“เทพไท” แฉ นครศรีธรรมราช เริ่มจดชื่อ-ซื้อเสียงกันแล้ว จ่ายหัวละ 500-1,000 บาท จี้ กกต. ตรวจสอบเรื่องนี้ ทำงานเชิงรุก บอกหาข้อมูลไม่ยาก ลงทุนกินกาแฟแก้วละ 20 บาท ก็ได้ข้อมูลแล้ว


วันที่ 24 ม.ค. 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปภาพและเสียง กล่าวถึงการทุจริตซื้อสิทธิ ขายเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 2569 ในหัวเรื่อง “กระสุนเริ่มออกกันแล้ว” มีสาระใจความว่า จากการได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ และเช็คข้อมูลในการซื้อเสียงของพื้นที่ภาคใต้ ได้มีโอกาสมาที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ต้องยอมรับว่า มีกระแสการซื้อเสียงรุนแรงมาก และชาวบ้านบอกว่า รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา มีการซื้อเสียงกันอย่างเปิดเผยยิ่งกว่าการซื้อหวยใต้ดินด้วยซ้ำไป มีการจดชื่อกันแล้ว แต่เงินยังไม่จ่าย บางพื้นที่ก็จ่ายไปแล้วหัวละ 500 บาท ในขณะที่ราคากลางในการซื้อเสียงรอบนี้ อยู่ที่หัวละ 1,000 บาท ทำให้หลายคนสงสัยว่า จากตัวเลขหัวละ 1,000 บาท แต่ได้รับจากหัวคะแนนหรือหัวจ่ายคนละ 500 บาท จึงมีการทวงถามกันว่า 500 บาทหายไปไหน หรือว่าจะมีการจ่ายก๊อก2 ตามมาอีก ซึ่งถ้าหากว่าจะมีการหักค่าหัวคิว ผู้สมัครได้จ่ายให้หัวคะแนนเป็นค่าบริหารจัดการคนละ 10,000 บาทแล้ว จึงเป็นข้อสงสัยและคาใจชาวบ้าน



“เพราะฉะนั้นอยากให้ กกต. ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ควรจะทำงานเชิงรุก สามารถหาข้อมูลได้ไม่ยาก ถ้าอยากจะแนะนำว่า แหล่งที่หาข้อมูลได้ดีที่สุด นอกจากจะไปเดินตามชุมชน หรือบ้านเรือนประชาชนแล้ว ยังมีร้านกาแฟเป็นแหล่งข้อมูล ลงทุนกินกาแฟแก้วละไม่เกิน 20 บาท จะได้ข้อมูลที่คุ้มค่าไม่ใช่นั่งอยู่ที่สำนักงาน กกต. แล้วบอกว่าได้ยินแต่กระแสการซื้อเสียง แต่ไม่มีใครมาแจ้งเลย ขอให้ทำงานเชิงรุก จะได้ข้อมูล ตอนนี้มีการจ่ายกันบ้างแล้ว เพราะเข้าโค้งสุดท้าย ขอย้ำว่าใครที่ได้เงินไม่ครบ 1,000 บาทต่อคะแนนเสียง ให้ไปทวงจากหัวคะแนน ตอนนี้ใช้หัวคะแนน 3 ส่วน คือ 1. อสม. แต่ไม่ใช่ทุกคน เพราะ อสม. เป็นเครือข่ายที่ซื้อเสียงมีประสิทธิภาพมากที่สุด 2. ผู้ใหญ่ กำนัน ภายใต้กลไกอำนาจรัฐ จากผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ นายอำเภอ สั่งการและเคลื่อนไหวกันแล้ว 3. สมาชิก อบต. นายก อบต. มีบัญชียังอยู่ในมือ นำไปเสนอให้กับผู้สมัคร สส. หรือมีการจดชื่อกันใหม่ กกต. จะต้องดำเนินการเร่งรัด ก่อนการซื้อเสียงจะออกเงินมากกว่านี้ ตอนนี้ออกก๊อก 1 แล้ว ยังมีก๊อก2 และก๊อก3 ตามมาอีก” นายเทพไท กล่าวย้ำ

...