“ธนาธร” ลั่น รัฐบาลประชาชนเป็นไปได้ 8 ก.พ. ขอกา พรรคประชาชนให้ถล่มทลาย ด้าน “เท้ง” ชวนเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศ ให้คำมั่น เป็นนายกฯ ที่ซื่อสัตย์ ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน (ปชน.) ขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ อย่างดุดัน ว่า ก่อนหน้านั้นมีคนเคยบอกว่ารัฐบาลประชาชนเป็นไปไม่ได้แน่นอน ต่อให้ชนะอันดับหนึ่งก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ตนมาที่นี่เพื่อบอกกับทุกคนว่าเป็นไปได้ ภารกิจของเราคือการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ เลือกตั้งรอบนี้เราไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่มีอำนาจในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แล้ว
ทั้งนี้ การดำรงอยู่ของอำนาจ สว. ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ทำให้ผลของการเลือกตั้งกับผลของการจัดตั้งรัฐบาลไม่สอดคล้องกัน และบิดเบือนเจตจำนงของประชาชน เลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคเพื่อไทยชนะเป็นอันดับหนึ่งแต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พอมาปี 2566 พรรคก้าวไกลชนะเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่งแต่ก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เป็นเพราะการดำรงอยู่ของอำนาจวุฒิสภาในการร่วมโหวตนายกรัฐมนตรี แต่เลือกตั้งรอบนี้ไม่มีกลไกนี้แล้ว ไม่มีใครมาขวางพวกเราในการจัดตั้งรัฐบาลอีกแล้ว ถ้าพวกเราได้รับเสียงจากประชาชนสนับสนุนพรรคประชาชนเป็นพรรคอันดับหนึ่งอย่างท่วมท้น หัวหน้าพรรคของเรา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกรัฐมนตรีทันที
...
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่า ทำไมพวกเขาต้องปล่อยข่าวลือและข่าวเท็จนี้ออกมา ว่า ต่อให้เราชนะเป็นพรรคอันดับหนึ่งก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะเขาไม่เหลืออะไรที่จะหยุดยั้งเราในนาทีสุดท้ายอีกแล้ว เหลือเครื่องมือเพียงอย่างเดียวคือเรื่องราวความเท็จต่างๆ ที่จะทำให้ประชาชนหมดหวัง หดหู่ และไม่กล้าเปิดประตูความเป็นไปได้ใหม่ พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเขาถึงอยากทำเช่นนั้น? เหตุผลที่อยากหยุดยั้งเรา ที่นี่เมื่อ 2 ปี 8 เดือนที่แล้วก่อนการเลือกตั้งปี 2566 นายชัยธวัธ ตุลาธน กล่าวว่า เรากำลังอยู่ในรอยต่อของยุคสมัย พวกเขากำลังกลัวการมาถึงของยุคสมัยใหม่ และกลัวการมาถึงยุคสมัยที่จะทำสิ่งที่ผิดในอดีตให้ถูกต้องในอนาคต กลัวยุคสมัยที่บิดเบี้ยวจากเดิมไปตามครรลองที่ถูกต้อง
ความผิดปกติและบิดเบี้ยวนี้ก็คือการคอร์รัปชันที่ควรจะเป็นสิ่งผิดปกติ วันนี้กลับแพร่หลาย ยาเสพติดที่ควรจะเป็นสิ่งที่ผิดปกติในสังคมกลับแพร่ระบาด ระบบการเมืองปัจจุบันทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นปกติ ใครก็ตามที่ทุจริตหรือทำผิดกฎหมาย ถ้ายอมเป็นเครื่องมือรักษาระบบนี้ทุกคนก็จะไม่ติดคุก พร้อมยกตัวอย่างคดีตากใบ หรือคดียืมนาฬิกาเพื่อน เหล่านี้กลัวการเปลี่ยนแปลงจนทำให้พวกเขาทำทุกวิถีทางที่จะฉุดรั้งไม่ให้เวลาเดินไปข้างหน้า และโจมตีเราด้วยความอยุติธรรมทุกวัน ดังนั้น ในสังคมที่บิดเบี้ยว ความตรงไปตรงมาจึงเป็นสิ่งที่แปลกปลอม ในสังคมที่ชินชากับความมืดมิด คนที่ส่องแสงสว่างจึงเป็นคนนอกคอก ตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล จนถึงประชาชน พวกเราทำให้เห็นแล้วว่านี่ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง
