“พัฒนา” แจงปลด “หมอสุภัทร” เซ่นจัดซื้อ ATK ย้อนหลัง 5 ครั้ง ไม่มีการกลั่นแกล้งพรรคประชาชน ยันเป็นตามขั้นตอนปกติไม่ได้เป็นวาระเร่งด่วน “เลขาฯกฤษฎีกา” ชี้ เป็นอำนาจ กกต. ตัดสิทธิ์ รัฐบาลรักษาการฟันวินัยได้
วันที่ 27 ม.ค. 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต2 พรรคประชาชน ออกจากราชการ จนถูกมองเป็นการกลั่นแกล้งโดยไม่เป็นธรรม ว่า ยืนยันว่าไม่มีการกลั่นแกล้ง เป็นไปตามที่คณะกรรมการสอบสวนและนำเข้าที่ประชุม อ.ก.พ. ตามวาระปกติ ไม่ใช่วาระเร่งด่วน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและมีการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาชี้แจง เมื่อถามว่า นพ.สุภัทร บอกว่าไม่มีการเรียกเข้าไปชี้แจง นายพัฒนา กล่าวว่ามีการเรียกเข้ามาตามขั้นตอนปกติ เมื่อถามว่า ข้อเท็จจริงการจัดซื้อATKผิดระเบียบราชการใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า มีการไปตรวจโควิด โดยเอา ATK มาใช้ และมีการจัดซื้อจัดจ้างในภายหลังหลายครั้ง หากตนจำไม่ผิดมีทั้งหมดจำนวน 5 ครั้ง เมื่อถามว่า มีการเบิก ATK ออกมาใช้ และจัดซื้อจัดจ้างย้อนหลังใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่ได้เบิกของหลวง แต่ตนไม่แน่ใจว่าเอามาจากไหน แต่รายละเอียดทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวน และการทำหน้าที่ของ อ.ก.พ. ทุกอย่างเป็นไปตามหน้าที่ ซึ่งตนเป็นประธาน ส่วนที่เจ้าตัวบอกว่าจัดซื้อจัดจ้างราคาถูก แต่ถูกลงโทษนั้น คำว่าถูกนั้นต้องไปดูว่านำไปเปรียบเทียบกับอะไร และการจัดซื้อ ATK ในตอนนั้นตนทราบว่ามีการจัดซื้อในหลายแหล่งที่มา ซึ่งอันนี้เป็นแหล่งหนึ่ง แต่จะถูกที่สุดหรือไม่ ไปว่ากันในคณะกรรมการสอบสวน
...
เมื่อถามว่า มีการมองว่ามีการตัดขาพรรคประชาชน ที่อาจหาผู้สมัครแทนไม่ทัน นายพัฒนา กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นไปตามขั้นตอนปกติ และการประชุมเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้มีวาระนี้ในวาระเร่งด่วน และไม่ใช่วาระเดียวยังมีวาระอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการพิจารณาวินัยอีกเกือบ 20 รายการ ซึ่งเป็นวาระประจำของการประชุม อ.ก.พ. อยู่แล้ว
“เลขาฯกฤษฎีกา” ชี้ เป็นอำนาจ กกต. ตัดสิทธิ์ รัฐบาลรักษาการฟันวินัยได้
ด้าน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติให้ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ในฐานะผู้สมัคร สส.สงขลา พรรคประชาชน ถูกปลดออกจากราชการ กรณีจัดซื้อชุดตรวจโควิด จะยังลงสมัครรับเลือกตั้งได้หรือไม่ ว่า ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วินิจฉัย ตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ สว. และตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ มองว่า หากไม่ใช่เรื่องการทุจริตก็สมัครได้ ไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญเขียนว่าหากพ้นหรือออกจากราชการเพราะเหตุทุจริตหรือประพฤติมิชอบ จะต้องถูกตัดสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้ข้อเท็จจริงในรายละเอียด ต้องให้ กกต.เป็นผู้ชี้ขาด เมื่อถามว่าเมื่อ อ.ก.พ.สธ.มีมติแล้ว ต้องส่งเรื่องให้ กกต. ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต้องไปถาม กกต. แต่ส่วนตัวคิดว่า กกต.ควรทำให้ชัดเจนก่อนการเลือกตั้ง เพราะคะแนนเสียงจะได้ไม่หาย แต่ถึงอย่างไรก็ทำได้ทั้งก่อนและหลัง แล้วแต่ กกต. เมื่อถามว่าการฟันวินัยสามารถทำได้ในช่วงรัฐบาลรักษาการใช่หรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องวินัยทำได้ตลอด เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะอำนาจการลงโทษทางวินัย เป็นไปตามกฎหมายข้าราชการพลเรือน