“ณัฐพงษ์” ชวนกาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบให้ถล่มทลายตั้งรัฐบาลประชาชน โค้งสุดท้ายหาเสียงปล่อยคาราวานทั่วประเทศ ชี้กองทุนประกันสังคมต้องบริหารด้วยมืออาชีพ เชื่อ การไม่เอี่ยวการเมืองสีเทาเป็นจุดแข็ง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มกราคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงที่สยามสแควร์วัน ก่อนขึ้นปราศรัยใหญ่ในเวลา 16.00 น. ที่สามย่านมิตรทาวน์ ว่า บรรยากาศคึกคัก และต้องขอบคุณสำหรับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ไม่ว่าจะพื้นที่ไหน เราให้ความสำคัญ เชื่อว่าวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งวันที่จะเชิญชวนทุกคนร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับการเมืองไทย และอยากให้ทุกคนมองไปที่อนาคตการเลือกตั้งครั้งนี้มี 2 ทางเลือกเท่านั้น คือการเลือกการเมืองแบบอดีต กับการเมืองแห่งอนาคต แล้วมาสร้างการเมืองไทยที่ดีให้กับลูกหลาน
ส่วนหมัดเด็ดโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง จะมีคาราวานกระจายทั้งหมด 8 สาย ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ ขอให้ทุกคนติดตามแคมเปญของเราต่อไป รวมถึงจะมีเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง เรามั่นใจว่าพรรคประชาชน จะได้เสียงที่มากพอจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้ ส่วนเรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ ทางการเมือง เราได้บริหารความเสี่ยงไปหมดแล้ว อยากให้ทุกคนมั่นใจให้เต็มที่ ถ้าอยากเห็นประเทศไทยที่ดีกว่านี้ไม่ต้องลังเล กาให้กับพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ มาตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน
...
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากเปิดตัวทีมนักบริหารมืออาชีพไปแล้ว เวทีปราศรัยวันนี้จะฉายภาพให้เห็นชัดยิ่งขึ้นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้หากยังลังเล เท่ากับกำลังทิ้งประเทศให้จมอยู่กับอดีต และอยากเชิญชวนให้ทุกคนโหวตยุทธศาสตร์ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน ครั้งนี้ไม่มีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มาโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าประชาชนมีฉันทามติร่วมกันว่าไม่เอาการเมืองแบบอดีต อยากจะได้การเมืองที่สร้างอนาคตให้กับลูกหลาน ก็มาเลือกเราทั้ง 2 ใบ
ส่วนผลสำรวจความนิยมของนิด้าโพลที่ออกมา ตนเองมีคะแนนนิยมในจังหวัดสมุทรปราการ สูงสุดในตอนนี้ก็อยากขอบคุณประชาชนชาวสมุทรปราการ และอีกหลายจังหวัด ซึ่งตอนนี้คะแนนนิยมของเราเริ่มขึ้นมาและทิ้งห่างมาเรื่อย ๆ แต่โพลก็มีขึ้นมีลง ก็ไม่ท้อ เราจะทำงานอย่างหนักแบบนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง
สำหรับการแสดงความคิดเห็นและการวิเคราะห์สามารถทำได้ แต่อยากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันคิดว่าการเมืองคือเรื่องของการเปลี่ยนแปลง 8 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่พวกตน แต่เป็นพวกคุณต่างหากที่ได้พิสูจน์แล้วว่า เสียงของพวกคุณช่วยเปลี่ยนให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ จากสมัยพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกประเมินว่าจะได้ต่ำกว่า 80 เสียง จนมาถึงการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 นักวิเคราะห์ก็มองว่าพรรคนี้ไม่มีทางที่จะชนะแลนด์สไลด์ได้ แต่เสียงของประชาชนก็พิสูจน์แล้วทำให้เราเป็นพรรคอันดับ 1 ได้
