ไทยรัฐโพล เผยผลสำรวจรับศึกเลือกตั้ง 69 เสียงสะท้อนจากผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ เทหมดหน้าตักให้ “พรรคประชาชน” จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ชี้ชัดต้องการความเด็ดขาดเพื่อแก้โจทย์หินเรื่อง “ปากท้อง”

ไทยรัฐโพล เปิดผลสำรวจผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ ถึงประเด็น “การจัดตั้งรัฐบาลในฝัน กับสูตรการเมืองที่คุณอยากเห็น” ผลปรากฏว่า คนไทยเทหมดหน้าตักให้ “พรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว” กวาดความนิยมทะลุถึง 42.90 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งห่างอันดับ 2 กับสูตรจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ กว่า 2 เท่าตัว

ถ้าการเมืองไทย คือ เกมกระดานหมากรุก ผลสำรวจความคิดเห็นจากไทยรัฐโพลล่าสุดนี้ ภายใต้หัวข้อ “การจัดตั้งรัฐบาลในฝัน” ก็เปรียบเสมือนสัญญาณบอกเหตุว่าผู้เล่นกระดานนี้กำลังคิดอะไรอยู่

ผู้ตอบแบบสอบถามสูงสุด 55,505 คน ในหัวข้อ “การจัดตั้งรัฐบาลในฝัน กับสูตรการเมืองที่คุณอยากเห็น” ตัวเลขที่จะได้เห็นหลังจากนี้ได้ฉายภาพความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่สะท้อนว่าประชาชน เริ่มเบื่อหน่ายสมการการเมืองแบบเดิม และกำลังมองหา “ความเด็ดขาด” เพื่อเข้ามาแก้ “วิกฤตปากท้อง” อย่างจริงจัง ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

ปรากฏการณ์ “รัฐบาลพรรคเดียว” คือความฝันใหม่

ผลโพลชี้ชัดว่ายุคสมัยของการ “แบ่งเค้ก” อาจกำลังจะจบลง เมื่อประชาชนกว่า 42.90% เทใจให้สูตร “พรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว” ซึ่งทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างสูตร “รัฐบาลแห่งชาติ” (17.08%) ถึงเกือบ 3 เท่าตัว

ตัวเลขนี้สะท้อน “ความเข็ดขยาด” ต่อระบบพรรคร่วมรัฐบาลที่มีการต่อรองผลประโยชน์ จนกระทบต่อเสถียรภาพและการผลักดันนโยบาย

ขณะที่สูตรผสมข้ามขั้วอย่าง “ภูมิใจไทย + ประชาธิปัตย์” ตามมาในอันดับ 3 เป็นจำนวน 11.29% ส่วน “พรรคเพื่อไทย จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว” ได้รับความนิยมอยู่ที่ 9.27% ในอันดับ 4

ส่วน “พรรคประชาชน + พรรคเพื่อไทย” อันดับ 5 และ “พรรคภูมิใจไทย จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว” อันดับ 6 ที่ 8.67% และ 4.91% ตามลำดับ ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นว่าโมเมนตัมทางการเมืองกำลังเหวี่ยงไปหาขั้วอำนาจใหม่อย่างมีนัยสำคัญ

บิ๊กดาต้า Wisesight ย้ำกระแสออนไลน์พรรคประชาชนครองพื้นที่เกือบครึ่ง

ความนิยมจากผลโพลมหาชนของไทยรัฐออนไลน์ในครั้งนี้ สอดรับอย่างเด่นชัดกับข้อมูลการเก็บสถิติบนโลกออนไลน์โดย บริษัท Wisesight (ประเทศไทย) จำกัด ผ่านเครื่องมือ Zocial Eye (เก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 - 11 มกราคม 2569) พบว่ามีการพูดถึงการเมืองบนโซเชียลมีเดียสูงถึง 158,459,229 เอนเกจเมนต์ จาก 519,165 ข้อความ  

