“ยศชนัน” ลุยหาเสียงให้พรรคเพื่อไทย 3 จังหวัดอีสาน ขอเหมาทุกเขตให้ถล่มทลาย ให้ได้เสียงเบ็ดเสร็จในสภาฯ สร้างเสถียรภาพทางการเมือง “ณัฐวุฒิ” ปลุกคนขอนแก่น กาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ สั่งสอน สส.ทิ้งพรรค
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ว่าการ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วย นายจอมจักรภพ วัชระจินดาวัฒนะ ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 7 หาเสียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มวลชนเข้ามาร่วมฟังปราศรัยเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันระหว่างที่เดินขึ้นเวที ชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดาวเรือง ดอกกุหลาบมามอบให้ บางคนนำผ้าขาวม้าผูกเอว ขณะที่บางคนนำเอาพวงมาลัยหม่ำและแหนมของขึ้นชื่อ จ.ชัยภูมิ มาคล้องคอพร้อมกับเข้ามากอด และขอถ่ายรูปคู่กับนายยศชนันอย่างใกล้ชิด
นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญ ตนกับนายจอมจักรภพ ต้องเข้าไปทำงานทั้งสองคน ถ้าอย่างนี้ก็อยากเลือกเลยพรุ่งนี้ ครั้งนี้ขอไม่เอาแบบตื่นเต้น ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ถล่มทลาย นำนโยบายดีๆ ไปสู่ชาวชัยภูมิของพวกเรา คุณภาพชีวิตของคนชัยภูมิต้องดี วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตนพร้อมถือธงนำและพรรคเพื่อไทย พร้อมที่จะเปลี่ยนความฝันของพ่อแม่พี่น้องให้เป็นความจริง ขอให้เอายศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไปเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน
...
ตอนนี้อยากทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้น ขั้นตอนแรกคือ ต้องแก้หนี้ทั้งระบบ และตั้งแต่พรรคไทยรักไทย (ทรท.) มาจนถึงพรรคเพื่อไทย เราเป็นพรรคที่หาเงินเป็น และเราจะเอาเงินมาลดอำนาจภาครัฐ คืนอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญนโยบายของพรรคเพื่อไทย ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวและการสนับสนุนสินค้าโอทอปต่างๆ ของที่นี่ ทั้งหัตถกรรมทอผ้า ผ้าไหมมัดหมี่ ของทุกคนที่นี่ก็พร้อม ของดีไม่ต้องเก็บไว้เมืองไทย เอาไปขายต่างประเทศ เอาเงินมาให้พ่อแม่พี่น้อง และการท่องเที่ยวไทยต้องกลับมา ขณะที่วันนี้เรามีโครงการให้สินเชื่อคนไปทำงานที่ต่างประเทศไปเปิดร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ นี่คือหนึ่งช่องทางถูกกฎหมายที่คนทั่วโลกจะรู้จักของดีของเมืองไทย และของดี จ.ชัยภูมิ พรรคที่ทำได้ต้องเป็นพรรคที่มีประสบการณ์เท่านั้นก็คือพรรคเพื่อไทย และเราก็พร้อมทำทันที ของดีชัยภูมิต้องมีมูลค่าที่สูงขึ้น สิ่งนี้เราทำไม่ได้หากไม่นำวิทยาการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเข้ามา ก็จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปตลอดกาล เรื่องวิทยาศาสตร์ปล่อยให้ยศชนันทำเอง ส่วนพี่น้องก็หาเงินเข้ากระเป๋าอย่างเดียว
“เรามายืนอยู่ตรงนี้ เราพยายามไม่ทะเลาะกับใคร เพราะครั้งนี้คือการเดิมพันประเทศไทย ประเทศไทยแตกแยกอีกไม่ได้อีกแล้ว ผมมั่นใจว่าผู้สมัครชัยภูมิทั้งหมดน่าจะอยู่ในหัวใจของพ่อแม่พี่น้องแล้ว ชัยภูมิต้อง 7 เขตเท่านั้น”
บุกมหาสารคาม อ้อนขอเหมาทั้ง 6 เขต หวังได้เสียงเบ็ดเสร็จในสภาฯ