ขณะที่การทำหน้าที่ฝ่ายค้านตลอด 8 ปีที่ผ่านมา ที่ทุกคนไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าสุราก้าวหน้า สมรสเท่าเทียม กฎหมายคุ้มครองแรงงาน จะผ่านสภาฯ ได้ แต่ก็เป็นเสียงของประชาชนทุกคนที่ทำให้กฎหมายทั้งหมดผ่านสภาฯ ได้ และยังมีเรื่องสำคัญคือเรื่องการเกณฑ์ทหารและการแก้ไขกฎหมายตำรวจฉบับใหม่ เอาคนโกงคนทุจริตเข้าคุกให้ได้ แม้แต่การผลักดันกองทุนประกันสังคมให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น วาระที่สร้างความก้าวหน้าให้กับสังคมต้องมีเสียงของประชาชนเท่านั้น ที่จะทำให้เรื่องที่พวกเขาอยากปฏิเสธ เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่ปฏิเสธได้อีกต่อไป
ทางด้านประเด็นการหาเสียงโค้งสุดท้ายของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่อาจจะมีการหยิบเอาวาทกรรมที่เคยพูดในอดีตมาอีกครั้ง นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เรื่องนี้นายพิธาได้ชี้แจงไปหมดแล้วและได้แสดงออกถึงความรู้สึกและความตั้งใจของตัวเอง ส่วนตัวก็เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ตอนนี้เข้าใจดีว่าที่ผ่านมาเราสื่อสารเรื่องนี้อะไร ยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าพรรคประชาชนอยู่ข้างกองทัพที่ทำหน้าที่ปกป้องประเทศ อยากจะสนับสนุนกองทัพให้มีความทันสมัย ทหารชั้นผู้น้อยได้รับสวัสดิการที่ดี
เมื่อถูกถามว่าโหวตนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องใช้ สว. แต่จำเป็นต้องใช้เสียงของหลายพรรค นายณัฐพงษ์ ตอบว่า เราต้องมองเป้าหมายคือต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนได้มากเพียงพอ หากเราได้เสียงเกินครึ่งหนึ่งของสภาฯ ก็ไม่ต้องกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น แต่หากได้ไม่ถึงอย่างน้อยต้องทิ้งห่างจากพรรคอันดับ 2 สัก 30-40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้มารวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลแข่งกัน โจทย์ของเราตอนนี้มองไปไกลกว่า คือชวนทุกคนทางออกของประเทศ คือการตั้งรัฐบาลประชาชน ถ้าประชาชนเชื่อในสิ่งนี้ก็กาให้กับพรรคประชาชนอย่างถล่มทลาย ก็จะเป็นการปิดประตูทุกช่องแน่นอน ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่นอน
นายณัฐพงษ์ ยังได้กล่าวถึงกรณีประกันสังคม ที่ตอนนี้ถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าเงินกองทุนในประกันสังคมเป็นเงินกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ผู้ประกันตนทุกคนคงมีความรู้สึกย้อนแย้งเช่นกันว่า ทำไมเงินที่ผู้ใช้แรงงานทุกคนสมทบเข้าไปกับถูกบริหารจัดการโดยภาครัฐที่ขาดความโปร่งใส เอาไปทำปฏิทิน หรือสร้างโรงอาหารในกระทรวงแรงงาน รวมถึงถูกเอาไปซื้อตึกที่แพงเกินจริง เมื่อเปรียบเทียบกับเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นเงินที่ข้าราชการอยู่ในระบบราชการสมทบเข้าไป แต่กลับถูกบริหารจัดการโดยภาคเอกชน จึงคิดว่าสิ่งที่เราเรียกร้องไม่ได้มีอะไรที่เกินไปกว่าจะทำให้เงินของผู้ประกันตนทุกคนได้รับการใช้จ่ายอย่างโปร่งใสและตกถึงมือทุกคนมากที่สุด
มองว่าประเด็นนี้ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จำเป็นต้องออกมาชี้แจงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าสามารถแสดงจุดยืนได้ทุกเวลา แต่การเมืองที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นผลสอบตึกสกายไนน์ (SKYY9) ที่เห็นกันอยู่ว่าคนที่เป็นเจ้าของตึกในอดีตที่ขายต่อ และคนที่เคยเป็นรัฐมนตรีในอดีตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่วงการซื้อตึก ตอนนี้ไหลไปอยู่พรรคเดียวกันแล้ว
การแก้ไขกองทุนประกันสังคมหนีไม่พ้นเรื่องการเมือง ที่ผ่านมามีรัฐมนตรีที่มีประวัติสีเทา แต่ยังไม่ได้รับการจัดการดีเท่าที่ควร เพราะนายกรัฐมนตรีเอาเหตุผลทางการเมืองอยู่เหนือเหตุผลอื่น ๆ ทั้งที่จะต้องมีมาตรฐานนักการเมืองที่สูงกว่า การจัดการเรื่องสีเทา ทำให้เงินในกองทุนประกันสังคม ทำให้งบประมาณของรัฐทุกอย่างมีความโปร่งใส ตรงถึงมือประชาชนมากที่สุด ต้องแก้ที่การเมืองก่อน ส่วนที่บอกว่าบริหารได้กำไร 8 หมื่นล้านบาทนั้น นายณัฐพงษ์ เผยว่า ถ้าบริหารด้วยมืออาชีพที่มากกว่านี้ เชื่อว่าผลตอบแทนของกองทุนประกันสังคมจะได้มากกว่านี้ได้แน่นอน
