“ธรรมนัส” นำทัพพรรคกล้าธรรม ปราศรัยอ้อนชาวลำปาง ขอ สส.ยกจังหวัด ประกาศดันเมกะโปรเจกต์น้ำวัง แก้ท่วมแล้ง ปั้นเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่ฝากอะไรถึง “ไอซ์ รักชนก” ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่สนามกีฬาภายในโรงเรียนเถินวิทยา อ.เถิน จ.ลำปาง ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและแคนดิเดตของพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่ง โดยผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ น.ส.รักชนก ศรีนอก และ นายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางไป จ.พะเยา เพื่อขึ้นศาล จะมีอะไรฝากถึงหรือไม่ โดยร้อยเอกธรรมนัส ยิ้มแล้วบอกว่า คงไม่ฝากอะไร ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ และมั่นใจว่าพรรคกล้าธรรมจะสามารถครองใจชาวเขต 4 ลำปาง และปักธง สส.ได้สำเร็จ
สำหรับเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคกล้าธรรมวันนี้ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส, นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.ลำปาง ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 นายอริวัฒน์ ศรีไชยานุนท์, เขตเลือกตั้งที่ 2 นายดาชัย เอกปฐพี, เขตเลือกตั้งที่ 3 นางระพีพรรณ โพธิ์ทอง และเขตเลือกตั้งที่ 4 นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำพู ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมรับฟังอย่างเนืองแน่น
...
ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวขอบคุณประชาชนที่มาร่วมรับฟัง พร้อมระบุว่า ลำปางเป็นจังหวัดที่เดินทางมาเยือนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง อำเภอเถิน เป็นโครงการสำคัญในการแก้ปัญหาน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร แนวคิดโครงการมีมานานตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังไม่คืบหน้า จนกระทั่งตนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงสั่งการให้เร่งศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และผลักดันเข้าสู่แผนงบประมาณปี 2569 วงเงินประมาณ 700 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมจัดหาผู้รับจ้างก่อสร้าง พร้อมยืนยันว่า จะทำหน้าที่ในสภาเพื่อผลักดันและปกป้องงบประมาณโครงการดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาของจังหวัดลำปาง ว่า ในอดีตเคยเป็นเมืองสำคัญของภาคเหนือ มีความเจริญทัดเทียมจังหวัดใหญ่หลายแห่ง แต่ช่วงหลังการพัฒนากระจุกตัวในเมืองหลัก ทำให้หลายจังหวัดรวมถึงลำปางชะลอตัว กลายเป็นเพียงเมืองทางผ่าน เขามองว่าการพัฒนาขาดความต่อเนื่องด้านผู้นำและการผลักดันเชิงนโยบาย พร้อมเสนอว่าต้องมีโครงการพัฒนาและการเชื่อมโยงกับส่วนกลางอย่างจริงจัง เพื่อให้จังหวัดกลับมามีศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกครั้ง
“ไม่มีนักการเมืองคนใดเป็นผ้าขาวอย่างสมบูรณ์ สิ่งสำคัญคือผลงานและความสามารถในการแก้ปัญหาให้ประชาชน มากกว่าการโจมตีทางภาพลักษณ์ การเมืองควรตัดสินจากการทำงานที่เป็นรูปธรรม บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ว่าผู้แทนราษฎรต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนประชาชนอย่างแท้จริง ลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และไม่หายไปหลังการเลือกตั้ง เลือกแล้วต้องใช้งานได้”
ในช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัส ขอให้ประชาชนเปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากพรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นของใหม่ เข้ามาทำงานแทนของเก่าที่ประชาชนคุ้นเคยมานานแต่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยคนภาคเหนือ และต้องการเป็นพรรคของคนในภูมิภาคเหนืออย่างแท้จริง.