“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” พาเจ้าของเพจ “แม่แนน น้องสมาร์ท” เดินทางมา กกต. ทวงถามบรรทัดฐานการใช้อำนาจ หลังถูกสั่งลบคลิปวิดีโอ ชี้หากเป็นเรื่องส่วนตัวควรไปแจ้งความเอง อย่าใช้ภาพลักษณ์องค์กรมาบังหน้าเพื่อปิดปากประชาชน
วันที่ 28 มกราคม 2569 จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำสั่งให้ลบ แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงภาพ ข้อความ และวิดีโอในสื่ออิเล็กทรอนิกส์จำนวน 16 เรื่อง ตามข้อเสนอของคณะทำงานติดตามการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยหนึ่งในนั้นเป็นคลิปวิดีโอจากเพจ “แม่แนน น้องสมาร์ท” ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติที่ไม่ถูกต้อง การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายตามมาตรา 77 (5) ว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่จะออกเสียงประชามติอันเป็นเท็จหรือทำให้เกิดความเข้าใจผิด
ล่าสุดนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ นำเยาวชนจากเพจ “แม่แนน น้องสมาร์ท” เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความชัดเจนกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ กกต. ประสานขอที่อยู่เพื่อส่งเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจสอบคลิปวิดีโอของทางเพจ โดยทนายอั๋นยืนยันว่าการมาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อปฏิเสธเกรงกลัวอำนาจ แต่ต้องการทราบว่า กกต. อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติใดในการดำเนินการกับเยาวชน
ทนายอั๋น ได้ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. ในหลายประเด็น ตั้งแต่การตั้งข้อหาและการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทนายอั๋นระบุว่า หากจะใช้อำนาจตามกฎหมายเลือกตั้ง กกต. จะต้องระบุให้ชัดว่าส่วนใดที่เป็นเท็จหรือบิดเบือน ซึ่งในกรณีนี้เขามองว่าไม่มีส่วนใดเข้าข่าย
...
นอกจากนี้ทนายอั๋นมีการเปรียบเทียบว่ากลุ่มที่ให้ข้อมูลบิดเบือนในฝ่ายที่สนับสนุนบางประเด็นกลับไม่ถูกดำเนินการ แต่พอเป็นเยาวชนทำคลิปกลับถูกเพ่งเล็ง พร้อมแสดงความกังวลว่า กกต. กำลังใช้กลไกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาปิดปากพี่น้องประชาชนในช่วงที่กำลังมีการทำประชามติหรือการเลือกตั้งที่สำคัญ
“วันนี้ ไม่ใช่เรื่องของทาง อั๋น บุรีรัมย์ กับน้อง ๆ กับ กกต. ครับ แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศที่สนใจว่า ท้ายที่สุด กกต. จะดำเนินการกับเยาวชน 2 คนนี้จริง ๆ หรือเราไม่ได้มาปฏิเสธมีอำนาจองค์กรยิ่งใหญ่อย่าง กกต. หรอก แต่มาอยากรู้ความจริงครับ เกิดอะไรขึ้น กกต. อาศัยอำนาจอะไร อาศัยบทบัญญัติอะไร คลิปที่เขาทำเนี่ย ผิดกฎหมายอะไร” ทนายอั๋นกล่าว
ทนายอั๋น ระบุต่อว่า ถ้าจะเล่นงานเด็ก ๆ ก็ว่ากันทางกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ที่มีการตั้งฉายาตัวละครชื่อว่า “แหวง บุญหมด” ก็ไปแจ้งความอย่าเอาองค์กรมาแปดเปื้อน พร้อมตั้งคำถามไม่รักองค์กรเหรอ
ทนายอั๋นยืนยันว่า หากกรณีนี้มีการดำเนินคดีไปจนถึงชั้นศาล ตนเองพร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับน้อง ๆ อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งทิ้งท้ายข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรอิสระและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูจะ “เข้าขากัน” เป็นพิเศษในการแจ้งความดำเนินคดีกับประชาชนที่เห็นต่างในช่วงนี้
ส่วนทางด้าน น.ส. ปวีณา เพ็ชรโยธิน เยาวชนเจ้าของเพจ “แม่แนน น้องสมาร์ท” ชี้แจงกรณี กกต. สั่งลบคลิป โดยยืนยันเจตนาเพื่อรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ โดยเน้นย้ำข้อมูลสำคัญที่ประชาชนอาจยังไม่ทราบ ต้องการป้องกันไม่ให้ประชาชนเสียสิทธิ เพราะหากไม่รู้และเดินกลับบ้านก่อนจะไม่ได้ลงคะแนนใบที่ 3 และยืนยันว่าข้อมูลที่ถูกต้องมีอยู่จริงและพูดถึงในทุกคลิป แต่ กกต. กลับไม่ได้ให้ความสำคัญในส่วนนั้น ส่วนเนื้อเรื่องและตัวละครเป็นการสมมติขึ้นเพื่อให้คลิปมีความสนุกสนาน ไม่มีเจตนาพาดพิงใคร