“สุดารัตน์” ลุยตลาดเติมพลังใจแม่ค้า ลั่นเศรษฐกิจแย่ต้องแก้ทันที ขออาสาเป็น “แม่ทัพ” แก้ปากท้อง วอนเลือกไทยสร้างไทย ไปหยุดวิกฤตหนี้สิน ชู กองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัว

วันที่ 28 มกราคม 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทยหมายเลข 48 ลงพื้นที่ลุยหาเสียงอย่างเข้มข้น ณ ตลาดสายเนตร และตลาดหทัยมิตร ย่านคู้บอน ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นกันเองจากพ่อค้าแม่ขายและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยตลอดเส้นทางมีการเข้ามาพูดคุย ขอถ่ายรูป และมอบอาหารขนมเพื่อเป็นกำลังใจให้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัญหาเดียวกันคือ เศรษฐกิจแย่มาก และกำลังแบกรับภาระหนี้สินอย่างหนัก ซึ่งคุณหญิงสุดารัตน์ ยืนยันว่าเข้าใจความลำบากนี้ดี และพร้อมที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาปากท้องเป็นลำดับแรกเพื่อคืนรอยยิ้มให้คนตัวเล็กอีกครั้ง


...

พรรคไทยสร้างไทย ประกาศนโยบายอย่างชัดเจนเพื่อหยุดวิกฤตหนี้สินด้วยการ พักหนี้ นาน 3 ปี สำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ SME และพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่มีหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยไม่ต้องจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ย เพื่อเป็นการ "หยุดเลือดที่กำลังไหล" ให้ประชาชนได้มีโอกาสหายใจหายคอได้คล่องตัวขึ้น นอกจากนี้ยังเดินหน้า เติมเลือดใหม่ ผ่านกองทุนสร้างไทยและกองทุนตั้งตัว ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ประชาชนกู้เงินตั้งแต่ 10,000 ไปจนถึง 100,000 บาท โดยใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น เพื่อนำไปเป็นทุนรอนในการประกอบอาชีพและล้างหนี้นอกระบบที่กัดกินชีวิตคนไทยมานาน

นโยบายการเข้าถึงแหล่งเงินทุนนี้ดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้อย่างมหาศาล ตัวอย่างเช่น หากกู้เงิน 50,000 บาท จากเดิมที่ต้องเสียดอกเบี้ยนอกระบบนับหมื่นบาทต่อเดือน จะเหลือเพียง 500 บาทเท่านั้น เพื่อให้ทุกคนสามารถตั้งตัวได้จริงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนช่วยกันเลือกพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 48 ให้มากพอ เพื่อให้เราเข้าไปรับใช้และดูแลพี่น้องประชาชนให้ หายจน หมดหนี้ และสร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำชัดถึงวิกฤตการณ์สินค้าต่างชาติที่ทะลักเข้ามาทุ่มตลาดไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นว่าการที่สินค้าเหล่านี้สามารถวางขายได้โดยไม่ต้องผ่านมาตรฐาน อย. หรือ มอก. นั้น มีต้นตอสำคัญมาจากปัญหาคอร์รัปชันของข้าราชการและนักการเมืองที่เห็นแก่ได้ ยอมรับสินบนจนละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการชาวไทยต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายและไม่สามารถแข่งขันได้ ดังนั้น หัวใจสำคัญคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดเพื่อกวาดล้างวงจรทุจริตที่กัดกินประเทศ และหยุดพฤติกรรมของกลุ่มผู้มีอำนาจที่ฉวยโอกาสหากินบนความเดือดร้อนและความยากจนของประชาชนไทยอย่างจริงจัง