“อภิสิทธิ์” ลุยหาเสียงเมืองกรุงเก่า ชูโมเดลปลดล็อกท้องถิ่น พัฒนาระบบขนส่งทางราง ลดปัญหาจราจร ดันการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หนุน แบงก์ชาติคุมเข้มเบิกเงินสดสกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 มกราคม 2569 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ สามแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค ร่วมลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนชาวอยุธยา ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยมีไฮไลท์สำคัญคือภาพความประทับใจเมื่อ น้องแทนไท เยาวชนวัย 16 ปี นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์เมื่อครั้งตนเองอายุเพียง 3 ขวบมาให้ชม พร้อมเล่าอย่างภูมิใจว่าเคยได้พบกับนายอภิสิทธิ์ ในงานสัปดาห์หนังสือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พอทราบข่าวว่านายอภิสิทธิ์จะมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เลยมารอพบให้กำลังใจที่นี่
...
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์การพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า พรรคต้องการดึงศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์มาสร้างรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอแนวทางกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพื่อให้คนในพื้นที่ซึ่งมีความเข้าใจปัญหาดีที่สุดสามารถบริหารจัดการงบประมาณและการพัฒนาการท่องเที่ยวได้แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ได้อย่างตอบโจทย์ของคนพื้นที่เองเพื่อลดความซ้ำซ้อนงานระหว่างกระทรวงต่างๆได้ด้วย ในส่วนของรัฐบาลกลาง ถ้าได้เป็นรัฐบาลก็พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการขนส่ง “ระบบราง” เพื่อการเดินทางที่สะดวกสบาย และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data) เพื่อให้ภาคเอกชนนำไปวางแผนต่อยอดธุรกิจการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถูกถามถึงการซื้อสิทธิขายเสียงในพื้นที่ภาคใต้ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ภาคใต้ไปเมื่อต้นสัปดาห์ พี่น้องชาวใต้ให้คำมั่นอย่างชัดเจนถึงจุดยืนการเมืองสุจริต ที่รับปากแล้วว่า เราประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหมายนำพรรคประชาธิปัตย์เข้ามากำกับทิศทางรัฐบาลให้เป็น รัฐบาลแห่งความซื่อสัตย์ที่ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง และไม่สร้างความขัดแย้ง แตกแยกในสังคม นี่คือสิ่งที่เราจะผลักดันนโยบายสำหรับประชาชนในทุกพื้นที่ได้
จากนั้น เวลา 11.00 น. นายอภิสิทธิ์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนายอภิมุข ฉันทวานิช ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 3 (บางคอแหลม-ยานนาวา) เบอร์ 3 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน บริเวณตลาดเสรี 2 เจริญกรุง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
มั่นใจโพลรายเขต ปชป. มีสิทธิ์ลุ้นชัยชนะหลายพื้นที่
นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสตอบรับของพรรคในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่าจากการติดตามข้อมูลโพลเชิงลึกรายเขต พบว่าคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลายพื้นที่เขตเลือกตั้งมีโอกาสลุ้นชัยชนะได้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับความรู้สึกจากการลงพื้นที่จริงที่สัมผัสได้ถึงความเชื่อมั่นของประชาชน แม้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาสัดส่วนคะแนนจะมีความท้าทาย แต่ปัจจุบันฐานเสียงเดิมเริ่มกลับมาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นเรื่องยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่บางฝ่ายพยายามรณรงค์ให้เลือกเพื่อสกัดกั้นพรรคใดพรรคหนึ่งนั้น นายอภิสิทธิ์มองว่าหากวิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงรายเขต การตัดสินใจเลือกตามธรรมชาติของฐานเสียงประชาธิปัตย์ที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์การเลือกตั้งให้สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของคนกรุงเทพฯ ได้ดีที่สุด
ชูนโยบาย “มืออาชีพ” บริหารประเทศอย่างราบรื่น
ส่วนที่บางพรรคมีการเปิดตัวแคนดิเดตฯ ที่บอกว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่เอาคนกลุ่มนั้นมาใช้ มันสะท้อนถึงอะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของแต่ละพรรคในการวางตัวบุคลากรหาเสียง อย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในแนวทางที่เน้นบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางการเมืองควบคู่กับความเชี่ยวชาญ เนื่องจากเชื่อว่าการผลักดันนโยบายให้สำเร็จในภาคบริหาร จำเป็นต้องมีคนที่เข้าใจกระบวนการทำงานทางการเมืองตั้งแต่ต้น เพื่อให้การบริหารจัดการราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด “สำหรับประชาธิปัตย์แนวทางของเรา เราเอาบุคลากรที่พูดง่ายๆ คือทำงานการเมือง และก็ร่วมทำนโยบายมา เราคิดว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้การทำงานเมื่อเข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร มันราบรื่นกว่า หลายครั้งผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามา ถ้าไม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการทางการเมืองตั้งแต่ต้น มักจะมีปัญหาในการที่ต้องไปบริหารจัดการในเรื่องการเมือง เพราะมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการผลักดันนโยบายต่างๆ ก็เป็นแนวคิดซึ่งแต่ละฝ่ายก็สามารถทำได้ ประชาธิปัตย์ก็เคยมีครับคนนอก แต่ว่าจะเห็นว่าส่วนใหญ่จะมีบทบาทที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับพรรคก่อนครับ”
หนุน ธปท. ใช้มาตรการเชิงรุก สกัด “ทุนเทา-ซื้อเสียง”
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขยับเข้ามามีบทบาทในการกำหนดเพดานการเบิกถอนเงินสดเพื่อป้องกันการทุจริต โดยย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนการปราบปราม “ทุนเทา” และธุรกรรมที่ผิดปกติมาโดยตลอด เพราะเป็นตัวทำลายเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
“ผมดีใจที่แบงก์ชาติขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ การจัดการกับเส้นทางการเงินคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการปราบทุจริตเลือกตั้ง”
พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่ผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง พร้อมเตือนว่าหากรอตรวจสอบเพียงแค่หลังการเลือกตั้ง อาจเป็นเรื่องยากในการหาพยานหลักฐาน กกต. จึงต้องกล้าใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อรักษาความสุจริตและเที่ยงธรรมให้กับการเลือกตั้งครั้งนี้