เลือกตั้ง 69 ไทยรัฐดีเบต “เพื่อไทย-ประชาชน” กางแผนปฏิรูป “ประกันสังคม” ทันทีหลังจัดตั้งรัฐบาล เน้นโปร่งใส ปรับรูปแบบการลงทุน ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด
วันที่ 30 ม.ค. 2569 โค้งสุดท้ายของเลือกตั้ง 2569 “ดีเบตอีกสักตั้ง กับไทยรัฐเลือกตั้ง 69” โดย กาย พงศ์เกษม เปิดเวทีดีเบตอีกครั้ง ชิงธงโค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง 2569 กับตัวแทนแต่ละพรรคการเมือง ได้แก่ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน
ในช่วงออนไลน์ เหลือผู้เข้าร่วมรายการเพียง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล และ ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ซึ่งเมื่อถามว่า แต่ละพรรคมีนโยบายอย่างไร เกี่ยวกับการปฏิรูป “สำนักงานประกันสังคม”
นายเผ่าภูมิ เผยว่า พรรคเพื่อไทย เราเสนอเรื่องของประกันสังคม ด้วยนโยบาย 3 คืน ข้อแรก คืนสิทธิให้ผู้ประกันตน คือ ทำให้เลือก 1:7 โดยใช้หลักการเป็นเจ้าของตัวเงินเข้ามา นอกจากนี้ ปัจจุบัน ปลัดกระทรวงแรงงานเข้ามาเป็นบอร์ดชุดนี้โดยอัตโนมัติ แต่เราเห็นว่า ประธานบอร์ด ควรจะผ่านการเลือกตั้งเข้ามาใน 21 คน เพราะประธานมีสิทธิชี้ซ้าย ชี้ขวา ดังนั้นไม่ควรเข้ามาแบบอัตโนมัติ
...
ต่อมา คืนศักยภาพให้กองทุนประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันศักยภาพไม่ดีอย่างที่ทุกคนเห็น ผลตอบแทนต่ำ มีการใช้เงิน 10% อย่างผิดวัตถุประสงค์ ทั้งการตัดสูท ซื้อปากกา ฯลฯ ซึ่ง 10% นี้ ควรมีการเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบว่า มีการนำไปทำอะไร รวมถึงในส่วนของการลงทุน ลงทุนอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ ดังนั้นควรมีการจัดการในรูปแบบเหมือน กบข. ใช้มืออาชีพที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาจัดการบริหาร เพราะเป็นกองทุนขนาดใหญ่ และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความซ้ำซ้อน และต้องมี KPI ในการจัดการ แจกแจงให้ประชาชนได้ทราบด้วย
สุดท้าย คืนสวัสดิการให้ผู้ประกันตน เราเห็นอยู่ว่า สิทธิการรักษาพยาบาลไม่เท่ากันระหว่าง ผู้ประกันตน และผู้ใช้สิทธิ 30 บาท ดังนั้น ต้องมีกลไกในการทำให้สิทธิของผู้ประกันตนมีความใกล้เคียง หรือเหนือกว่า 30 บาท ซึ่งต้องปฏิรูปใน 3 สิทธินี้
ดร.วีระยุทธ ระบุว่า ในเรื่องของประกันสังคม เรายืนหยัดต่อสู้เรื่องนี้มาตลอด ตั้งแต่ปี 66 เราตั้งเป้าว่าจะเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ซึ่งเราเริ่มเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างในการบริหาร ในการจัดซื้อจัดจ้าง อย่างกระทรวงแรงงาน ก่อนหน้าที่จะมีกองทุนประกันสังคม ถือเป็นกระทรวงเกรด C หรือต่ำกว่า ไม่มีใครอยากไป แต่เมื่อมีกองทุนประกันสังคม และเห็นวิธีการใช้เงินแบบที่เป็นมา ทำให้ถูกจ้องตาเป็นมัน อำนาจของ รมว.แรงงาน จึงมีความสำคัญ และอยากให้ประชาชนลองไล่ย้อนหลังดูว่า รมว.แรงงาน มีใครบ้าง และทำไมไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง
และที่มีการอ้างว่า ทำกำไรได้ดีแล้วมาขอขยายเพดาน เป็นเรื่องที่ขัดแย้งในตัวเอง และชวนให้ยิ่งตรวจสอบมากขึ้น ดังนั้น หลักการในการเสนอการปฏิรูปของเราต้องผสมระหว่างเจตจำนงทางการเมือง และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องเทคนิคที่ต้องไปสู้ ซึ่งเรามีทีมที่ทำดิจิทัล ดูระบบที่ดูแลการจัดซื้อจัดจ้างเป็นอย่างไร เราเปิดเผย ชวนคนมาตั้งคำถามอยู่เรื่อย ๆ กับอีกขาหนึ่ง เป็นขาการเงิน ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องลงทุนเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด แต่เป็นกำไรที่เทียบได้ อย่างน้อยก็ กบข. หรือหน่วยงานอื่น ที่เทียบเท่าในต่างประเทศ ดังนั้นหลักการลงทุนจึงมีความสำคัญ ความรู้ทางด้านดิจิทัล ความรู้ของสายการเงิน และเจตจำนงทางการเมือง ต้องมาพร้อมกัน
เมื่อถามว่า โมเดลกองทุนประกันสังคม ยังเหมาะกับยุคสมัยนี้อยู่หรือไม่ ซึ่งไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย นายเผ่าภูมิ ระบุว่า ยังจำเป็น เพราะพื้นฐานของการดูแลมนุษย์ แรงงาน สวัสดิการ ยังจำเป็น แต่มีแบบไหนที่มีศักยภาพ เราเคยทำงานในกระทรวงมา สิ่งที่เห็นถ้าเป็นหน่วยงานราชการ หรือภาครัฐ หากจะไปลงทุนหุ้นสักตัว ตอนซื้อไม่มีปัญหา แต่ถ้าหุ้นตก จะตัดสินใจขายหรือไม่ ถ้าขายจะถูกตั้งคำถามว่าเป็นความเสียหายของภาครัฐหรือไม่ นี่คือข้อจำกัดของภาครัฐบาล ซึ่ง กบข. ไม่มี แต่สิ่งที่เราต้องคุยกันลึกกว่านั้น เราต้องคุยกันในเรื่องของความโปร่งใส ซึ่งสำคัญมาก เพราะเงินก้อนนี้เป็นเงินของผู้ประกันตน ปัญหาไม่ใช่การมีอยู่ แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการให้มีความโปร่งใส
ขณะที่ ดร.วีระยุทธ ระบุว่า มันสามารถปรับในเชิงรูปแบบการลงทุน และการคาดหวังผลตอบแทน ให้เหมาะกับสภาพสังคมที่มันเปลี่ยนไป เช่น จะจำกัดเพดานความเสี่ยงในการลงทุนเท่าไร หวังผลตอบแทนเท่าไร แต่ที่ผ่านมาถ้าทำได้เท่ากับพันธบัตร แบบนี้ไม่ดีพอแน่ ๆ เพราะมันดีกว่านั้นได้ แต่ในระยะยาวตนเชื่อว่าปรับได้ตามสภาพสังคม แต่ขอให้มีความโปร่งใส และมีตัวแทนของประชาชนเข้าไปร่วมตัดสินใจ
เมื่อถามว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะเข้าไปจัดการตั้งแต่วันแรก นายเผ่าภูมิ ยืนยันว่า แน่นอน เพราะเป็นวาระที่มีความสำคัญ และประชาชนได้รับความเดือดร้อนสูงมาก
ดร.วีระยุทธ ระบุว่า เช่นเดียวกับพรรคประชาชน 24 ล้านคนรออยู่ เราทำแน่นอน