พรรคประชาธิปัตย์ ถือฤกษ์ 27 ลุยแคมเปญโค้งสุดท้าย “เดิน-วิ่ง GO 27 เทาไม่ใช่ทาง” ก่อนขึ้นรถเมล์สาย 27 ไปหาเสียงย่านสะพานควาย เดินเท้าเคาะประตูบ้านต่อถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ ย้ำผลักดันพ.ร.บ.อากาศสะอาด
เมื่อเวลา 07:27 น. วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่สวนรถไฟ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และผู้สมัคร สส. กทม. ทั้ง 33 เขต รวมถึงสมาชิกพรรคสวมเสื้อฟ้า และถุงเท้าหมายเลข 27 ร่วมจัดกิจกรรม “ Go 27! แรงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ -เทา ไม่ใช่ทาง” ซึ่งจัดขึ้นตรงกับวันที่ 27 และตรงกับเบอร์ 27 ของพรรคในระบบบัญชีรายชื่อ โดยเป็นการเดิน-วิ่ง ตามระยะทางเป็นเลข 27 ที่ทั้งคณะได้ร่วมกิจกรรมเดินและวิ่งครั้งนี้ทุกคนด้วย หลังเสร็จจากทำกิจกรรมเดิน-วิ่งแล้ว นายอภิสิทธิ์ได้เดินทักทายพี่น้องประชาชนที่ตลาดในสวนรถไฟ มีแม่ค้าบางคนได้มอบกล้วยให้พร้อมบอกว่า เป็นเคล็ด ทำอะไรจะได้กล้วยๆ ง่ายๆ
...
โดยนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ประชาธิปัตย์ถือฤกษ์ในฐานะที่เราใช้หมายเลข 27 ระบบบัญชีรายชื่อแสดงความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เราเดินหน้าสู่เส้นชัยเต็มที่ เป็นกิจกรรมทั้งเดิน-วิ่งและการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนไปเพื่อเปิดนโยบายสำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพฯ 2 เรื่อง คือ 1.พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่จะทำควบคู่กับกฎหมายอีก 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน และพ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่ไปกับนโยบายที่จะสนับสนุนเรื่องสิ่งแวดล้อมครบวงจร เพราะเราไม่ควรจะต้องทนกับฝุ่น PM 2.5 ในระดับแบบที่เราเจออยู่ในขณะนี้ 2.คือลดค่าใช้จ่ายมีการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า 5-30 บาท ซึ่งจะมีการเสนอรายละเอียดในช่วงเที่ยงของวันนี้ สำหรับชาวกรุงเทพฯ ช่วงโค้งสุดท้าย พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าเพื่อที่จะย้ำให้คนกรุงเทพฯเชื่อมั่นว่า เลือกประชาธิปัตย์เข้าไปมากๆแล้ว เราจะเป็นผู้คุมเกมให้กับท่านว่ารัฐบาลชุดต่อไป จะต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริงกับการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่มีเรื่องทุนเทา ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง เพราะการทำงานทุกอย่างต้องโปร่งใส คุมเกมไม่ให้มีใครไปใช้นโยบายสร้างความแตกแยก แต่ประเด็นละเอียดอ่อนทั้งหลายควรจะแสวงหาจุดร่วม และคุมเกมไม่ให้มีการเอานโยบายลดแลกแจกแถม ทำให้เศรษฐกิจไม่ยั่งยืน คุมเกมให้มียุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เป็นความพร้อมของประชาธิปัตย์ ที่จัดกิจกรรมนี้ทั้งผู้สมัครของพรรคในกทม.และแคนดิเดตนายกฯ มาร่วมการแสดงความพร้อม
