“แพทองธาร” ลงพื้นที่แม่กำปองช่วย “จักรพล” หาเสียงยกระดับ OTOP “หมอมิ้ง” โต้ข้อครหานโยบาย “สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน” เป็นการแจกเงิน แจงเป็น “การหาเงินให้รัฐ” ยกไต้หวันทำสำเร็จมาแล้ว


วันที่ 24 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 17.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงการลงพื้นที่ช่วย นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผู้สมัคร สส. เขต 3 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยว่า “หมู่บ้านแม่กำปอง กับ พี่ท็อป จักรพล ตั้งสุทธิธรรม หมู่บ้านแม่กำปอง กับ การพัฒนาชุมชนเชิงอนุรักษ์ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวอย่างเคารพวิถีชุมชนและอย่างยั่งยืน สิ่งที่พี่ท็อปอยากผลักดันต่อ คือการต่อยอด OTOP ร่วมกันไปกับการยกระดับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้สินค้ามีคุณภาพขึ้น สวยงามขึ้น ทำตลาดได้มากขึ้น และขายได้ในราคาที่สูงขึ้น ชาวบ้านได้ Upskill Reskill พัฒนาทักษะในทุกระดับ ทำให้แม่กำปองเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ทุกคนอยากมาท่องเที่ยวกัน เชียงใหม่ เขต 3 ฝากพี่ท็อป เบอร์ 8 ไว้ในอ้อมใจเจ้า”


...

“หมอมิ้ง” โต้ข้อครหานโยบาย “สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน”

ด้าน นพ. พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เปิดเผยถึงเจตนารมณ์ของนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน” ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า นโยบายนี้กำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการแจกเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริงคือ “การหาเงินให้รัฐ” โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวัน ที่ใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ (Uniform Invoice Lottery) จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อปี


นพ. พรหมินทร์ ระบุว่า หากประเทศไทยสามารถดึงเม็ดเงินภาษีเข้าระบบได้เพิ่มขึ้นเพียง 10% กว่า จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มถึงปีละ 1 แสนล้านบาท ในขณะที่ใช้งบประมาณในการจัดทำรางวัลเพียงปีละ 3,285 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในปัจจุบันที่มีมูลค่า 8-9 แสนล้านบาทต่อปี


“เราไม่ได้แค่สร้างเศรษฐีใหม่ แต่เรากำลังสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปพัฒนาประเทศให้ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือ รัฐจะได้ข้อมูล (Data) มหาศาลในการนำมาใช้กับเทคโนโลยี AI เพื่อวางแผนนโยบายรัฐให้แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น” นายแพทย์พรหมินทร์ กล่าว


ทั้งนี้ นโยบายนี้ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษีอย่างละมุนละม่อม โดยใช้แรงจูงใจด้านรางวัลมาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังของไทยในระยะยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นโยบายดังกล่าวพรรคเพื่อไทยได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดไว้ในเว็บไซต์ของพรรค โดยระบุว่า นโยบายนี้จะทำการออกรางวัลเงินล้านทุกวัน วันละ 9 รางวัล รางวัลละ 1 ล้านบาท โดยใช้ระบบการหมุนเลขรางวัลจากเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และเลขในใบเสร็จ e-Receipt ซึ่งครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ได้แก่ กลุ่มผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้ (1 รางวัล), กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป (1 รางวัล), กลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน (1 รางวัล), กลุ่มอาสาสมัครภาคประชาชน เช่น อสม., อาสากู้ภัย, ทสม. และอาสาสมัครหน่วยงานราชการที่ไม่มีเงินเดือนประจำ (1 รางวัล) และ กลุ่มผู้ซื้อสินค้าและบริการที่มีใบเสร็จ VAT อีกจำนวน 5 รางวัล โดยประชาชนสามารถสะสมสิทธิ์ได้จากการขอใบเสร็จทุกการจับจ่ายโดยไม่มีมูลค่าขั้นต่ำ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าไปจนถึงร้านค้าขนาดเล็ก ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจครัวเรือนและสร้างโอกาสเปลี่ยนชีวิตให้ประชาชนแล้ว รัฐบาลจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัยเพื่อใช้ AI ในการออกแบบนโยบายความช่วยเหลือให้ตรงจุดและเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด