พรรคภูมิใจไทย ล้อมวงคุยเอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ “เอกนิติ” ย้ำ นโยบายไม่เน้นแจกเงินแล้วจบ แต่ช่วยทำให้เติบโตแข่งขันในเวทีโลก ขอรอ กกต. สอบ หลังผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ปูด พบถอนเงินสดผิดปกติโยงเลือกตั้ง


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำของพรรค นางสาวศุภมาส อิศรภักดี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียง กทม. รวมถึง นายอนุชา บูรพชัยศรี นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นางสาวพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นายนรเสฏฐ์ เธียรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตพญาไท-ดินแดง โดยเป็นการมาล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ร้านมิตร อารีย์

นายเอกนิติ กล่าวว่า นโยบายที่เราทำพยายามส่งเสริมสตาร์ทอัพไทย เราไม่ได้แจกเงินให้ไปแล้วจบ แต่เป็นการเพิ่มทักษะ หาตลาดให้ เพราะเราเชื่อว่าสตาร์ทอัพไทยคือหัวใจสำคัญที่จะเชื่อมโยงกับธุรกิจขนาดใหญ่ และเมดอินไทยแลนด์ เอสเอ็มอีพลัสก็จะช่วยคนไทยจริงๆ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เน้นแจก แต่เน้นช่วยธุรกิจให้เข้าถึงโอกาส จับมือกันให้ตลาดสตาร์ทอัพโตไปด้วยกัน

“ตัวเลขจีดีพีวันนี้ไตรมาส 4 คาดการณ์เดิม 0.3% ก็ขึ้นไปเป็น 1.8% เฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.2% ช่วยดันเศรษฐกิจไทยพ้นจากหล่ม หลังจากนี้เราจะติดอาวุธให้คนไทยในเชิงการเพิ่มทักษะ เพิ่มโอกาสของคนไทยทุกอาชีพทุกระดับ อย่างคนละครึ่งพลัสถ้ากลับมารอบหน้าจะเน้นเพิ่มทักษะสอนขายออนไลน์ เพื่อจะได้ช่วยลดค่าครองชีพ หลักคิดโครงการคนละครึ่งพลัสของเราคือ เงินไปหมุนกับคนตัวเล็กตัวน้อย”

...

นายเอกนิติ กล่าวต่อไป เจตจำนงใครก็พูดได้ แต่เรามาพูดแล้วทำให้เห็น สิ่งสำคัญคือการมาฟังที่จะได้ฟีดแบ็กกลับมา ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าสตาร์ทอัพไทยเก่ง และเราต้องลงมาทำกับเขาจริงๆ พูดแล้วทำพลัส คือการต่อยอดไปเรื่อยๆ ที่ถามว่าใช้เงินจากภาครัฐมาช่วยได้หรือไม่ ต้องบอกว่าระบบราชการตีกรอบเอาไว้ ถ้าเงินหายเพราะการโกงต้องจัดการ แต่เราต้องดึงออกมาบางส่วน การสร้างสตาร์ทอัพมีความเสี่ยง ดังนั้นต้องมีการตั้งกองทุนที่ต้องยอมรับว่าเสี่ยงและอาจจะไม่ได้คืน ซึ่งก็มีกองทุนเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันอยู่

ส่วนเรื่องของการส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมไทยนั้น นายเอกนิติ ระบุว่า เชื่อในศักยภาพของคนไทยว่าเก่งมาก ทั้งการดีไซน์ออกแบบ ไม่แพ้ใครในโลก จึงต้องตั้งกองทุนส่งเสริมให้เกมไทยเติบโตได้ เพราะใช้งบประมาณตรงๆ ไม่ได้ นอกจากส่งเสริมเรื่องเกม อีกมุมหนึ่งคือวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างสรรค์เชิงท่องเที่ยวไปใส่ในเกม จึงเห็นด้วยในการตั้งกองทุนมาช่วยสร้างอุตสาหกรรมทั้งระบบ ต้องส่งเสริมและพัฒนาทักษะให้เด็กไทยที่ชอบเล่นเกมอยู่แล้ว นอกจากนี้จากการได้เข้าไปคุยกับนักลงทุนที่จะมาลงทุนในไทยว่าติดปัญหาตรงไหน อย่างหนึ่งคือการมีระบบหลายขั้นตอน ซึ่งก็จะไปปลดล็อกให้ โดยจะเริ่มทำคือศูนย์ดูแลนักลงทุน มีระบบดิจิทัลดูแลอย่างฟาสพาร์ท และการแก้กฎหมายที่เป็นภาระซ้ำซ้อนในระยะยาว

จากนั้นช่วงเที่ยง นายเอกนิติ และแกนนำของพรรคภูมิใจไทยไปเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของช่วงพักกลางวันในตลาดนัดกระทรวงการคลัง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องให้ทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ต่อ เพราะจากครั้งแรกช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ทำให้ตลาดคึกคัก


ต่อมา นายเอกนิติ ให้สัมภาษณ์กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบความผิดปกติมีการเบิกเงินสดในช่วงเลือกตั้ง ว่า ได้คุยกับผู้ว่าฯ แบงก์ชาติตลอด และได้เข้ามาร่วมดูเรื่องดาต้าบูโร ซึ่งใช้กลไกให้ธนาคารพาณิชย์ต้องรายงานข้อมูล และจะส่งให้กับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้ธุรกรรมที่ผิดปกติจะถูกส่งไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทุนเทา ซึ่งต้องดูเป็นกรณีๆ ไป ทราบว่าทางกระทรวงยุติธรรมได้ใช้กลไกของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบ และน่าจะใกล้เสร็จแล้ว

“เรื่องของการทำดาต้าบูโรเพื่อเชื่อมโยงป้องกันทางระบบไม่ให้ไทยเป็นศูนย์กลางทุนเทา วันนี้ต้องร่วมมือกัน สิ่งสำคัญคือเป็นการเพิ่มขั้นตอนการยืนยันตัวตน การเช็กพฤติกรรมการถอนเงิน ส่วนเรื่องการถอนเงินที่ผิดปกติ ถอนเป็นเงินสดจะเป็นการซื้อเสียงช่วงเลือกตั้งหรือไม่นั้น ก็ต้องให้ทาง กกต. ที่เป็นผู้เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้”