โฆษกกองทัพบก เผย ยังไม่กังวลจะมีการปะทะรอบใหม่ ย้ำเฝ้าระวังตรวจตราชายแดนไม่ได้หย่อนกำลัง ชี้ กัมพูชาขุดคูเลตเป็นการสร้างภาพสื่อสารในประเทศ ยัน ข้อมูลด้านการข่าวยังไม่มีอะไรจำเป็นต้องกังวล
วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีที่ปรากฏข่าวมีเสียงปืนดังที่บริเวณเขาพระวิหาร 7 นัด เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า ยังไม่ได้รับรายงานกรณีดังกล่าว โดยให้มุมมองว่าในบริเวณพื้นที่ชายแดน เสียงในลักษณะดังกล่าวอาจเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น จากการซ้อมใช้อาวุธ แต่ยืนยันว่าจากข้อมูลด้านการข่าวยังไม่มีอะไรจำเป็นต้องกังวล
ส่วนที่มีข่าวลือเรื่องการปะทะบริเวณชายแดนรอบใหม่ โดยเฉพาะในช่วงใกล้การเลือกตั้งทั่วไปนั้น ยืนยันว่ากองทัพบกมีความพร้อม ไม่ได้หย่อนกำลัง ยังคงเฝ้าระวังตรวจตราและทำหน้าที่เสริมความมั่นคง แต่สถานการณ์ก็ยังคงมีความไม่แน่นอน จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการปะทะหรือไม่ แต่ย้ำว่าจากข้อมูลด้านการข่าวยังถือว่าไม่น่ากังวล เนื่องจากการปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาขณะนี้ยังอยู่ในพื้นที่ของกัมพูชา ไม่ได้อยู่ในพื้นที่คาบเกี่ยวหรือรุกล้ำอธิปไตยไทยอย่างที่ผ่านมา
ในประเด็นที่มีการขุดคูสนามเพลาะ หรือคูเลต และการสนับสนุนอาวุธจากต่างประเทศตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ยังไม่มีข้อมูลปรากฏว่าเป็นการเสริมกำลังเพื่อเตรียมการรบ พร้อมท้าวความว่าตั้งแต่ก่อนเกิดการปะทะกันครั้งก่อน ฝ่ายกัมพูชามักมีลักษณะที่จะชอบขุดคูเลตอยู่แล้ว แม้บรรยากาศจะไม่ได้มีความตึงเครียดก็ตาม จึงคาดว่าเป็นการสร้างภาพในประเทศ เป็นประเพณีปฏิบัติของกัมพูชาที่ชอบถ่ายภาพโชว์ เพื่อสื่อสารถึงประชาชนกัมพูชาได้ทราบว่าทหารกัมพูชายังคงดำเนินการต่างๆ อยู่ ไม่ได้นิ่งเฉย ยังมีศักยภาพทางทหารพร้อมต่อกรกับประเทศไทย แต่ยืนยันว่าหากปฏิบัติการต่างๆ เกินกว่าระดับที่ไทยตั้งเป้าไว้ก็จะต้องมีการพูดคุย และย้ำว่าฝ่ายทหารมีวิธีในการมองปฏิบัติการต่างๆ ว่ามีความน่ากังวลเพียงใด
...
นอกจากนี้ โฆษกกองทัพบก ไม่ได้แสดงความกังวลต่อกรณีที่ฝ่ายกัมพูชา ร้องเรียนไปยังองค์การระหว่างประเทศว่าไทยรุกรานกัมพูชา ว่าจะถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการเปิดการปะทะครั้งใหม่ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชามีพฤติกรรมชอบร้องเรียนเช่นนี้อยู่แล้ว เนื่องจากประเทศกัมพูชา อยู่ได้ด้วยเงินบริจาคและการสนับสนุนจากนานาชาติ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการโต้แย้งประเด็นต่างๆ ที่ฝ่ายกัมพูชานำไปร้องเรียนในเวทีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
ทบ. จัดพิธีสดุดีวีรชนชายแดนไทย-กัมพูชา รำลึกผู้เสียสละ 46 นาย วันทหารผ่านศึก
ขณะเดียวกัน พล.ต.วินธัย ยังเปิดเผยว่า ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กำหนดจัดกิจกรรมสดุดีวีรชนผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จาก 2 ยุทธการสำคัญ ได้แก่ ยุทธการยุทธหัตถี และยุทธการศตวรรษ เลือกวันดังกล่าวซึ่งตรงกับวันทหารผ่านศึก เนื่องจากเป็นวันที่มีความหมาย และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเชิญครอบครัวผู้เสียสละเข้าร่วมพิธีอย่างสมเกียรติ
กิจกรรมในช่วงเช้าจะจัดนิทรรศการรำลึกถึงภารกิจทางทหารของทั้งสองยุทธการ พร้อมกล่าวสดุดีผู้เสียชีวิตรวม 46 นาย เปิดให้ประชาชนทั่วไป ข้าราชการ และผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมแสดงความอาลัยและให้กำลังใจตั้งแต่เวลา 09.00 น. ขณะที่ช่วงบ่ายจะมีพิธีสงฆ์ในเวลาประมาณ 15.00 น. จากนั้นจะมีพิธีจารึกชื่อผู้เสียชีวิตบนแผ่นป้าย ณ กำแพงอนุสรณ์กองทัพบก ก่อนเข้าสู่พิธีสดุดีอย่างเป็นทางการ บริเวณลานหน้ากองบัญชาการกองทัพบก โดยไฮไลท์สำคัญคือการมอบสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจ และความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต
โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับการดูแลกำลังพลและครอบครัวผู้เสียสละอย่างยิ่ง โดยถือว่ากำลังพลทุกนายคือเพื่อนร่วมชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ การดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนยังเป็นสมาชิกของครอบครัวกองทัพบก
ส่วนกรณีประเด็นเบี้ยเลี้ยงกำลังพลตามแนวชายแดน ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งเร่งแก้ไขทันทีที่รับทราบ เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเสริมกำลังจำนวนมากถึง 30,000-40,000 นาย ซึ่งอยู่นอกแผนงบประมาณประจำปีที่รองรับกำลังพลปกติราว 7,000-8,000 นาย กองทัพบกจึงต้องใช้งบรองจ่ายและของบกลางเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
ล่าสุด งบประมาณดังกล่าวได้รับการอนุมัติและโอนถึงหน่วยเรียบร้อยแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อไปคือการจ่ายตรงถึงกำลังพล ซึ่งถือว่าออกจากความรับผิดชอบของกองทัพบกแล้ว พร้อมยืนยันว่าหากพบการบริหารจัดการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ จะต้องได้รับโทษอย่างเด็ดขาด สำหรับเงินช่วยเหลือกรณีทหารเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ วงเงินประมาณรายละ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากภาครัฐ โฆษกกองทัพบกระบุว่า โดยหลักการส่วนใหญ่ได้มีการจ่ายให้ครอบครัวแล้ว และจะมีการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความครบถ้วนต่อไป.
(แฟ้มภาพ)