ทนาย “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นหนังสือถึง “นายกฯ” ขอให้ช่วยส่งกฤษฎีกา ยืนยันความเห็นปมคดีสินบนทองคำ ป.ป.ช. เป็นอำนาจใครตรวจสอบ ยัน ไม่ใช่เรื่องการเมือง-ประวิงเวลา ชี้ กฎหมายระบุชัดตำรวจไม่มีอำนาจ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) หลังเก่า นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี กรณีการสอบสวนคดีสินบนทองคำ ว่า ตนมายื่นเพื่อให้นายกรัฐมนตรีขอความเห็นทางกฎหมายไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา สืบเนื่องจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งสำนวนคดีสินบนทองคำกลับคืนไปยังตำรวจ โดยระบุว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ พร้อมทั้งให้ใช้ช่องทางยื่นผ่านประธานรัฐสภา
ขณะเดียวกัน ทางตำรวจพยายามที่จะหาเหตุ โดยทำหนังสือไปถึงสำนักงานอัยการและสภาทนายความเพื่อให้ช่วยแสดงความเห็น พยายามหาหน่วยงานมาวินิจฉัยเพื่อให้ได้คำตอบหรือไม่ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาเคยให้ความเห็นไว้แล้วว่าท่านจะทำแบบนี้ไม่ได้ จึงไม่ได้ยื่นต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาใช่หรือไม่ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยเป็นคนกลาง ส่งความเห็นไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกา
นายสัญญาภัชระ กล่าวต่อไป ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมืองและไม่ใช่การประวิงเวลา แต่เป็นเรื่องข้อกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ชัด และมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ดังนั้น ในคดีดังกล่าวกฎหมายระบุว่าต้องเป็นช่องทางดำเนินคดีเฉพาะ ใครจะตีความให้เป็นอย่างอื่นไม่ได้ ชุดพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจตั้งแต่ต้น
...
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้วเห็นว่ามีเหตุ ก็ต้องไปตามเส้นทางศาลฎีกา เพื่อให้คนกลางที่มีความชอบธรรมพิจารณาเรื่องนี้ ดีกว่าให้คนที่ทำไม่ถูกต้องมาพิจารณา ซึ่งตนยืนยันว่าความพยายามที่จะตีความช่องทางอื่นและแยกสำนวนนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเป็นการใช้อำนาจนอกเหนือรัฐธรรมนูญ วันนี้จึงเดินทางมาขอให้นายกรัฐมนตรีช่วยเป็นคนกลางในการส่งความเห็นไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อที่จะเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคม และตนจะไปยื่นเรื่องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมย้ำว่าต้องการให้ทำตามกฎหมาย ไม่ใช่ตามอำเภอใจ คนผิดคือผิด ไม่มีวันกลายเป็นถูก.