“ทิม” คัมแบ็กขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาชน อ้อนกาเบอร์ 46 จัดตั้งรัฐบาลประชาชน ส่ง “นายกฯ เท้ง” เข้าทำเนียบรัฐบาล ลั่น 10 ปีไม่นาน เดี๋ยว “ธนาธร-ปิยบุตร-ชัยธวัช-พิธา” ก็กลับมาแล้ว
วันที่ 25 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าสามย่านมิตรทาวน์ คึกคักไปด้วยกองเชียร์ของพรรคประชาชน (ปชน.) ที่มารอฟังการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้แคมเปญ “เชื่อในประชาชน” โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 น. มีประชาชน กองเชียร์ผู้สนับสนุนเดินทางมาจับจองพื้นที่กันเป็นจำนวนมาก เพื่อเฝ้ารอการปราศรัยของแกนนำของพรรคประชาชน
นายพิธา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนขึ้นปราศรัย ว่า วันนี้ได้กลับมาอีกครั้งอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย และยังมีเรื่องที่เรายังค้างคาอยู่ ยังทำไม่จบ วันนี้ก็ได้มาร่วมทีมด้วยกัน การเลือกตั้งยากทุกครั้ง แต่จุดเด่นเราคือทำงานเป็นทีมตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ จะได้เห็น "ธร ทิม เท้ง ต๋อม" หรือ 4T ที่จะร่วมกันทำให้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลให้ได้แน่ๆ ส่วนการดึงคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายณัฐพงษ์ ตนเพียงมาเป็นผู้ช่วย ตั้งใจสื่อสารกับคน 25% หรือ 10 ล้านคน ที่ปกติแล้วไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ เป็นหน้าที่ของตน ต้องปลุกพวกเขา 25 ล้านคนออกมาให้ได้ เพราะคุณไอซ์ (น.ส.รักชนก ศรีนอก) ก็ได้ล่อไปแล้ว 24 ล้านคน จากประกันสังคม ก็เป็นยุทธศาสตร์ที่ทำให้เห็นว่าการออกมาเลือกตั้งมีประโยชน์
เมื่อถามต่อถึงกระแสชาตินิยมกับวาทกรรมทหารมีไว้ทำไม จะกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้มีการอธิบายไปหลายครั้งมากแล้ว จุดยืนของเราในการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัยและมีสิทธิมนุษยชน ไม่มีคอร์รัปชันในกองทัพ เป็นสิ่งที่ทหารมืออาชีพจำนวนมากเข้าใจ
...
จากนั้นในช่วงเวลา 17.03 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน ขึ้นบนเวทีปราศรัย โดยมีประชาชนแห่ไปมอบสิ่งของ รวมถึงนำพวงมาลัยดอกไม้ไปคล้องคอ พร้อมเสียงกรี๊ดที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ นายพิธา รายงานตัวกับประชาชนหน้าเวทีว่าตนเองกลับมาแล้ว และกลับมาเพราะเหตุผลเดียว คือชักชวนให้ทุกคนเลือกหมายเลข 46 ส่งนายกฯ เท้ง (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) เข้าทำเนียบรัฐบาล
“วันนี้ผมกลับมาด้วยความคิดถึง และเรามีเรื่องที่ยังค้างคาใจที่ต้องชำระ แม้ผมจะโดนตัดสิทธิทางการเมือง แต่ศาลไม่สามารถตัดความคิดถึงของผมต่อประชาชนได้ วันนี้เราต้องเอาความกลัวไว้ข้างหลัง เอาความหวังไว้ข้างหน้า การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ขอให้ทุกคนจับมือกับผม แล้วเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ใช่บ้านเมืองจะมีแต่ทุกข์ เหมือนที่เขาพยายามทำอยู่ในตอนนี้”
นายพิธา กล่าวต่อไปว่า เลือกตั้งรอบที่แล้วพรรคก้าวไกลของเราได้คะแนนเสียงมากกว่า 14 ล้านเสียง แต่เขาไม่ยอมให้เราเข้ามาบริหาร ครั้งนี้เราจะไม่ยอมอีกต่อไป และวิธีการเดียวที่จะทำแบบนั้นได้คือเราต้องชนะ ชนะให้เยอะ ชนะอย่างยิ่งใหญ่ ชนะอย่างยืดยาว ได้คะแนนเยอะจนพรรคที่ได้อันดับ 2 ไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาล ชนะให้ยาว ยาวจนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับนายปิยบุตร แสงกนกกุล กลับมา
ก่อนปราศรัยต่อไปว่า ขอให้นายกฯ เท้ง คุมทำเนียบรัฐบาลยาวไป 2 สมัย (8 ปี) หลังจบ 2 สมัย นายพิธา และนายชัยธวัช ตุลาธน ก็กลับมาได้แล้ว ชนะให้ยาว ยาวจนลูกสาวของตนเข้ามาเลือกตั้ง ยืนยันว่าพวกเรารอได้ พร้อมตั้งคำถามว่าจะเหนี่ยวรั้งเวลาเอาไว้ทำไม เพราะเวลา 10 ปีก็ไม่นาน อีกไม่กี่ปีนายธนาธร นายชัยธวัช นายปิยบุตร และพิธา จะกลับมาอย่างแน่นอน
นายพิธา ยังกล่าวอีกว่า เข้าใจดีว่าการไปเลือกตั้งนั้นมีต้นทุนอยู่ บางคนต้องปิดร้านไปเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ สำคัญกว่าครั้งไหนๆ เพราะไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาเกี่ยวแล้ว และสำหรับใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร ยังเหลืออีก 2 สัปดาห์ อยากจะบอกว่า เลือกพรรคประชาชน ไม่มีใครดีไปหมดทุกอย่าง แต่ก็ไม่มีนักการเมืองของพรรคไหนจะสู้เพื่อประชาชนตั้งแต่เช้าจรดค่ำแบบพรรคประชาชน วันที่ 8 กุมภาพันธ์ กาหมายเลข 46 เท่านั้น อย่าหมดหวังกับการเมืองโดยเด็ดขาด พร้อมทิ้งท้ายว่า การเมืองที่เป็นไปได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครทั้งนั้น เพราะมันขึ้นอยู่กับประชาชนทุกคน แล้วเรามาจัดตั้งรัฐบาลประชาชนเพื่อประชาชนไปด้วยกัน
โดยหลังลงจากเวที นายพิธา ได้ขึ้นรถตู้ เพื่อไปหาเสียงต่อที่จังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไป นายพิธา ได้เปิดกระจกเพื่อทักทายกับประชาชนที่มารอในพื้นที่ ก่อนที่จะมีการเซ็นหนังสือให้และร่วมถ่ายรูปด้วย.