จากนั้นเวลา 15.55 น. ที่สนามกีฬา อบต.หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายยศชนัน พร้อมคณะ ลงพื้นที่ช่วยนายสรรพภัญญู ศิริไปล์ ผู้สมัคร สส.มหาสารคาม เขต 4 พรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยมีผู้สมัคร สส.มหาสารคามอีก 5 เขต ประกอบด้วย น.ส.นงลักษณ์ ทุงจันทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ผู้สมัคร สส.เขต 3 นายจิรวัฒน์ ศิริพาณิชย์ ผู้สมัคร สส.เขต 5 และนายรัฐ คลังแสง ผู้สมัคร สส.เขต 6 ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย โดยมีประชาชนเดินทางมาฟังเต็มพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุ โดยประชาชนได้รุมกอดหอม ถ่ายเซลฟี่ พร้อมคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง รวมถึงพวงมาลัยมันแกวให้นายยศชนันด้วย
นายยศชนัน ปราศรัยตอนหนึ่งว่า สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวมหาสารคามทุกท่าน วันนี้ยศชนันมาหาพ่อแม่พี่น้อง พร้อมประกาศว่าวันนี้มหาสารคามแดงทั้งแผ่นดิน วันนี้เอาเบอร์ 9 เข้าไปอย่างเดียวเหงาแน่นอน ดังนั้นขอทั้ง 6 เขตได้หรือไม่ ฟังดูอุ่นใจเรียบร้อย อย่าลืมหาเสียงให้พวกเราด้วย การที่เรามีเสถียรภาพในสภาฯ ทำให้เราสามารถส่งนโยบายต่างๆ ที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ ครั้งที่แล้วเมื่อไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้เราทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ วันนี้มาตอกย้ำ เพราะมหาสารคามมีบุญคุณกับพรรคเพื่อไทยตั้งแต่พรรคไทยรักไทยมาแล้ว ไม่มีที่นี่ก็ไม่มีพวกเรา กราบคารวะพ่อแม่พี่น้อง และวันนี้ขอเป็นลูกหลานคนมหาสารคามได้หรือไม่ ไม่อยากกลับบ้านแล้ว ขออยู่ยาวๆ เลย
“สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณภาพชีวิตของคนมหาสารคาม วันนี้หลากหลายปัญหาเกิดขึ้น ความสามัคคีย่อมเป็นสิ่งสำคัญ และวันนี้เราพร้อมที่จะบอกพ่อแม่พี่น้องว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้เป็นวันแห่งความหวังของพ่อแม่พี่น้องทุกคน และผมจะถือธงนำเข้าไปพร้อมที่จะเปลี่ยนความฝัน ความหวังของพี่น้องให้เป็นความจริง 8 กุมภาพันธ์เริ่มได้เลย”
พร้อมย้ำนโยบายของพรรคเพื่อไทย ทั้งนโยบายประกันกำไร 30% ชำระหนี้เกษตรกร 3 ปี ใครที่อายุเกิน 60 ปี 100,000 บาท หนี้เสียตัดจบเลย วงเงิน 200,000 จ่าย 10% ตัดจบเช่นกัน นี่คือคุณภาพชีวิตของเราเริ่มต้นจากการไม่เป็นหนี้ กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบาย 70:30 และพี่น้องทำการเกษตรต้องได้กำไร วันนี้ตนห้อยมันแกวขึ้นมา และแน่นอนว่าไม่ควรเก็บไว้แค่ที่มหาสารคาม แต่ต้องไประดับโลก และด้วยนักวิทยาศาสตร์คนนี้ไปไกลแน่นอน
“การมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ ขอโอกาสให้ผู้สมัครของเราทั้ง 6 เขต ถ้าไม่มีตน ไม่มี สส.บัญชีรายชื่อ ไม่มี สส.เขต พวกเราทำงานไม่ได้ เราไม่สามารถมีวันนี้ได้ถ้าไม่มีพี่น้องชาวสารคาม ขอโอกาสพวกเราอีกครั้งหนึ่งเพื่อไปทำให้ จ.มหาสารคาม ดังนั้น ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัด”
“ณัฐวุฒิ” ปลุกคน อ.พล ขอนแก่น สั่งสอน สส.ทิ้งพรรค
ต่อมาเวลา 17.15 น. นายยศชนัน ลงพื้นที่โรงเรียนอมตวิทยา อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ช่วยหาเสียงให้กับ นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 10 พรรคเพื่อไทยหาเสียง โดยมีประชาชนเดินทางมาฟังปราศรัยจนเต็มพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ทันทีที่นายยศชนันมาถึง ได้เดินทักทายประชาชน และถูกรุมกอดหอม ถ่ายเซลฟี่ พร้อมคล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยแคปหมูให้