พวกเราร้อยรัดกันด้วยอุดมการณ์เดียวกัน มีความฝันเดียวกันที่อยากส่งต่อสังคมที่ดีกว่านี้ให้กับผู้คน เราทำงานกันติดดินด้วยความมั่นใจในฝีมือของกันและกัน เราแบ่งงานกันทำด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อจุดหมายของการเดินทางร่วมกัน นี่คือสิ่งที่พวกเขากลัว ที่สำคัญมากกว่านี้ รอบนี้เราไม่ได้เตรียมตัวมาเป็น สส. อย่างเดียว แต่เตรียมทีมบริหารไว้แล้ว เพราะเรารู้ตั้งแต่หลังการเลือกตั้งปี 2566 ว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปชนะแน่นอน จึงได้เตรียมทีมบริหารไว้ให้พร้อม และรอบนี้บอกกับพี่น้องประชาชนว่าพร้อมกว่าเดิม บุคลากรที่มีคุณภาพมีเยอะกว่าเดิม เลือกตั้งรอบนี้เราพร้อมรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศไทย และพร้อมรับผิดชอบคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
ทั้งหมดนี้คือความภาคภูมิใจสูงสุดในการเดินทางและการทำงานการเมืองของตนเอง ตนตั้งพรรคอนาคตใหม่ในปี 2561 วันนี้ 2569 เป็นเวลา 8 ปีพอดีสำหรับการเดินทางสิ่งที่ตนเองภูมิใจมากที่สุด คือความนิยมที่ทุกคนมอบให้ แต่สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือการที่ตนเองได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างทีมนี้เพื่อส่งมอบให้กับทุกคน
นายธนาธร กล่าวอีกว่า หลายคนกังวลเหลือเกินและมาถามเยอะมาก ว่า ถ้าชนะเลือกตั้งแล้วได้ใบอนุญาตจากประชาชนแล้วเขาจะให้ใบอนุญาตอีกใบกับเราหรือไม่ ตนก็ตอบกลับว่า คำถามนี้ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าเขาจะให้ใบอนุญาตกับเราหรือไม่ แต่ที่ถูกต้องคือ เราจะยอมให้เป็นแบบนั้นหรือไม่ หากเรายอมให้เป็นแบบนั้น 2 สัปดาห์ที่เหลือมาทำร่วมกัน ทำให้เขาปฏิเสธเราไม่ได้ ทำให้พรรคประชาชนชนะขาดลอย อำนาจในการกำหนดอนาคตของประเทศนี้อยู่ในมือของพี่น้องทุกคนแล้ว กำหนดอนาคตของสังคมไทยด้วยกากบาทของท่านเอง
“พวกเราไม่มีอำนาจอิทธิพล ไม่มีเครือข่ายหัวคะแนน พวกเราไม่มีอำนาจอภินิหารทางกฎหมาย พวกเราไม่มีเงินทองก้อนใหญ่ที่จะติดป้ายได้ทุกสี่แยก แต่พวกเรามีทรัพยากรที่มีพลังและมีคุณค่ามากกว่านั้น ทรัพยากรเดียวที่เรามีคือพวกคุณ มาเดินทางร่วมกันใน 2 สัปดาห์สุดท้าย มาทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ร่วมกัน ปี 2562 เขาปรามาสพวกเราว่าเป็นไปไม่ได้ พรรคนี้ไม่เคยมีนักการเมือง ไม่เคยมีบ้านใหญ่เลย เรามาทำให้เห็นว่า ทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ด้วยกัน ขอให้ทุกคนทำในสิ่งที่ดีที่สุดของตนเองให้ดีที่สุด มาเปิดประตูแห่งความเป็นไปได้ร่วมกัน มาเปิดประตูแห่งยุคสมัยร่วมกัน”
โดย นายธนาธร ยังได้กล่าวอีกว่า กำลังใจของทุกคนเป็นแรงผลักดันให้เดินไปข้างหน้า จากนั้นได้แนะนำ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประชาชนทุกคน
“ณัฐพงษ์” ชวนเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศ 8 ก.พ. นี้
ต่อมาเวลา 19.25 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นปราศรัยคนสุดท้าย โดยกล่าวว่า ตื่นเต้นที่ประเทศไทยจะดีกว่านี้ วันนี้อยากจะชวนประชาชนทุกคนมาร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับประเทศไทย ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ตนเองและพรรคประชาชนเพียงลำพังเขียนคนเดียวไม่ได้ เพราะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ประชาชนทุกคนช่วยกันเขียน
ที่ผ่านมาเวลาพลิกดูหนังสือเล่มนี้ เชื่อว่าประชาชนคนไทยที่มีหัวใจรักชาติหลายคนเช่นตนเอง ลองอ่านดูอาจจะเจอหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาอีกยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง มีความภาคภูมิใจในประเทศนี้ ยุคหนึ่งสมัยหนึ่งที่เราเคยได้รับการขนานนามว่าเราเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย ยุคหนึ่งที่เราเคยเห็นชาติไทยในประวัติศาสตร์ เราภาคภูมิใจเมื่อเราเป็นเจ้าภาพในการจัดงานมหกรรมระดับโลก เช่น เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ เรามีความภาคภูมิใจ เราเคยเป็นครัวของโลก อยากถามว่าเมื่อพลิกหนังสือเล่มนี้มองเห็นความภาคภูมิใจเหล่านั้นเหลืออยู่ในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด แม้ว่าอาจจะรู้สึกว่าประเทศนี้ในปัจจุบันอาจจะไม่เหลือความภูมิใจในอดีต แต่อยากจะให้เก็บไว้ เปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจร่วมสมัยที่เราจะสร้างความภาคภูมิใจใหม่ให้กับลูกหลาน การเลือกตั้งครั้งนี้คือประวัติศาสตร์ที่เราจะขีดเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
นายณัฐพงษ์ ระบุต่อไปว่า “8 ปีที่ผ่านมาพวกคุณนี่แหละที่พิสูจน์ให้เราเห็นว่า ไม่ว่าอนาคตใหม่หรือก้าวไกลจะถูกยุบทำลายกี่ครั้ง แต่สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่เคยหวนกลับ อยากชวนทุกคนมาเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประวัติศาสตร์หน้าต่อไปไม่ได้เริ่มหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังพรรคประชาชนชนะเลือกตั้ง แต่ประวัติศาสตร์หน้าต่อไปเริ่มที่วันนี้ 25 มกราคมที่สามย่านมิตรทาวน์”
จากวันนี้จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตัวเลือกแรกคือการเมืองในอดีต ที่พรรคสีน้ำเงินจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเอาหรือไม่ อีกตัวเลือกหนึ่ง คือการเมืองในอนาคต ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ชวนให้ทุกคนมาร่วมกับตนเองขีดเขียน เอาหรือไม่ ขออย่าหยุดเชื่อ อย่าหยุดหวัง หน้าที่ของประชาชน คือเดินหน้าสู่การเลือกตั้งเพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลง จากนั้น นายณัฐพงษ์ และมวลชนที่ร่วมฟังปราศรัยตะโกนหมายเลข 46 ซึ่งเป็นหมายเลขของพรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้
ให้คำมั่นเป็นนายกฯ ที่ซื่อสัตย์ อ่อนน้อมต่อประชาชน หลังตรงต่อเผด็จการ
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน กล่าวอีกว่า ในเมื่อประชาชนให้คำมั่นสัญญากับตนเอง นายกฯ คนนี้ขอให้คำสัญญากลับเช่นกัน จากนั้นประชาชนตะโกนว่า “นายกฯ เท้ง” แล้วจึงกล่าวต่อ “ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า นายกฯ คนนี้ สส.ของพรรคทุกคน ตัวแทนของพรรคทุกคน เราจะซื่อสัตย์ต่อประชาชน ไม่โกหกหลอกลวงประชาชน ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า นายกฯ คนนี้ สส.ของพรรคนี้ จะอ่อนน้อมต่อประชาชนแล้วหลังตรงต่อเผด็จการ ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า นายกฯ คนนี้ สส.พรรคนี้ เข้าไปทำหน้าที่ จะทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่า ถ้าเจอใครที่โกงกินทุจริตคอร์รัปชัน นายกฯ คนนี้จะเข้าไปจัดการ”
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ ทิ้งท้ายว่า 8 กุมภาพันธ์ ขอให้ช่วยกันเป็นพลัง เป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ไปร่วมตั้งรัฐบาลประชาชน สร้างอนาคตให้กับลูกหลานให้ประเทศไทยก้าวหน้าก้าวไกลไปพร้อมกัน จากนั้น น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ตะโกนถามว่า อยากได้ นายกฯ อ. หรือ ณ. อยากได้นายกฯ ชื่ออะไร ก่อนที่มวลชนจะตะโกนตอบกลับว่า “ณัฐพงษ์” โดยเมื่อเสร็จสิ้นการปราศรัยมวลชนได้ร่วมกันจุดเทียน เปิดแฟลช ส่องแสงสว่างให้ประเทศ.