กองทัพบกปฏิเสธข้อกล่าวหากัมพูชา อ้างไทยละเมิดอธิปไตยและความเสียหายต่อโบราณสถาน ยืนยันปฏิบัติภารกิจภายใต้กฎหมายสากล ย้ำพื้นที่อยู่ในเขตอธิปไตยของไทย



วันที่ 24 ม.ค. 2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีโฆษกรัฐบาลกัมพูชา เผยแพร่แถลงการณ์ กล่าวอ้างการละเมิดอธิปไตยและความเสียหายต่อโบราณสถานในพื้นที่ชายแดน ว่า ฝ่ายไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว กองทัพบกยืนยันว่าการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ปราสาทตาควาย ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่อานม้า เป็นไปภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติทางทหาร และหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องอธิปไตยของประเทศ การดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว เป็นการปฏิบัติภายในเขตอำนาจอธิปไตยของไทย เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยให้แก่กำลังพลและประชาชน มิใช่การรุกรานหรือการยั่วยุตามที่ถูกกล่าวอ้าง ในประเด็นความเสียหายของโบราณสถาน กองทัพบกย้ำว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญและเคารพคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในหลายพื้นที่ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร และใช้เป็นที่ตั้งยิงของอาวุธยิงหลายประเภททำการโจมตีคุกคามทำร้ายทั้งทหารและประชาชน พลเรือนฝ่ายไทย ซึ่งมีหลักฐานข้อพิสูจน์เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนจึงส่งผลให้สถานที่ดังกล่าว สูญเสียสถานะการคุ้มครองตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ โดยนับเป็นการกระทำโดยฝ่ายกัมพูชาเอง ซึ่งกองทัพไทยจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันตนเองเพื่อคุ้มครองชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนไทยตามหลักสากล โดยไม่มีเจตนามุ่งทำลายโบราณสถานหรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด


พล.ต.วินธัย กล่าวว่า สำหรับกรณีการประดิษฐานพระพุทธรูปในพื้นที่อานม้า เป็นการดำเนินการภายใต้กรอบเสรีภาพทางศาสนาและความเชื่อ รวมถึงการเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ของไทย มิได้มีเจตนาลบหลู่หรือกระทบต่อความเชื่อของฝ่ายใดอย่างที่กัมพูชาพยายามบิดเบือน ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงยึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งผ่านกระบวนการสันติวิธี และพร้อมใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ควบคู่กับการรักษาความพร้อมอย่างเต็มขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชานำเสนอข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ควรกล่าวหา หรือมุ่งทำลายภาพลักษณ์ฝ่ายไทยด้วยข้อมูลเท็จฝ่ายเดียว ซึ่งอาจทำให้สังคมทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เกิดความเข้าใจผิดได้ และที่สำคัญอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือที่กำลังอาจจะมีขึ้นในอนาคตได้

...