ประธาน กกต. ตรวจความพร้อมเลือกตั้ง-ประชามติ ภาคตะวันออก รับหลายพื้นที่แข่งขันสูง มีร้องเรียนทำผิดกฎหมาย สั่ง กกต.จังหวัดจับตา-ยังไม่พบซื้อเสียง เตือน ปชช. อย่าทำคอนเทนต์สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย
วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ จ.ระยอง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยผู้ตรวจการเลือกตั้ง ตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) และกรรมการประจำหน่วยออกเสียงประชามติ (กปส.) เตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ณ โรงเรียนนครระยองวิทยาคม (วัดโขดใต้) อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยได้มีการจำลองการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ กปน. และ กปส. ได้เข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการรับอุปกรณ์ รวมถึงขั้นตอนการนับคะแนนการเลือกตั้ง สส. และประชามติ รองรับการปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีกรรมการประจำหน่วยในเขตเทศบาลเมือง 80 หน่วยออกเสียงเข้าร่วม ทั้งนี้ จ.ระยอง มี 5 เขตเลือกตั้ง 197 หน่วยเลือกตั้ง
...
นายณรงค์ กล่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมามีข้อผิดพลาด กรณีพระสงฆ์ไปแสดงตนเลือกตั้ง โดยมีรายชื่อเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และ กปน. ก็ให้เข้าไปใช้สิทธิจนเกิดปัญหาตามมา ซึ่งเข้าใจว่า กปน. ประจำหน่วยขณะนั้นไม่มีประสบการณ์ จึงปล่อยให้พระสงฆ์เข้าไปใช้สิทธิได้ โดยอยากให้เป็นข้อเตือนใจและไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะจะถูกร้องเรียนได้ และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เป็นธรรม กกต. ให้ความสำคัญกับ กปน. ทุกหน่วย เพราะเหลือเพียง 12 วันก็จะถึงวันเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ซึ่งตนเองและคณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม พบว่าภาพรวมการตรวจความพร้อม ส่วนตัวมีความรู้สึกชื่นใจ ที่ทุกคนมีการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งเกือบ 100% แล้ว
จากนั้น นายณรงค์ มอบนโยบายให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดระยอง ณ สำนักงาน กกต.จังหวัดระยอง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง
มีร้องเรียนทำผิดกฎหมาย สั่ง กกต.จังหวัดจับตา
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังมอบนโยบายให้แก่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดระยอง ว่า ภาพรวมการลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง สส. และประชามติในพื้นที่ตะวันออก จากการลงพื้นที่เมื่อวานนี้ (26 ม.ค.) ที่จังหวัดตราด และจังหวัดจันทบุรี ซึ่งไปดูการ เตรียมความพร้อมหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ที่อยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้ยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ขณะนี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนถือว่าเป็นปกติสามารถจัดการเลือกตั้งได้พร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจริงตามบริเวณแนวชายแดนก็มีแผนสำรองไว้แล้ว เพราะได้มีการออกข้อกำหนดและแผนไว้ก่อนหน้านี้ว่าหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงจะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างไร
เมื่อถามว่าพื้นที่ไหนจะต้องมีการจับตาเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก นายณรงค์ กล่าวว่า กกต. ดูทุกพื้นที่ โดยพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง ก็ได้มีการมอบนโยบายให้มีการจับตาเป็นพิเศษ โดยใช้เครือข่ายผู้ตรวจการเลือกตั้ง หรือตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว เพื่อหาข่าวในจุดต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูง เพื่อให้การเลือกตั้งออกมาโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งได้มีการดำเนินการทุกวิถีทางแล้ว เพื่อให้การเลือกตั้งออกมาดีที่สุด ส่วนพื้นที่ใดต้องมีการจับตาเป็นพิเศษนั้นเห็นว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน
เมื่อถามว่าในแต่ละจังหวัดมีพื้นที่สีแดงหรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นเป็นพื้นที่สีแดง แต่เป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงเท่านั้นเอง โดยพบในหลายจังหวัด นอกจากภาคตะวันออก
เตือน ปชช. อย่าหาทำคอนเทนต์สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย
ประธาน กกต. ยอมรับว่า ได้มีการรายงานพบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือเตรียมซื้อสิทธิขายเสียงเข้ามาบ้าง กกต.จังหวัดในพื้นที่ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอน เช่น รายงานเรื่องผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี พบว่า มีการจัดทำคลิปวิดีโอเผยแพร่ เนื้อหาเกี่ยวกับการนำธนบัตรแนบกับบัตรหาเสียง เมื่อ กกต. ได้ดำเนินการตรวจสอบ พบว่าเป็นประชาชนทั่วไป ดังนั้นจึงเรียกเจ้าของคลิปมาสอบสวน เมื่อรู้ว่า กกต. เอาจริง เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นการถ่ายคลิปเล่น ๆ บนโซเชียลทำนองสร้างคอนเทนต์ขึ้นมา ซึ่ง กกต. ก็ได้เข้าไปเตือน เพราะถือว่าประชาชนอาจจะไม่รู้กฎหมาย
“ซึ่งเจ้าตัวก็คงกลัว ถือว่าเป็นการกระทำผิด ไม่มีใครทำแบบนี้อีก หรือในส่วนที่แจ้งว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงจำนวนมาก กกต. ก็ได้ให้แนวทางสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดว่า ขอให้เรียกมาให้ข้อมูลกับ กกต. ว่าเอาข่าวมาจากไหน กกต. ก็จะดำเนินการ แต่ส่วนมากเรียกมาแล้วเขาก็จะบอกว่า ฟังมาอีกทีหนึ่ง มันก็ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น”
ส่วนกรณีการจัดทำคลิปร้องเรียนจับหัวคะแนนผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยที่เกิดขึ้นที่ จ.พิจิตร แต่เมื่อสอบพบว่า เป็นการกลั่นแกล้งกล่าวหาเท็จ นายณรงค์ กล่าวว่า ความจริงมีบทเรียนอยู่แล้วในเรื่องการกลั่นแกล้งต่าง ๆ ถือว่าผิดกฎหมาย กกต. ได้พยายามเตือนและประชาสัมพันธ์ว่าอย่าทำ หรืออย่าให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าตัวได้รับความเสียหาย ซึ่งคนที่ถูกกลั่นแกล้งก็เสียหาย