“อนุทิน” บอกปมปลด “หมอสุภัทร” ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย เชื่อถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปโยงการเมือง ไม่หวั่นกระทบคะแนนเสียง ลั่นมืออาชีพพอ
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล นักวิชาการ ออกมาแนะนำนายกฯให้กระทรวงสาธารณสุข หยุดการปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) ในช่วงการเลือกตั้ง เพราะจะมีผลเสียมากกว่าผลดีว่า ตนไม่ได้รับรู้รับทราบเรื่องพวกนี้ ตนออกจากกระทรวงสาธารณสุขมาหลายปีแล้ว สอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีเรื่องของการเมือง ตนคิดว่าอาจารย์ปริญญาที่บอกว่าให้เราถอยเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อาจารย์ปริญญาก็เป็นอาจารย์ ก็น่าจะทราบและมีความรู้ทางด้านกฎหมายดีว่าตรงไหนที่ฝ่ายการเมืองทำได้ ตรงไหนทำไม่ได้
นายอนุทิน กล่าวว่า ยิ่งตอนนี้เราเป็นรัฐบาลยิ่งไปมีความเกี่ยวข้องอะไรไม่ได้ใหญ่เลย ตนไม่เคยข้องแวะข้องเกี่ยวหรือไม่ได้ไปสั่งการใดๆ ในเรื่องของงานประจำ ที่ไม่ใช่นโยบายที่จะให้ปลดข้าราชการจำเพาะเจาะจง แบบนี้ให้ไม่ได้อยู่แล้วมันผิดอยู่แล้ว
นายอนุทิน กล่าวว่า นโยบายที่บอกว่าให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือประชาชนทั่วไป อันนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลตน ตนถึงได้ใช้คำว่าปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ผู้สื่อข่าวต้องอย่าลืมด้วยตนดำเนินแนวทางนี้มาตลอด มันถึงสามารถดำเนินคดีกับทุกคนที่ทำผิดกฎหมายได้ ซึ่งล่าสุดมีการจับกุมระดับผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงด้วย ที่ไปมีส่วนร่วมกับการขุดบิตคอยน์ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมีรายงานมาตนก็รับทราบ ใครผิดใครถูกก็ดำเนินการเต็มที่
...
เมื่อถามว่านายกฯ ไม่ห่วงว่าจะทำให้คะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทย ลดลงใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย ตนจะไปห่วงได้อย่างไร มันเป็นความพยายามที่จะนำไปเกี่ยวโยงมากกว่า คนที่นำไปเกี่ยวโยงก็คือคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าไม่เกี่ยวเลย พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คุมกระทรวงสาธารณสุขมา 2 ปีกว่าแล้ว เพิ่งเข้าไปแค่ 3 เดือน ถ้าจะว่าไปแล้วสืบสวนสอบสวนข้าราชการกระทำผิดอะไรใดๆ ที่จะต้องเข้าออกสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งกว่าจะเข้าออกได้ต้องดูว่ามันเกิดขึ้นสมัยไหน ไม่ใช่ทำได้ภายใน 3-4 เดือน แล้วอยู่ดีๆ จะมาบอกว่าคนที่จะต้องไปสั่งห้ามไม่ให้เข้าแล้วเราจะไปรู้ได้อย่างไร
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า อย่าเอามานับญาติหรือข้องแวะอะไรกับตนเลย ตนแม้ว่าออกมาจากกระทรวง 3 เดือน ถามปลัดฯ ถามอธิบดีได้เลยว่าเคยเห็นหน้าตนไหม เคยต้องมารายงานหรือมาติดต่ออะไรกับตนไหม ไม่มีเลย ตนกลับมาอีกที 3 เดือนหลังจากนั้นตนก็มาทำหน้าที่ของตน โดยทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สำหรับตนมืออาชีพอยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอก