“อนุทิน” อ้อนฝากใจชาวเพชรบูรณ์เลือกพรรคยกจังหวัด โวกระแสตอบรับดี ตั้งเป้าเก้าอี้ สส.สูงสุด แต่ไม่ก้าวล่วงประชาชนตัดสินใจ ตอกกลับ “ณัฐวุฒิ” ใครกันแน่ไม่รักชาติ ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง
วันที่ 29 มกราคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสันติ พร้อมพัฒน์, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์, นายวรโชค สุคนธ์ขจร ลงพื้นที่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ช่วยผู้สมัคร เขต 2 นายยุพราช บัวอินทร์ หาเสียง โดยในเวลา 19.00 น. นายอนุทิน เดินทางถึงเวทีปราศรัยที่ลาน ที่ว่าการอำเภอหล่มสัก ซึ่งมีการจัดเวทีอย่างยิ่งใหญ่ และมีประชาชนหลายพันคนเข้าร่วมฟังปราศรัย
นายอนุทิน กล่าวว่า เพชรบูรณ์เมืองมะขามหวาน ตนมากี่ครั้งก็จะได้มะขามจากพ่อแม่พี่น้องชาวเพชรบูรณ์กลับบ้านโล่งท้องโล่งก้นตลอด เพราะได้กินมะขามหวานหลายครั้ง แต่ที่หวานกว่ามะขาม คือ พี่น้องชาวเพชรบูรณ์ ที่มาถึงเวทีปราศรัยช้าเพราะเดินมา 1 กิโลเมตร เจอพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ หล่มสัก ให้การต้อนรับ เรียกไปแจกข้าวโพดแจกก๋วยเตี๋ยว ขนมเทียน โกปี๊ ไอติม วันนี้กลับบ้านต้องไปเจาะเลือด พรุ่งนี้จองหมอได้ แต่ไม่มีปัญหา ส่วนพ่อแม่พี่น้องที่เตรียมของมาไว้ให้ไม่ต้องกังวลจะเดินลงไปรับเอง เพราะเป็นคนสมาธิสั้น “ใครทำไม่ดีกับผมไว้จำไม่เคยได้ แต่ใครทำดีด้วย ใครเชียร์ ใครกาให้จำไม่ลืม”
วันนี้ตนมาที่นี่ก็ได้เจอเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนต่างประเทศ ทำให้รู้สึกผูกพันกับที่นี่ รวมถึงนายสันติ พร้อมพัฒน์ ที่รู้จักกันมากกว่า 10 ปี ซึ่งได้ให้ความเมตตามาตลอด ตนติดขัดอะไรท่านก็ให้โอกาสและช่วยเหลือเสมอ นอกจากนี้ตนก็ยังได้มาเจอนางวันเพ็ญ ภรรยานายสันติ ในสภาฯ ซึ่งได้รับความเมตตาทั้งจากสามีและภรรยารู้สึกอบอุ่นเหมือนได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ ทำให้รู้สึกปลอดภัย มีความอบอุ่นไม่มีปัญหาทางการเมืองเพราะมีคนช่ำชองทางการเมืองคอยให้คำปรึกษาอยู่เสมอ
...
