“จุลพันธ์” หัวหน้าเพื่อไทย ลงพื้นที่เขตคลองสามวา ช่วย “จิรายุ” หาเสียง ชูนโยบายรถบดอัดฟางให้เกษตรกรชาน กรุงฯ แทนการเผาลด PM 2.5 เพื่ออากาศสะอาดของคนคลองสามวาและ กทม.
วันที่ 28 มกราคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่เขตคลองสามวา กทม. เขตเลือกตั้งของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย เขต 16 คลองสามวา หมายเลข 7 โดยนายจุลพันธ์ พร้อมด้วยผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคและนายจิรายุ ได้พบปะพี่น้องประชาชน ที่บริเวณตลาดหทัยมิตร ถนนหทัยราษฎร์ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยผู้มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดดังกล่าว เข้ามาถ่ายรูปและเชียร์ให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ซึ่งเป็นลูกหลานในพื้นที่เขตคลองสามวา ให้กลับมาเป็น สส. ของเขตคลองสามวาอีกครั้ง
...
จากนั้นเวลาประมาณ 08:30 น. นายจุลพันธ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เดินทางต่อมาที่บริเวณทุ่งนาถนนเลียบคลองสอง คลองสามวา เพื่อชมการสาธิต “รถบดอัดฟาง” ซึ่งเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่อยู่อาศัยในเขตคลองสามวา ซึ่งผู้ทำเกษตรกรรมในชานเมืองกรุงเทพมหานคร เห็นว่าการบดอัดฟางแทนการเผา ทำให้ช่วยลดมลพิษในพื้นที่เขต กทม. ได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ซึ่งที่ผ่านมานายจิรายุ ในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมเขตคลองสามวาและรองประธานสภาวัฒนธรรม กทม. และ นางสาวนฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภากรุงเทพฯ สก. เขตคลองสามวา ได้สนับสนุนให้ประชาชนที่ทำเกษตรกรรมในโซนที่ติดกับจังหวัดฉะเชิงเทราและปทุมธานี ให้ลดการเผาฟางหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งส่วนใหญ่ได้นำรถบดอัดฟางมาใช้ ทำให้มลพิษของเขตคลองสามวาลดน้อยลง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน
ด้านนายจิรายุ ผู้สมัครหมายเลข 7 เขตคลองสามวา กทม. กล่าวว่า แก้ไขปัญหาอื่น ๆ เชิงโครงสร้างนั้น คลองสามวาเป็นเขตที่มีประชากรมากที่สุดของกรุงเทพฯ จาก 50 เขต จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องประสานนโยบายระดับท้องถิ่นกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการจราจร เช่น การเพิ่มถนนสายใหญ่สายใหม่, ส่วนต่อขยายทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ การจัดทำสะพานข้ามแยกบนถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้เป็นไปตามข้อเสนอของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เมื่อปี 2565 และการเสนอส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีชมพูบนถนนนิมิตใหม่ไปเชื่อมกับสายสีเขียวที่ลำลูกกา เพื่อการคมนาคมที่ดียิ่งขึ้น และรองรับประชากรที่เข้ามาอยู่ในเขตคลองสามวามากเป็นอันดับ 1 ของ กทม.