ผลสำรวจดุสิตโพล ประชาชนเข้าใจประชามติเล็กน้อย สะท้อนรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องไกลตัวในด้านความเข้าใจ แต่ใกล้ตัวในด้านผลกระทบ ส่วนเลือกตั้ง 2569 กระแสความนิยมยังหนุน “เท้ง” และพรรคประชาชน อันดับ 1
วันที่ 25 มกราคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569” จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,269 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามภูมิภาคหลักของประเทศ กำหนดสัดส่วนตามโครงสร้างประชากรจริง เก็บข้อมูลรูปแบบผสมผสานระหว่างภาคสนาม (ร้อยละ 70) และออนไลน์ (ร้อยละ 30) ระหว่างวันที่ 20-23 มกราคม 2569 สรุปผลได้ดังนี้
1. ประชาชนเคยอ่าน/ศึกษารัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่
- อันดับ 1 เคยอ่านบางส่วน 53.15%
- อันดับ 2 ไม่เคยอ่านเลย 43.76%
- อันดับ 3 เคยอ่านจนจบ 3.09%
2. โดยรวมแล้ว ประชาชนคิดว่าตนเองเข้าใจรัฐธรรมนูญ 2560 มากน้อยเพียงใด
- อันดับ 1 เข้าใจเล็กน้อย รู้เพียงคร่าวๆ 47.82%
- อันดับ 2 ไม่เข้าใจเลย 24.77%
- อันดับ 3 เข้าใจพอสมควร รู้ภาพรวม 21.86%
- อันดับ 4 เข้าใจดีมาก สามารถอธิบายให้ผู้อื่นฟังได้ 5.55%
3. ประชาชนคิดว่า “ข้อดี” ของรัฐธรรมนูญ 2560 คืออะไร
- อันดับ 1 มีกลไกตรวจสอบนักการเมืองเข้มแข็ง 37.99%
- อันดับ 2 กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาว 36.89%
- อันดับ 3 ช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเมือง 25.34%
- ไม่เห็นจุดเด่นที่ชัดเจน 35.13%
4. ประชาชนคิดว่า “ข้อจำกัด” ของรัฐธรรมนูญ 2560 คืออะไร
- อันดับ 1 เปิดช่องให้กลไกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจสูง 41.65%
- อันดับ 2 ทำให้การเมืองติดขัด/ขาดเสถียรภาพ 33.98%
- อันดับ 3 กระทบการแก้ปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ 31.42%
- ไม่เห็นข้อจำกัดที่ชัดเจน 27.15%
...
5. ประชาชนต้องการข้อมูลใดเพิ่มเติมเพื่อช่วยในการตัดสินใจโหวตประชามติ
- อันดับ 1 บทบาทการมีส่วนร่วมของประชาชนในรัฐธรรมนูญ 50.29%
- อันดับ 2 ทำไมจึงต้องการให้แก้ไข 41.25%
- อันดับ 3 ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจ 40.11%
- อันดับ 4 รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนอย่างไร 39.36%
6. ประชาชนคิดว่า “รัฐธรรมนูญ” มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด
- อันดับ 1 ค่อนข้างเกี่ยวข้อง 38.70%
- อันดับ 2 เกี่ยวข้องมาก 26.22%
- อันดับ 3 เกี่ยวข้องน้อย 24.24%
- อันดับ 4 ไม่เกี่ยวข้องเลย 10.84%
7. การเลือกตั้ง 2569 ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) 20-23 มกราคม 2569
- อันดับ 1 พรรคประชาชน 33.14% (ลดลงจากการสำรวจเมื่อ 6-9 มกราคม 2569 อยู่ที่ 34.23%)
- อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 20.76% (เพิ่มขึ้นจาก 16.03%)
- อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 16.57% (เพิ่มขึ้นจาก 16.22%)
- อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 11.46% (เพิ่มขึ้นจาก 9.02%)
- อันดับ 5 พรรคเศรษฐกิจ 3.97% (เพิ่มขึ้นจาก 3.13%)
- อื่นๆ 10.79% พรรคกล้าธรรม, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่ ฯลฯ (ลดลงจาก 11.12%)
- ยังไม่ตัดสินใจ 3.31% (ลดลงจาก 10.25%)
8. ประชาชนจะเลือก สส.เขต สังกัดพรรคใด
- อันดับ 1 พรรคประชาชน 31.16% (ลดลงจากการสำรวจเมื่อ 6-9 มกราคม 2569 อยู่ที่ 33.56%)
- อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย 21.20% (เพิ่มขึ้นจาก 18.46%)
- อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย 18.11% (เพิ่มขึ้นจาก 16.29%)
- อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 10.14% (เพิ่มขึ้นจาก 8.05%)
- อันดับ 5 พรรคกล้าธรรม 4.19% (เพิ่มขึ้นจาก 1.79%)
- อื่นๆ 11.18% พรรคเศรษฐกิจ, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคไทยสร้างไทย ฯลฯ (เพิ่มขึ้นจาก 8.87%)
- ยังไม่ตัดสินใจ 4.02% (ลดลงจาก 12.98%)
9. ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป
- อันดับ 1 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) 33.80% (เพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อ 6-9 มกราคม 2569 อยู่ที่ 31.99%)
- อันดับ 2 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย) 20.98% (เพิ่มขึ้นจาก 17.45%)
- อันดับ 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) 17.23% (เพิ่มขึ้นจาก 15.14%)
- อันดับ 4 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) 11.24% (เพิ่มขึ้นจาก 10.81%)
- อันดับ 5 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า (พรรคกล้าธรรม) 4.85% (เพิ่มขึ้นจาก 1.57%)
- อื่นๆ 9.03% พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, น.ส.ตรีนุช เทียนทอง, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์) (ลดลงจาก 11.41%)
- ยังไม่ตัดสินใจ 2.87% (ลดลงจาก 11.63%)
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่ารัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องไกลตัวในด้านความเข้าใจ แต่ใกล้ตัวในด้านผลกระทบ ส่วนใหญ่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเพียงบางส่วนและรับรู้แค่คร่าวๆ จึงต้องการข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีบทบาทอย่างไร และรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร ขณะที่การเลือกตั้งปี 2569 กระแสความนิยมยังไปในทิศทางเดียวกันทั้งปาร์ตี้ลิสต์ เขต และตัวบุคคล โดยพรรคประชาชนยังคงนำ โดยไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงก่อนการเลือกตั้ง
ทางด้าน ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการทำประชามติและการเลือกตั้งปี 2569 สามารถสะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับระบบการเมืองไทยในภาพรวมได้อย่างชัดเจน ในส่วนของการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่าประชาชนอยู่ในภาวะสนใจแต่ยังไม่มั่นใจ มีความเข้าใจในข้อมูลระดับหนึ่งแต่ยังไม่ลึกซึ้ง ซึ่งไม่ได้เกิดจากความไม่ตื่นตัวทางการเมือง หากแต่สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญที่มีความซับซ้อนและห่างไกลจากชีวิตประจำวัน
เมื่อพิจารณาควบคู่กับทัศนคติในการเลือกตั้ง จะเห็นว่าประชาชนประเมินทั้ง “กติกา” และ “ผู้เล่นทางการเมือง” ไปพร้อมกัน โดยเลือกพรรคการเมืองจากความคาดหวังต่ออนาคตและความสามารถในการตอบโจทย์ปัญหาปากท้อง มากกว่าความผูกพันทางการเมืองแบบเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับพรรคการเมืองจึงมีลักษณะเปราะบางแต่เปิดกว้างต่อการแข่งขันเชิงนโยบาย ในบริบทนี้ การทำประชามติและการเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกระบวนการหนึ่งของการปกครองระบอบประชาธิปไตย หากแต่เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจ เสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และยกระดับความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยไทย.