื้อสิทธิขายเสียง ต่อต้านระบบการเมืองแบบเก่า
เวลา 16.00 น. วันที่ 30 ม.ค. 2569 ที่โรงเรียนระยองวิทยาคม จ.ระยอง นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ระยอง พรรคไทยก้าวใหม่ ถึงกรณีสำนักงานประกันสังคมในสังกัดกระทรวงแรงงาน ปรับอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนขึ้นเป็น 875 ซึ่งสังคมมองว่าแพง เมื่อเทียบกับการบริการให้ผู้ประกันตน ว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจน ถึงเวลาปฏิรูปประกันสังคม
จุดยืนที่ 1. ถึงเวลามืออาชีพ เพราะกองทุนใหญ่ขนาดนี้ เราต้องมั่นใจว่าจะได้มืออาชีพจริงๆ ไม่เช่นนั้นแล้วการทำงานและผลตอบแทนก็ไม่แน่ใจว่าจะดูแลผู้ประกันตน จนถึงวันที่เขาเกษียณหรือไม่ เพราะมืออาชีพต้องทำงานโปร่งใสเปิดเผยต่อประชาชน
...
จุดยืนข้อที่ 2. แผนการลงทุนประกันสังคมต้องคิดว่า โครงสร้างประชากรเปลี่ยนเพราะเด็กเกิดน้อย แต่ผู้สูงอายุมาก ต้องแน่ใจว่า หากลงทุนที่มีกลยุทธ์ชัดเจน และให้ความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีเงินเลี้ยงดูผู้ประกันตนในวัยเกษียณ
จุดยืนข้อที่ 3. คือเรื่องของเทคโนโลยี เพราะระบบออนไลน์ประกันสังคมมีแต่ประชาชนบ่น ซึ่งถึงเวลาที่ต้องจัดการ พรรคไทยก้าวใหม่มีมืออาชีพ สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องราชการดิจิทัล ขอเข้าไปทำเรื่องประกันสังคมยุคดิจิทัล ให้คนเข้าถึงได้และสามารถตรวจสอบได้ในทุกเรื่องว่า มีเงินอยู่เท่าไหร่ และได้มีการจ่ายเงินไปเท่าไหร่ รวมถึงจะได้สิทธิอะไรบ้างตรงนี้เป็นงานถนัดของพรรคไทยก้าวใหม่
เมื่อถึงกรณีการตัดสูท 7,000 ชุด แจก มองอย่างไรบ้าง นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า มันไม่ใช่ลักษณะของคนเป็นมืออาชีพ เพราะเขาไม่ทำเรื่องแบบนั้น เริ่มต้นกระดุมเม็ดแรก หากอยากให้ประเทศเจริญ ก็ให้ดูที่คณะรัฐมนตรี เพราะถ้าคณะรัฐมนตรีเป็นคนที่มีความรู้เหมาะสมกับแต่ละกระทรวง ประเทศเจริญแน่นอน เพราะคนเหล่านี้ทำงานเพื่อประเทศจริงๆ คนเหล่านี้ละอายต่อบาป เช่นเดียวกันคนที่จะดูแลกองทุนประกันสังคม อันดับแรกคณะกรรมการ ต้องเป็นคนมืออาชีพ ไม่ใช่มาจากไหนก็ได้ ไม่เช่นนั้นก็เป็นการใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย คิดว่าเป็นสวัสดิการส่วนตัว แต่จริงๆ แล้วเป็นสวัสดิการของผู้ประกันตนทุกคน
เมื่อถามถึงกรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับรายงานการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติ 250 ล้านบาท ที่เป็นขอแลกเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท และ 500 บาท มองว่าผิดปกติในช่วงก่อนการเลือกตั้ง นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนเชื่อข้อมูลของ ธปท. เรื่องการถอนเงิน 250 ล้านบาท ใครไปถอนแบบนั้น ถ้าเกิดไม่ไปซื้อเสียง
ตนขอย้ำว่า ถ้าเกิดคนที่รับเงินแล้วไปเลือก ท่านกำลังคอร์รัปชันลูกตนเอง เพราะว่า เขาเอาเงินที่เขาโกงมา เพื่อมาซื้อเสียงท่าน สุดท้ายเขาก็ไปโกง โกงลูกของท่าน โกงการศึกษาของลูกท่าน โกงสวัสดิการของพ่อแม่ท่าน รวมถึงตัวท่านเอง สุดท้ายการก่อสร้างในประเทศไทย เครนถล่มอันนั้นหล่นใส่ ตึกก็พัง มันมาจากรากฐานการซื้อสิทธิขายเสียงทั้งนั้น ฉะนั้นอย่ารับเงินนี่เลย ที่ยิ่งแย่กว่าคือรับแล้วไปเลือกด้วย ท่านกำลังคอร์รัปชัน กำลังโกงลูกหลานตนเอง เพราะคนเหล่านั้น ก็จะไปเอาเงินคืน คืนอย่างไร ก็คืนจากอนาคตการศึกษาลูกท่าน คืนจากสวัสดิการพ่อแม่ท่าน
เมื่อถามย้ำว่า กกต. ควรจริงจังกับเรื่องนี้หรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่มีกระแสเริ่มมีการเก็บรายชื่อซื้อเสียง นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ที่จังหวัดระยอง คนก็บอกว่ามีการเก็บบัตรประชาชนกันแล้ว นี่คือเรื่องจริงที่เขาพูดกันอยู่ กกต. ชุดใหม่
ตนขอฝากถึง กกต. เรื่องซื้อสิทธิขายเสียง เพราะมันทำลายประเทศไทยจริง มันทำลายลูกหลานไทยทุกคน ดังนั้น กกต. ต้องเอาจริง ไม่งั้นประเทศไทยอยู่ไม่ได้ ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ มีจุดยืนชัดเจนว่า เราต่อต้านการเมืองแบบเก่า อันดับแรกขอให้เปิดหัวใจกับพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 คนใหม่ ความคิดใหม่ ทำการเมืองใหม่สร้างสรรค์ มาดูแลลูกหลานท่าน เรื่องการศึกษาของลูกหลานท่าน ให้ได้เรียนฟรีจนถึงปริญญาขั้นสูงสุด