เมื่อถามว่า กระแสตอบรับของพรรคดีทั้งในกทม.และต่างจังหวัด จะวิเคราะห์เป็นตัวเลขได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องคำนวณ เราเดินหน้าในการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนอย่างเดียว เมื่อวานไปภาคใต้ หลายคนกลัวว่ากระแสพรรคแม้จะดีอย่างไรก็ตามอาจสู้กระสุนไม่ได้ แต่พี่น้องประชาชนต่างยืนยันหนักแน่นว่า ถึงเวลาที่เขาจะเปลี่ยนแปลงแล้ว เขาบอกว่าเที่ยวนี้คนภาคใต้จะไล่คนซื้อเสียงออกจากพื้นที่ จึงอยากให้พี่น้องประชาชน มองว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้ง แต่เป็นโอกาสสำคัญในรอบหลายปี ที่จะตั้งต้นให้ประเทศกลับไปสู่การมีบ้านเมืองที่สุจริต เราต้องมีเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้พึ่งพาการแจกเงินของรัฐบาล เป็นครั้งเป็นคราว ทั้งเป็นการทำให้การเมืองของเราหลุดพ้นจากความขัดแย้งเดิมๆให้ได้ จึงเป็นโอกาสสำคัญ
เมื่อถามย้ำว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าไปคุมเกมรัฐบาล ได้มีการพูดคุยกันแล้วหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้คุย แต่ทุกครั้งที่ไปเวทีดีเบต ที่ผ่านมา พรรคอื่นๆ ที่แข่งขันกันอยู่ในลำดับต้นๆ จะมีการโจมตีและพูดแซวกันทางการเมือง ทุกคนพูดเหมือนกับว่า จะจับมือกันได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์พูดเรื่องการจับมือบนพื้นฐานของหลักการ บนทิศทางของประเทศ และทิศทางของเศรษฐกิจ ดังนั้นขอประชาชนให้โอกาสเรา เราจะไปคุมเกมให้
จากนั้นนายอภิสิทธิ์พร้อมคณะไปขึ้นรถเมล์สาย 27 เดินทางไปที่ห้างบิ๊กซีสะพานควาย เพื่อหาเสียงกับพี่น้องประชาชนที่จับจ่ายตลาดเช้าโดยได้รับความสนใจจากผู้สัญจรไปมา ทักทายขอถ่ายภาพร่วมและเชียร์ให้กำลังใจจำนวนมาก ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์และคณะได้เดินเท้าเคาะประตูบ้าน ร้านค้าตลอดสองข้างทางจากสี่แยกสะพานควายไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อร่วมกิจกรรมรถไฟฟ้ามหานครกับผู้สมัคร สส.กทม ของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแนะนำเปิดตัว Application ลดค่าโดยสารแบบโซนนิ่ง 5-30 บาท ที่สถานี BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยได้เดินหาเสียงกับประชาชนผู้สัญจรไป มาที่อนุสาวรีย์ชัยฯ
ชี้ผลโพล “คนคอน” เทใจให้นั่งนายกฯ เพราะเชื่อทางเลือกที่ปลอดภัย
ด้านนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลโพลของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หรือ “นิด้าโพล” ที่เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “เลือกตั้ง 69 ของคนนครศรีธรรมราช” (สำรวจระหว่างวันที่ 19 – 21 มกราคม 2569) ซึ่งถือเป็นฐานที่มั่นสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภาคใต้ โดยผลสำรวจระบุชัดเจนว่า
อันดับ 1 (ร้อยละ 51.45) สนับสนุน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
อันดับ 1 (ร้อยละ 51.08) มีแนวโน้มเลือกผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตจากพรรคประชาธิปัตย์
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า จากตัวเลขที่พุ่งทะลุเกินกึ่งหนึ่งนี้ ได้แสดงถึงความได้เปรียบในเชิงคะแนนเสียง และยังเป็นดัชนีชี้วัดถึง “ความมั่นใจ” ของพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชที่มีต่อแนวทางการทำงานภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
นายพงศกร กล่าวว่า การฟื้นตัวของกระแสประชาธิปัตย์ในครั้งนี้เกิดจากการผสมผสานระหว่าง “ประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ” และ “ภาพลักษณ์ความซื่อสัตย์สุจริต” ประกอบกับการนำนโยบายหาเสียงที่จับต้องได้ไปอธิบายในพื้นที่ ทำให้ประชาชนเริ่มมองเห็นว่าประชาธิปัตย์คือ “ทางเลือกที่ปลอดภัย” และเป็น “ทางเลือกที่เป็นคำตอบ” สำหรับวิกฤตบ้านเมืองในขณะนี้