“ยศชนัน” หาเสียง อ.บัวใหญ่ ดันนโยบายเศรษฐีเงินล้าน ขอเลือกเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค ด้าน “ณัฐวุฒิ” ชวนคนบัวใหญ่เลือก “พัชราวรรณ” แทนคนเก่าย้ายพรรค ลั่นส่งคนอัดเสียงปราศรัยไม่เท่ ท้าอัดคลิปเลย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ หน้าสระใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ลงพื้นที่ปราศรัยเพื่อช่วยนางพัชราวรรณ ภิญโญ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 6 เบอร์ 1 หาเสียง โดยมี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แกนนำรับผิดชอบเลือกตั้งนครราชสีมา ร่วมด้วย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนแห่มาร่วมรับฟังปราศรัยกันจนเต็มพื้นที่ และมารอต้อนรับนายยศชนัน และคณะ โดยได้มอบพวงมาลัยดอกจาน มอบพวงหมูกรอบ ปลาร้าบอง กล้วยทอด ซาลาเปา มาลัยดอกดาวเรืองจนล้นคอ และผูกผ้าขาวม้า ต้อนรับ


...

นายยศชนัน กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องโคราชอีกครั้งหนึ่ง จะมาจนโคราชจนแดงทั้งจังหวัดดีหรือไม่ วันนี้เราพร้อมเต็มที่ที่จะบอกว่าเราจะนำความฝันและความหวังของพี่น้อง 8 กุมภาพันธ์ ให้กลายเป็นความจริงแน่นอน เริ่มจากโคราชเลยดีหรือไม่ เรื่องคุณภาพชีวิตของคนโคราชเป็นเรื่องที่สำคัญ และครั้งนี้คือนโยบายหนึ่งที่ไม่ว่าใครจะตั้งพรรคการเมืองขึ้นมา จำเป็นจะต้องฟังเสียงประชาชนก่อน คุณภาพชีวิตที่ดีแน่นอนว่านโยบายใครก็พูดได้ หรือใครก็ทำได้ เราจะต้องเป็นประเทศรายได้สูงแน่นอน วันนี้สิ่งที่ต้องทำคือดูแลทุกคน หากจะรายได้สูงก็ต้องสูงทุกคนใช่หรือไม่

นายยศชนัน ได้กล่าวย้ำถึงนโยบาย แก้หนี้ทั้งระบบ แก้หนี้เกษตรกร ต้องทำทันที แก้หนี้นอกระบบ เลือกพรรคเพื่อไทย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส ไม่ต้องกลับมาเป็นหนี้อีกแล้ว พรรคเพื่อไทยไม่เคยทิ้งใคร เรื่องประกันกำไร 30% ทำทันที เรื่องข้าว อ้อย มัน ทำทันที ดิน ปุ๋ย ยศชนันรับจบ อย่างที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทยได้กล่าวเอาไว้ว่า เราเป็นพรรคการเมืองที่หาเงินเป็น ขอแค่ 10% เข้ามาในระบบ เราจะดูแลสวัสดิการให้กับทุกคน ส่วนเรื่องเศรษฐีเงินล้าน 9 คน แน่นอนว่าทำทุกวัน งบประมาณไม่เยอะ แต่เป็นการจูงใจให้ทุกคนเข้ามาในระบบ ซึ่งเรื่องนี้จะทำให้เกิดรัฐบาลดิจิทัล เรื่องนี้คือการแก้ปัญหาทุนเทา คอร์รัปชันอย่างยั่งยืน เรื่องนี้เราต้องเน้นย้ำว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำข้อมูลให้พ่อแม่พี่น้อง และเงินบางส่วนเราขอเจียดมาช่วยพ่อแม่พี่น้องที่ป่วยติดเตียงอยู่ สมทบเงินให้เขา คนที่ไม่มีรายได้เกิน 3,000 บาท สมทบทุนให้พ่อแม่พี่น้องดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย เราจะทำให้โคราชรวยด้วย AI โคราชต้องอยู่อย่างมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ถ้าเลือกยศชนันเป็นนายกฯได้หรือไม่ ขอเลือกทั้งคน เลือกทั้งพรรค

“ณัฐวุฒิ” ขอเหมาโคราช 16 เขต ชวนชาวบัวใหญ่เลือก “พัชราวรรณ”

