“ประเสริฐ” ฟ้องกลับ “ศุภชัย” หมิ่นประมาท ปม MOU ดีอี-บริษัทสิงคโปร์ มองมีเจตนาให้ตนและพรรคเพื่อไทยเสียหาย เผยศาลรับคำฟ้องไว้แล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจมีความพยายามทำให้ประเด็นต่างๆ เป็นประเด็นการเมือง ทำลายฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกรณีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับบริษัทประเทศสิงคโปร์ ตนได้ยื่นฟ้องนายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 21 มกราคม ข้อหาหมิ่นประมาท และความผิด พ.ร.บ.เลือกตั้ง สส. มาตรา 75 (5) ศาลรับคำฟ้องไว้แล้ว นายศุภชัยแถลงข่าวบิดเบือน ใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ กล่าวหาตนทำผิดกฎหมายลงนามเอ็มโอยู นำข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ในเพจพรรคภูมิใจไทย มีเจตนาให้ตนและพรรคเพื่อไทยเสียหาย ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย นายศุภชัย เป็นนักกฎหมายย่อมทราบว่า การใส่ร้ายในช่วงที่ กกต. ประกาศเลือกตั้งเป็นการบิดเบือน ใส่ร้าย ศาลนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 23 มีนาคม นี้ ส่วนกรณีได้รับหนังสือจากกระทรวงดีอีให้ไปชี้แจงการลงนามเอ็มโอยูนั้น เป็นความพยายามดิสเครดิตทางการเมือง รายชื่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายการเมือง ส่งหนังสือเรียกถึงตนวันที่ 21 มกราคม ให้ไปชี้แจงวันที่ 22 มกราคม มีเวลา 1 วัน ไม่เพียงพอเตรียมเอกสาร เป็นการดำเนินการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
เพื่อไทย ขู่เช็กบิล ข้าราชการ วางตัวไม่เป็นกลาง
ขณะที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงถึงการใช้กลไกราชการช่วยอำนวยการเลือกตั้งของพรรคการเมืองว่า ขณะนี้มีการใช้กลไกข้าราชการอำนวยประโยชน์การเลือกตั้ง อยากให้ข้าราชการเป็นกลาง โปร่งใสในการเลือกตั้ง ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการว่า มีกลไกราชการเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมือง เช่น จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน มีนายอำเภอบางอำเภอ รัฐมนตรีช่วยหรือรัฐมนตรีในกระทรวงที่มีอำนาจเรียกข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปหารือถึงในอำเภอ มอบหมายให้นำเสื้อพรรคการเมืองไปแจก ไม่เกรงกลัวกฎหมายเลือกตั้ง เป็นเรื่องร้ายแรงมากบั่นทอนระบอบประชาธิปไตย อยากให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง บางส่วนอาจยอมรับอามิสสินจ้าง เกรงกลัวอิทธิพล แต่ขอให้ปกป้องความยุติธรรมการเลือกตั้ง ไม่ต้องกังวลอำนาจทางการเมือง อำนาจการเมืองมาแล้วก็ไป เป็นเรื่องชั่วคราว หากไม่สามารถสำนึกได้ แกะดำเพียงไม่กี่คน จะทำให้ข้าราชการทั้งหมดเสื่อมเสีย หากเราได้กลับเข้ามา สิ่งที่ทำอะไรไว้ ถ้ามีหลักฐานก็จะไม่ปล่อยวาง ทำให้เป็นตัวอย่าง ไม่อยากเห็นข้าราชการถูกใช้ในทางการเมือง
...
ปูด 26 จังหวัด เลือกตั้งล่วงหน้ามากผิดปกติ
ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการเปิดศูนย์ปราบโกงการเลือกตั้งว่า ภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยเปิดศูนย์ปราบโกงเลือกตั้งได้ทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง รับเรื่องร้องเรียนประมาณ 61 เรื่อง พบว่า มีข้อมูลที่มีมูลมีเป็นจำนวนมากกว่าไม่มีมูล ส่วนใหญ่เป็นการแจกสิ่งของ ทรัพย์สิน ใส่ร้ายด้วยความเท็จ ล้วนเป็นการทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง ทางศูนย์ฯได้นำเรื่องที่มีมูลทั้งหมดมายกร่างคำร้องเพื่อแจ้งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในแต่ละจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ได้แจ้งเรื่องร้องเรียนไปแล้ว 7 เรื่อง เช่น ปทุมธานี สตูล สุพรรณบุรี บึงกาฬ กทม. โดยเฉพาะ กทม. มี 3 เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการให้ทรัพย์สิน
ฝาก กกต. พิจารณาด้วยความรวดเร็ว นอกจากนี้ศูนย์ปราบโกงพรรคเพื่อไทยนำข้อมูลลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชน มาวิเคราะห์พบว่า มี 26 จังหวัด มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามากผิดปกติจากการเลือกตั้งปี 2566 เกินกว่า 100% เช่น จ.พะเยา มีประชาชนลงทะเบียนปี 2566 จำนวน 5,717 คน ปี 2569 ลงทะเบียน 13,034 คน เพิ่มขึ้น 127.9% ส่งสัญญาณซื้อเสียงล่วงหน้า ซื้อเสียงข้ามเขต โดยใน 26 จังหวัด เช่น กทม. ขอนแก่น เชียงใหม่ นครปฐม นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ หรือปทุมธานี ศูนย์ปราบโกงจะแจ้งไปที่ผู้สมัคร สส.ให้แต่งตั้งผู้สังเกตการณ์ ไปสังเกตการณ์กระบวนการลงคะแนนวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์ ขอให้ กกต. เพิ่มความสนใจเรื่องนี้ด้วย