ครั้งนี้ขอให้ชาวเพชรบูรณ์ช่วยเลือกผู้แทนจากพรรคภูมิใจไทยทั้งจังหวัด จะมีของแถมเป็นรัฐมนตรี คือนายสันติ พร้อมพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 4 นอกจากนี้ยังมีของแถม แลก แจกสะบัดให้กับพี่น้องคือการได้ตนไปด้วย ซึ่งจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ที่จะสามารถพัฒนาได้ ชาวเพชรบูรณ์จะได้มีโอกาสในการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ ลงทุนในกิจการที่พักเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย และมีเกษตรกรรมอีกด้วย
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า เรามาแก้ปัญหาต่างประเทศแค่ 2 เดือนกว่า สามารถทำให้สินค้าหลักของประเทศราคาทยอยขึ้น และทำในสิ่งที่ทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นคือการประกาศปิดด่านไทยกัมพูชา ไม่ให้มีการค้าขายข้ามแดน ซึ่งใช้ได้ประโยชน์มากเพราะไม่มีข้าวเถื่อน มันเถื่อน และยาเสพติดเข้ามาในประเทศ เพราะฉะนั้นพ่อแม่พี่น้องไม่ต้องกังวล จนกว่าประเทศไทยจะมีความมั่นคงในอธิปไตยของเรา จนกว่าจะมั่นใจว่าเราจะปราศจากการคุกคามจากประเทศเพื่อนบ้าน จนกว่าประเทศไทยจะมั่นใจว่าไม่มีใครกล้ามาต่อกรกับประเทศไทยอีก จะไม่มีวันเปิดด่าน และขอให้มีความมั่นใจว่าหากพรรคภูมิใจไทยกลับเข้าไปเป็นรัฐบาลและตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลจะไม่มีวันให้ประเทศไทยของเราถูกย่ำยี ศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชน และความเป็นไทยจะต้องอยู่บนที่สูงตลอดไป ก่อนจะกล่าวถึงนโยบายต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย
ก่อนจะอ้อนขอคะแนนว่า พรรคภูมิใจไทยเข้าใจหัวจิตหัวใจของชาวเพชรบูรณ์และทั่วประเทศมากกว่า เพราะลงหน้างานด้วยตัวเองมาโดยตลอดไม่ต้องฟังคำสั่งใคร ไม่ต้องเอาใจคนที่มีอำนาจเหนือกว่า เพราะตนถือว่าในเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินไม่มีใครใหญ่กว่านายกฯ แล้ว ไม่ต้องฟังใคร ฟังประชาชนอย่างเดียว ถ้าประชาชนพูดมาเมื่อไหร่ตนมีความเลื่อมใส เหมือนที่รบกับกัมพูชา ประชาชนบอกรบตนก็รบ ประชาชนบอกให้ปิดด่านตนก็ปิดด่าน ประชาชนบอกให้รุกก็รุก และประชาชนไม่เคยบอกให้ถอย ตนเลยรบชนะ หูผึ่งตลอดเวลาเพราะฟังพี่น้องประชาชน ดังนั้นถ้านายยุพราช บัวอินทร์ เป็น สส. ยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมหล่มสัก จึงอยากขอฝากหัวใจของตนไว้กับประชาชนชาวเพชรบูรณ์ด้วย แล้วขอเข้ามาทำงานรับใช้บ้านเมืองอีกครั้ง
กระแสตอบรับดี ตั้งเป้าเก้าอี้ สส.สูงสุด แต่ไม่ก้าวล่วงประชาชนตัดสินใจ
จากนั้น นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับที่ จ.เพชรบูรณ์ ว่า มีประชาชนชาวเพชรบูรณ์มาให้การต้อนรับเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เฉพาะในช่วงที่ฟังปราศรัย จากการที่ลงเดินถนนและตลาดในเขต อ.หล่มสัก ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมาก เมื่อถามว่ากระแสแบบนี้มองว่าคะแนนเสียง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ จะได้เยอะหรือมากน้อยแค่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนมีความคาดหวังสูงสุดเสมอ แต่จะไม่ก้าวล่วงอำนาจการตัดสินใจของประชาชน หวังว่าสิ่งที่เรานำเสนอในเชิงนโยบาย คุณภาพของผู้สมัครเป็นผู้แทนของพรรคภูมิใจไทย คือจุดที่จะทำให้ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับพรรคภูมิใจไทยในการบริหารประเทศ
