“อภิสิทธิ์” เดินสายปราศรัยใหญ่ภาคตะวันออก ย้ำอดีตนายกฯ ประชาธิปัตย์ 4 คน ไม่เคยมีคดีโกง ด้าน “ชวน” ลุยหาเสียง กทม. เขต 6 มั่นใจ พรรคฟื้นแน่ ยันไม่ใช่พรรคอะไหล่ให้ใคร ค้านไม่ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย เหตุเลือกปฏิบัติคนใต้


วันที่ 23 มกราคม 2569 บรรยากาศการเมืองภาคตะวันออก คึกคัก เมื่อพรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมคณะ และผู้สมัคร สส.พรรค ขึ้นเวทีนำเสนอนโยบายและทิศทางการพัฒนาประเทศ ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมรับฟังอย่างคึกคัก โดยนายอภิสิทธิ์ย้ำว่า การพัฒนาประเทศต้องไปไกลกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ความสุจริต และคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กัน


นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ภาคเกษตรของไทยจำเป็นต้องพัฒนาอย่างครบวงจร ไม่ใช่เพียงการใช้เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีการผลิต แต่ต้องดูแลตั้งแต่ระบบน้ำ การจัดการทรัพยากร ไปจนถึงมาตรฐานคุณภาพสินค้า โดยยกตัวอย่างกรณีทุเรียนซึ่งปัจจุบันให้ผลผลิตดี แต่ยังประสบปัญหาด้านน้ำและการรับรองคุณภาพ ส่งผลให้การส่งออกไปตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ต้องเผชิญอุปสรรคจากข้อกำหนดเรื่องสารตกค้างและความปลอดภัย

...


นายอภิสิทธิ์ระบุว่า รัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การจัดหาแหล่งน้ำ การบริหารต้นทุน ไปจนถึงการตั้งห้องปฏิบัติการและแล็บตรวจสอบมาตรฐานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถพิสูจน์คุณภาพสินค้าได้ทันที ลดภาระเกษตรกร และเพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาด พร้อมผลักดันให้สินค้าการเกษตรไทยมีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ โดยตั้งเป้าให้ผลไม้จากระยอง ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ หรือมังคุด เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัย


พร้อมกันนี้ นายอภิสิทธิ์ยังย้ำถึงการนำนโยบายประกันรายได้เกษตรกรกลับมา เพื่อสร้างหลักประกันว่าเกษตรกรจะไม่ขาดทุนจากการผลิต และเสริมด้วยมาตรการช่วยเหลือต้นทุนในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ โดยยืนยันว่าเป้าหมายไม่ใช่การอุดหนุนระยะสั้น แต่คือการทำให้ภาคเกษตรยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว


สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ต้องเป็นพื้นที่สร้างเศรษฐกิจใหม่ ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร นวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ทำงานในรูปแบบใหม่ เช่น การค้าออนไลน์ การสร้างคอนเทนต์ และสตาร์ตอัป ควบคู่กับการดูแลสวัสดิการแรงงาน ความมั่นคงในการทำงาน และการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริงกับคนในพื้นที่


ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ยังย้ำจุดยืนด้านความสุจริต โดยระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 4 คน ไม่เคยมีคดีคอร์รัปชัน พร้อมยืนยันว่าการปราบปรามการทุจริตต้องเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ เพราะหากประเทศยังติดกับดักคอร์รัปชัน เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง พร้อมเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวระยองและทั่วประเทศ ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ อย่างพร้อมเพรียง โดยระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงประเทศ เลือกการเมืองสุจริต เลือกเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และเลือกอนาคตที่มั่นคงให้กับคนไทยทุกช่วงวัย


