กองทัพบก ออกแนวทางปฏิบัติให้กำลังพลช่วงเลือกตั้ง ย้ำให้อิสระในการเลือก ชี้ใครสมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องรายงานผู้บังคับบัญชา และห้ามโพสต์โซเชียลฯปมการเมืองในเวลาราชการ ด้าน “พล.ต.วินธัย” ยืนยัน ไม่กระทบงานป้องกันประเทศ หาก ปชน. เป็นรัฐบาล


วันที่ 29 ม.ค. 2569 กรมกำลังพล กองทัพบก ออกข้อปฏิบัติของกำลังพล “5 ทำ 7 ห้าม” ช่วงการเลือกตั้ง โดยจัดทำกราฟิกข้อความผ่าน โปสเตอร์ และจอแอลอีดี โดยมีเนื้อหาในส่วนที่สามารถกระทำได้ 5 ข้อ ดังนี้

1.การสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ

2.การเข้าร่วมประชุมทางการเมืองในฐานะส่วนตัวได้ แต่ต้องไม่สวมเครื่องแบบ และไม่ใช่ในเวลาราชการ

3.ปฏิบัติหน้าที่ด้วยการวางตนเป็นกลาง ไม่มุ่งหวังประโยชน์ของพรรคการเมือง

4.สามารถลงคะแนนเสียงได้ตามความประสงค์ของตน

5. การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวสามารถกระทำได้โดยไม่แต่งเครื่องแบบ และไม่ใช้เวลาราชการ ทั้งนี้ในการเข้าร่วมประชุมในที่สาธารณะต้องเป็นไปอย่างสงบ

ส่วนสิ่งที่ห้ามกระทำ 7 ข้อ ได้แก่

1.การกระทำใด ๆ อันมีลักษณะพาดพิง ส่อเสียด ล้อเลียน ให้พึงงดการปฏิบัติ

2. แต่งเครื่องแบบทหาร ที่สื่อถึงความเป็นทหารไปร่วมชุมนุมในที่สาธารณะที่มีลักษณะทางการเมือง

3.ประดับเครื่องหมาย หรือแต่งเครื่องแบบของพรรคการเมือง เข้าไปในสถานที่ราชการ

4.บังคับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นสมาชิกในพรรคการเมือง และกระทำการในทางให้คุณ หรือให้โทษ

5.กระทำการขอร้องหรือบังคับให้บุคคลใดอุทิศเงินหรือทรัพย์สินเพื่อประโยชน์แก่พรรคการเมือง

6.แสดงออกโดยตรง หรือโดยปริยายที่จะเป็นการช่วยเหลือ สนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในระยะเวลาที่รับสมัครเลือกตั้ง

...

7.โพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในเวลาราชการ/สถานที่ราชการ และใช้คอมพิวเตอร์ หรือบัญชีราชการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมือง บนสื่อสังคมออนไลน์


ลั่น กองทัพไม่ชี้นำช่วงเลือกตั้ง ยืนยัน ไม่กระทบงานป้องกันประเทศ หากปชน.เป็นรัฐบาล


ด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึง การเลือกตั้งและการลงประชามติ วันที่ 8 ก.พ. ว่า กำลังพลของกองทัพบกก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ผบ.ทบ.ได้ให้ความสำคัญ ให้กำลังพลทุกคนและครอบครัวไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และลงประชามติ พร้อมทั้ง ยืนยันว่าไม่มีการชี้นำ เพราะที่ผ่านมา เมื่อมีการเลือกตั้ง จะมีการให้ข้อมูล กระทบองค์กร และสร้างความเข้าใจผิด ในขณะที่หน่วยทหาร มีแนวปฏิบัติ ให้พรรคการเมืองเข้าไปหาเสียงโดยให้เวลาเท่ากัน และต้องไม่สร้างเงื่อนไขมาตีกลับ ทำเป็นประเด็น จนมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งต้องระมัดระวัง


เมื่อถามว่า การหาเสียงของพรรคการเมือง มีการดึงทหารเข้าไปเกี่ยวข้อง พล.ต.วินธัย กล่าวว่า การเลือกตั้งปัจจุบันจะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2566


เมื่อถามว่ากองทัพกังวลหรือไม่หากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้เป็นรัฐบาล พล.ต.วินธัย กล่าวว่า เราเป็นข้าราชการประจำ งานการเมืองกับการทหาร ไม่ได้เกี่ยวพันกับโดยตรงส่วน ฝ่ายการเมืองจะเป็นเรื่องนโยบายและการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนมากกว่า ไม่น่าจะเกี่ยวกับการทำงาน กองทัพยึด 4 เรื่องหลัก เช่นเดียวกับสถานการณ์ไทย-กัมพูชา บทบาทกองทัพบกมีหน้าที่ตามกฎหมาย ในการปกป้องอธิปไตย ถ้าไม่ทำก็เป็นเรื่องที่ผิดปกติ ในช่วงที่มีสถานการณ์ ก็มีช่วงเปลี่ยนรัฐบาล ก็ไม่ได้มีอะไรที่กระทบการทำงานป้องกันประเทศ จึงมองว่าไม่น่าจะมีผลกระทบเกี่ยวข้องอะไรโดยตรงซึ่งงานป้องกันประเทศ และงานหลักที่กองทัพบกทำอยู่ตามกฎหมาย เป็นงานที่ไม่ได้มีอะไรที่ดูแล้วไม่ดี เพราะฉะนั้นเชื่อว่าไม่ว่าจะรัฐบาลไหนเราก็คงได้รับการสนับสนุนตามเหตุและผลที่สมควรแน่นอน