ส่วนกรณีที่ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่ามีผู้กดเงินสดรวมกว่า 450 ล้านบาท นายอนุทิน ตอบว่า ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานให้ทราบแล้วว่าหากมีธุรกรรมที่ผิดปกติ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเฝ้าระวังเป็นพิเศษและดำเนินการแจ้งให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ทราบต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามย้ำ การซื้อเสียงหรือกดเงินสดมากขนาดนี้ บุคคลในพรรคภูมิใจไทยไม่ทำใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตนไม่เคยเห็นปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นในพรรค หากผู้สมัครในพื้นที่ซื้อเสียงได้ หัวหน้าพรรคคงไม่ต้องมาตระเวนหาเสียงแต่ละจังหวัดทุกวันแบบนี้ ทางด้านคำถามว่า การที่แต่ละพรรคการเมืองปราศรัยสาดโคลนใส่กัน หากถึงคราวต้องจัดตั้งรัฐบาลจะจับมือกันได้หรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ไม่เคยด่าทอหรือสาดโคลนใคร ส่วนจะจับมือได้หรือไม่ได้ต้องไปถามคนที่ด่า
เมื่อถามถึงเรื่องที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงตามหลังทุกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็น จ.สุราษฎร์ธานี หรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทยจะมีกลยุทธ์แก้เกมอย่างไร นายอนุทิน ระบุว่า เป็นเรื่องปกติ ประชาชนควรรับรู้ รับฟัง รับทราบข้อเสนอของแต่ละพรรคการเมือง แสดงว่าหัวหน้าทุกพรรคการเมืองให้ความสำคัญและให้เกียรติประชาชนในการลงไปพื้นที่ด้วยตนเอง ผู้สื่อข่าวถามย้ำ เจอเหตุการณ์แบบนี้ทำให้ใจแป้วหรือไม่ นายอนุทิน รีบตอบกลับว่า “มีแต่พี่แป๋ว” พร้อมดึง นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ผู้สมัคร สส.เพชรบูรณ์ ภรรยาของ นายสันติ มาร่วมวงสัมภาษณ์
ตอกกลับ “เต้น” ใครกันแน่ไม่รักชาติ นี่ภูมิใจไทย ไม่ใช่หลานอังเคิล
ในประเด็นที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย บอกให้พรรคภูมิใจไทยอย่าใช้วาทกรรม “รักชาติ เกลียดชาติ” สร้างความนิยม นายอนุทิน กล่าวว่า ก็พูดถูก ตนพูดเป็นครั้งที่ร้อยแล้วว่า พรรคภูมิใจไทยหากไม่นิยมชาติแล้วจะไปนิยมใคร ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย “ท่านก็พูดถูกทุกอย่าง ท่านก็พูดว่าผมไม่เท่ที่ไม่ได้เป็นหลานอังเคิล ซึ่งผมก็บอกว่าถูกต้องแล้วเพราะไม่เคยคิดจะเป็นหลาน และผมก็ไม่ต้องการเป็นหลานใครด้วย เรื่องชาตินิยมก็เช่นกัน นี่พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่พรรคภูมิใจต่างประเทศ ก็ต้องนิยมชาติ ชื่นชมชาติและรักชาติ ซึ่งคนที่ไม่รักชาติมักจะพูดแบบนี้”
เมื่อถามต่อถึงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ถามกลับด้วยว่า รักชาติแบบไหนถึงเอาเขากระโดง และ สว. เป็นของตัวเอง นายอนุทิน ตอบว่า พูดไปก็ระวังถูกฟ้องด้วย ภาษาไทยบอกว่ามีปากอย่าเหมือนมีอย่างอื่น แบบนี้ไม่ควร ซึ่งก็เป็นคนแบบนี้ แต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
“ใครกันแน่ที่ไม่รักชาติ ชวนคนเผาบ้านเผาเมือง ไม่ใช่พวกผมแน่นอน ผมเป็นคนป้องกันเรื่องพวกนี้และรังเกียจเรื่องพวกนี้ด้วย พอเถอะครับ อีกอาทิตย์กว่าไปผลักดันนโยบายและทำความเข้าใจกับประชาชนว่าพรรคของพวกคุณมีนโยบายอย่างไร ว่าพวกเขาจะได้รับการปฏิบัติ ไม่ใช่หลอกลวง ทำพอเป็นพิธีแบบนี้ก็ไม่ควร และเรื่องรักชาติ ไม่รักชาติ พิสูจน์ชัดเจนแล้ว ใครพวกใคร ใครไม่พวกใคร ของผมไม่มีพวกเขามีแต่พวกเรา พวกเราคือพี่น้องประชาชน และผมไม่มีฝ่ายตรงข้าม ผมมีแต่ฝั่งคนไทย มีแต่ฝั่งประเทศไทย
ผมภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประชาชน ภาคภูมิใจที่ทำให้อริราชศัตรูทำร้ายประเทศไทยต้องถอยร่นออกไป กลับไปในดินแดนของพวกเขา และมีการลงนามในปฏิญญาจะไม่มาคุกคามประเทศไทยอีก แบบนี้ต่างหากคือการรักชาติและพูดได้ยืดอก ไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือไม่เป็นนายกฯ เป็นคนแก่คนเฒ่า ก็จะเล่าให้ลูกหลานของผมอย่างภาคภูมิใจ”