การหาเสียงโค้งสุดท้ายจะเห็นแกนนำใหญ่ทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายพิธา จะมาช่วยกันหาเสียงเพื่อจุดกระแสทางการเมืองก่อนถึงวันเลือกตั้งนั้น นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า สิ่งที่เรายืนยันมาตลอด คือไม่ว่าจะเป็นตนหรืออดีตแกนนำหรือองคาพยพของพรรคส่วนใดส่วนหนึ่งก็ตามมาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง การที่ทุกคนกลับมาช่วยกันหาเสียงเพื่อยืนยันในหลักการเดิม คือ แม้วันนี้จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง ไม่ได้มีตำแหน่งที่จะมาท้าชิงเป็นรัฐบาล สส. แล้ว ทุกคนยังไม่หยุดที่จะทำการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน จึงอยากให้ทุกคนเห็นความตั้งใจเหล่านี้ เดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงในประเทศไปด้วยกัน
ในกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยบนเวทีหาเสียงพรรคเพื่อไทย แสดงความคิดเห็นตอบโต้ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หากได้เป็นรัฐบาล 100 วันแรก จะเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มาตรา 112 พ่วงอยู่ด้วย และจะไปยกเลิก พ.ร.บ.ในสภาฯ นั้นทำได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวย้ำว่า เราสามารถเดินหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกกฎหมายฉบับเดิม เรื่องนี้เรายืนยันมาตลอดว่าการนิรโทษกรรมโดยเฉพาะคนที่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากเห็นต่างทางการเมือง ไม่ควรที่จะเลือกปฏิบัตินิรโทษกรรมให้กับบางกลุ่ม เพราะตราบใดที่เรายังมีการเลือกปฏิบัติแบบนี้อยู่ ก็ไม่สามารถที่จะสร้างความเป็นธรรมและหาทางออกให้กับสังคมได้
สำหรับนักวิเคราะห์มองว่าพรรคประชาชนไม่มีประสบการณ์มากพอ ไม่ควรมาบริหารประเทศนั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ถ้าเรื่องการสร้างทางออกของประเทศอยู่ที่อายุการทำงานการเมืองเป็นหลัก ก็ลองดูพรรคอื่น ๆ เอาอายุเปรียบเทียบกับการทำงานว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ส่วนตัวเชื่อว่าพรรคเราเองประกอบด้วยคนทุกรุ่น ทั้งเด็ก ทั้งคนที่มีประสบการณ์ การที่เราไม่มีประสบการณ์ในอดีตเกี่ยวข้องกับการเมืองสีเทาน่าจะเป็นจุดแข็งที่ดีที่สุด ทำให้เราสามารถเอาเรื่องสีเทาออกจากการเมืองและระบบราชการได้ เรายังมีนโยบายที่พร้อมจะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ ดังนั้นขอให้เชื่อมั่น เรามีทีมบริหารมืออาชีพ มีทีมงานมีเจตจำนงเป็นตัวนำ สิ่งสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงคือพวกเราไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องสีเทาในอดีต
ในช่วงท้าย นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งล่วงหน้าและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรที่มีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดินทางไปอย่างล้นหลาม แต่บางประเทศติดขัดเรื่องบัตรเลือกตั้งว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบในอดีตที่หีบบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเดินทางมาไม่ถึง และทำให้ประชาชนไทยที่อยู่ต่างแดนเสียสิทธิของเขาไป ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้มีโอกาสเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกาได้พบปะกับสถานทูตไทย ก็ได้รับรายงานว่าเรื่องระเบียบการเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรยังมีแนวปฏิบัติไม่ชัดเจน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งรัดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกประเทศสามารถปฏิบัติได้อย่างดีที่สุด เพื่อจะปกป้องเสียงของประชาชนคนไทยทุกคน.