จากนั้นเดินทางต่อไปยังโดมเทศบาลเมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น เพื่อช่วยนายณัฐพล กลุ่มเหรียญทอง ผู้สมัคร สส.ขอนแก่น เขต 9 หาเสียง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นของ น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร หรือ ข้าวฟ่าง อดีต สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่เลือกตั้งครั้งนี้ย้ายไปลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า ตนมาเมื่อ 3 ปีก่อนหาเสียง แต่ตอนนั้นคนไม่ได้มาเยอะเท่าตอนนี้ ผู้สมัครเขตนี้ได้เป็น สส. วันนี้เขายุบสภาฯ ตนก็มาเหมือนเดิม ใส่เสื้อสีเดิม หาเสียงให้พรรคเพื่อไทยเหมือนเดิม แต่ทำไมวันนี้ผู้สมัครจึงกลายเป็นผู้ชาย เพราะ 2 ปีก่อนไม่ใช่คนนี้ ตนถามชาวบ้านว่า สส.คนเก่าไปไหน พอเขาตอบตนจึงเข้าใจว่า สส.คนเก่าเขาได้จากเราไปแล้ว โดยที่พวกเราไม่ต้องยืนไว้อาลัย ไม่ต้องกรวดน้ำ ไม่ต้องใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแค่ตกลงให้ตรงกันว่าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหากาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ
ตนดูจากหน่วยก้านของผู้สมัครคนนี้ ก็เห็นว่าเขาจะได้เป็น สส.สมัยแรก และเป็น สส.ไม่เกิน 2 สมัยก็จะได้เป็นรัฐมนตรี วันนี้พรรคเพื่อไทยมาที่นี่ ไม่ใช่แค่หาเสียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อปลอบใจพี่น้องด้วย เพราะพี่น้องหลายคนบอกตนว่าเสียใจ เจ็บใจ และถามตนว่าทำไม สส.จึงหนีไป ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจึงไม่มาไม่ได้ ถ้าไม่มาพื้นที่นี้ก็จะกลายเป็นว่าพรรคเพื่อไทยทอดทิ้งชาวเมืองพลไป แต่เราไม่มีทิ้ง พรรคเพื่อไทยยังอยู่ที่นี่
จากนั้น นายณัฐวุฒิ หันบอกนายณัฐพล ว่า “ไปนั่งได้ รักษาเก้าอี้ไว้ หากลุกออกไป เดี๋ยวใครมาแย่งเก้าอี้ เสียหายแย่” ก่อนจะปราศรัยต่อไปว่า หลายคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองบอกว่าวันที่พรรคเพื่อไทยมาเขตนี้คงจะมีการถลกหนังกัน คงจะมีการจัดการรุมกระหน่ำทำร้ายทำให้เสียหาย แต่ไม่มีหรอก นั่นไม่ใช่แนวทางของพรรคเพื่อไทย เราเดินหน้านโยบาย เราเดินหน้าด้วยการแก้ปัญหาชาติบ้านเมือง
พร้อมเล่าให้ฟังว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์คนที่เป็น สส.เขตนี้เขายืนยันตลอดว่า เขาจะไม่ไปไหน ซึ่งนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คุยกับตนและบอกว่าเขาเป็นน้อง เชื่อเถอะว่าเขาไม่ไปไหน ตนจึงบอกว่าแต่พ่อเขาไปแล้ว และคนอื่นๆ อีกหลายคนในพรรคก็บอกว่าเขาอยู่แน่ เพราะเขาเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ใส่เสื้อพรรค ยืนปักหลักบนเวที พอประกาศชื่อก็มีเสียงปรบมือ ฉะนั้น เราจึงเชื่อว่าอย่างไรเขาก็ไม่ไป แต่ในท้ายที่สุดเมื่อมันเกิดขึ้น ความจริงก็ปรากฏ ตนคิดว่าการตัดสินใจทางการเมืองมันเกิดขึ้นได้ในแต่ละคน และการตัดสินใจของประชาชนที่สั่งสอนนักการเมืองก็เป็นอำนาจของประชาชนเช่นกัน
“เอาเข้าจริงบ้านนั้นตนก็จับทางไม่ถูกเหมือนกัน ปุ๊บปั๊บโผล่ๆ แต่ก่อนอยู่พรรคเพื่อไทย สักพักไปโผล่พรรคไทยสร้างไทย แล้วเลี้ยวมาเพื่อไทย แล้วก็ไปพรรคภูมิใจไทยอีกแล้ว นี่ถ้าสายตาไม่ดีคงจะจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แต่เมื่อความจริงปรากฏก็จับได้ไล่ทัน ดังนั้น เมื่อเดินแยกจากกันไปโดยไม่ลาไม่ว่า แต่กลับไม่บอกความจริงด้วย ยืนยันอยู่นั่นว่าไม่ไป แต่ผู้สมัครของเราหัวใจยังว่างอยู่ ผ่าหัวใจออกดูมีแค่พรรคเพื่อไทย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาขึ้นเพราะเราจะส่งผู้สมัครไม่ทัน เพราะเขายืนยันว่าไม่ไป แต่เมื่อเรามีผู้สมัคร ทีนี้ก็จะได้รู้ว่าไผเป็นไผ ซึ่งวิธีการทำให้คนทั้งประเทศเห็นว่าคนเมืองพล คนขอนแก่น ไม่ใช่อะไรก็ได้ ถ้าไม่ตรงไปตรงมา ก็กลับเพื่อไทย ฉะนั้น ขอให้ส่งเขากลับบ้านไป เอาเพื่อไทยเข้ามาแทน”
จากนั้นนายณัฐวุฒิ ได้กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย เช่น นโยบายประกันกำไร 30% ให้พืชผลทางการเกษตรดีขึ้น โดยข้าวเหนียวราคา ข้าวเจ้าราคาขึ้น ตกอยู่อย่างเดียวคือข้าวฟ่าง