“ชวน” ลุยหาเสียง กทม. เขต 6 มั่นใจ พรรคฟื้นแน่


ด้านนายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6 เบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์ ที่ซอยประชาสงเคราะห์ 16 และปากซอยประชาสงเคราะห์ 6 เขตดินแดง กทม. โดยนายชวนเดินเท้าพบปะประชาชนในพื้นที่และหยุดปราศรัยขอคะแนนเป็นจุดๆ โดยนายชวน กล่าวปราศรัย ตอนหนึ่งว่า ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่จ.นครศรีธรรมราช คนที่ได้คะแนนน้อยสุด คือนายราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ที่ไม่ใช้เงิน ตนบอกผ่านพรรคพวกไปว่า อย่าใช้เงินเลยเพราะคนนครศรีธรรมราชไม่รับเงิน ถ้าได้เป็น สส. ไม่น่าภูมิใจเพราะใช้เงินซื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อการเมืองให้บ้านเมืองเสื่อมทรุดเพราะการทุจริต ที่สุดบ้านเมืองไปไหนไม่รอด


ลั่น “ประชาธิปัตย์” ไม่ใช่พรรคอะไหล่ให้ใคร


“สมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มีคนดีๆ ลาออกจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสาธิต ปิตุเตชะ รวมถึงคุณหญิงกัลยา โสภณพณิช เหลือตนอยู่คนเดียว เพราะหากตนออกไปด้วยพรรคก็คงหมด เพราะเขาตั้งใจทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเล็ก และหัวหน้าพรรคจะได้เป็นรัฐมนตรีทุกสมัย ไปร่วมรัฐบาลกับโจร หากโจรตั้งรัฐบาล ไปร่วมรัฐบาลกับพระ หากพระตั้งรัฐบาล คือไปได้หมด ไม่มีหลัก เป็นอะไรก็ได้ ขอให้ผู้บริหารพรรคได้เป็น เพราะเขาไม่ต้องการพรรคใหญ่ ในที่สุดคนที่เป็นสมาชิกพรรค ทนไม่ได้ก็ทยอยลาออก และในที่สุดนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ก็ลาออกจากหัวหน้าพรรค ส่วนคนที่ลาออกไปก่อนหน้านี้ก็กลับมา จากการฟื้นตัวรอบนี้ มีความหวังที่จะได้ สส.เพิ่มขึ้น แต่สำหรับผมอยากให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าต่อ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรอง หรือ พรรคประกอบ ที่ผู้บริหารพรรคฯชุดเก่าต้องการทำให้เป็น ซึ่งผมถือว่าผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้พรรคจะได้ สส.กี่คน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรอง ไม่ใช่พรรคที่จะเป็นรัฐบาลกับเขาทุกยุคทุกสมัย ร่วมกับใครก็ได้” นายชวน กล่าว


ไม่ร่วมรัฐบาลเพื่อไทย เหตุเลือกปฏิบัติคนใต้


นายชวน กล่าวต่อว่า ตนคัดค้านอย่าไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เคยเลือกปฏิบัติกับคนภาคใต้ เขาไม่พัฒนาภาคใต้ เลือกพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกเขา สุดท้ายการเลือกตั้งรอบนั้น พรรคเพื่อไทยได้ สส.หมดทั้ง 140 กว่าคน ทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ อีสาน ภาคกลาง และ กทม.ยกเว้นภาคใต้ที่ไม่ได้ สส.แม้แต่คนเดียว ดังนั้นเราไม่สามารถทรยศกับชาวบ้านได้ เพราะรณรงค์ไม่ให้เลือก แต่พอเขาเป็นนายกฯ กลับไปยกมือให้เขาเท่ากับว่า เราทรยศหักหลังประชาชน

ครั้งนี้ ตนคิดว่า สิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง ทำอย่างไรให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ สส.หลายคน ซึ่งเชื่อว่า สส.บัญชีรายชื่อ ดีขึ้นแน่ ครั้งก่อนได้ 3 คน เที่ยวนี้คาดว่าจะเพิ่มกว่าเดิมอีกหลายเท่า ส่วนจะกี่เท่าขึ้นอยู่กับประชาชน ที่จะบอกกับญาติพี่น้องที่บ้านแต่ละคน ใครรับผิดชอบจังหวัดไหนก็ขอให้ช่วยกัน