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยช่วยนางพัชราวรรณ ภิญโญ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 6 หาเสียงว่า ที่ อ.บัวใหญ่ เดิมเป็นพื้นที่ของนายโกศล ปัทมะ ที่ปัจจุบันย้ายไปลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย การเลือกตั้งจะมาถึงภายในอีก 13 วัน เมื่อจะเข้าคูหา ก็ต้องพิจารณาว่าจะเลือกใครเลือกพรรคไหนเข้าไปเป็นผู้แทนไปเป็นรัฐบาล เรื่องของเรื่องคือพรรคเพื่อไทยมี สส.เขตนี้มาตลอด ตนมาปราศรัยที่นี่ตั้งแต่ยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ครั้งที่แล้วตนก็มา มาทุกที และประชาชนก็กรุณากาทุกที แต่มาครั้งนี้ลงจากรถมาตนขยี้ตา เพราะเห็นป้ายผู้สมัคร สส. เปลี่ยนแปลงไป ไม่น่าเชื่อว่า สส.ผู้ชายเป็น 3-4 สมัย จะเปลี่ยนเป็นผู้หญิงได้ ตนจึงถามคนที่นี่ว่าคนเดิมไปไหน ชาวบัวใหญ่บอกว่า สส.คนเดิมได้จากพวกเราไปแล้ว จากไปสักพักหนึ่ง จึงต้องมีคนใหม่

ฝากบอกคนเก่าย้ายพรรค ส่งคนอัดเทปเสียงปราศรัยไม่เท่ ท้าอัดคลิปเลย

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ระหว่างที่ตนจะมาปราศรัย ที่นี่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ บอกว่า สส. คนเดิมที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยโทรมาบอกว่าวันนี้ที่พรรคเพื่อไทยมาปราศรัยที่ อ.บัวใหญ่ เขาจะอัดเทปไว้ ใครพูดบนเวทีก็จะอัดเทปไว้ให้หมด มีปัญหาจะได้ร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตนได้ยินก็ตกใจ ตนมาปราศรัย มาหาเสียงอย่าอัดเทปเลยมันเก่าแล้ว ให้อัดคลิป เพราะอัดเทปมันได้ยินแค่เสียง มันไม่เท่

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การเมืองมันพูดจา และวิพากษ์วิจารณ์กันได้ ถามว่า สส. จะย้ายพรรคเป็นไปได้หรือไม่ ก็เป็นไปได้ มันไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย เขาย้ายกันได้ สส.ย้ายพรรคได้แต่ประชาชนไม่ตามไป ประชาชนจะกาคนใหม่เข้าไปแทน ไม่มีอะไรผิดว่ากันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อคนเก่าไปคนใหม่ก็พร้อมที่จะทำงาน เพราะเป็น สจ.เก่า ทำงานทางการเมือง เข้าใจเรื่องบ้านเมือง ไม่ใช่เอาคนไร้ประสบการณ์

“พรรคเพื่อไทยพร้อมเป็นรัฐบาล ทำงานรับใช้ประชาชน ประเทศชาติ ตามนโยบายที่ประกาศไว้ โคราชมีทั้งหมด 16 เขต คราวที่แล้วพรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากคนโคราช 12 เขต ขาดไปเพียง 4 เขตเท่านั้น คราวนี้เป็นการผนึกกำลังกัน ระหว่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล กับทีมของพรรคชาติพัฒนา(ชพน.)เดิม กลุ่มของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ มาอยู่ตรงนี้ พลังของคนโคราชมารวมเป็นหนึ่งเดียว อยากให้การเมืองของโคราชเป็นเอกภาพ หนุนส่งให้รัฐบาลที่มีผลงานทำได้จริงเข้าไปทำหน้าที่ ดังนั้น ครั้งนี้ขอทั้ง 16 เขตได้หรือไม่ นครราชสีมาเป็นจังหวัดที่มี สส. ได้มากที่สุดรองจากกรุงเทพมหานคร นี่เป็นครั้งแรกที่พลังทางการเมือง ที่มีบทบาททางการเมืองของนครราชสีมา มาจับรวมกันอยู่ด้วยกัน เมื่อบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ต้องใช้พรรคการเมืองที่ใช้นโยบายมาแก้ปัญหามาทำงาน”