เมื่อแยกดูพื้นที่บนแพลตฟอร์ม พบว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่หลักที่ครองการถ่ายทอดข่าวสารการเมือง 65.07% (336,414 ข้อความ) สร้างเอนเกจเมนต์ได้ราว 71 ล้านครั้ง ขณะที่ TikTok พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับสองที่ 10.57% (54,666 ข้อความ) แต่กวาดยอดเอนเกจเมนต์ได้สูงถึงกว่า 62 ล้านครั้ง ซึ่งใกล้เคียงกับ Facebook ทั้งที่มีจำนวนโพสต์น้อยกว่าถึง 6 เท่า สะท้อนว่าคอนเทนต์รูปแบบวิดีโอสั้นเข้าถึงพฤติกรรมผู้ใช้งานยุคนี้ได้อย่างรวดเร็ว ส่วน YouTube ตามมาเป็นอันดับ 3 ที่ 10.41% (53,809 ข้อความ) สร้างได้ 4 ล้านเอนเกจเมนต์  

ในส่วนของความนิยมรายพรรค "พรรคประชาชน" สามารถสร้างปรากฏการณ์ครองพื้นที่สื่อออนไลน์เกือบครึ่งหนึ่ง กวาดยอดเอนเกจเมนต์ไปมากกว่า 70 ล้านครั้ง สิ่งที่ทำให้พรรคโดดเด่นในโลกดิจิทัลคือการตั้งคำถามกับโครงสร้างเดิม เช่น ประโยคของ ส.ส.ไอซ์-รักชนก ศรีนอก ที่กล่าวว่า "ทหารมีไว้ทำไม" ซึ่งกลายเป็นไวรัลทั่ว TikTok แม้การลงพื้นที่หาเสียงจะเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งกรณีของ "เท้ง ณัฐพงษ์" ที่ถูกแม่ค้าในจังหวัดขอนแก่นไล่เพราะไม่พอใจปมแก้ ม.112 (ยอดเอนเกจเมนต์กว่า 2.3 แสนครั้ง) หรือเหตุการณ์ที่ ส.ส.ไอซ์ เผชิญหน้ากับประชาชนในตลาดต้นสัก แต่พรรคประชาชนก็พยายามเดินหน้าสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการเปิดตัวทีมงานมืออาชีพอย่าง รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน ในตำแหน่งว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งได้รับเอนเกจเมนต์ไปมากกว่า 1.1 แสนครั้ง อีกทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เดินหน้าปราศรัยก็กวาดยอดเอนเกจเมนต์ไปมากกว่า 1.1 แสนครั้งเช่นกัน

“ณัฐพงษ์” นำโด่ง ว่าที่นายกฯ ในใจประชาชน

เมื่อถามถึงตัวบุคคลที่จะมาเป็นผู้นำ หรือนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในปี 2569 ผลโพลสอดคล้องกับความนิยมของพรรค โดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับความไว้วางใจสูงสุดแบบทิ้งห่างคู่แข่งถึง 45.27% ตามมาเป็น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตัวแทนฝ่ายอนุรักษนิยม สร้างเซอร์ไพรส์ขยับขึ้นมาอันดับที่ 2 ที่ 14.57%

ส่วน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 13.77% ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 แซง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่เข้ามาเป็นอันดับ 4 10.40% และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อันดับ 5 ที่ 5.28% ตัวเลขนี้ชี้ว่า “ผู้นำรุ่นใหม่” ยังคงเป็นคำตอบของคนส่วนใหญ่ ในขณะที่นักการเมืองรุ่นเก๋าที่รู้จักกัน มีคะแนนความนิยมที่ลดหลั่นลงไป

ทั้งนี้ยังมีไม่น้อยที่เป็นผู้ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจถึง 4.99% และรอขอตัดสินใจหลังดู ไทยรัฐดีเบต ครั้งที่ 2 ก่อนที่ 2.54%

“ปากท้อง” คือเรื่องสำคัญที่สุด

แม้กระแสการเมืองเรื่องโครงสร้าง และรัฐธรรมนูญจะร้อนแรงในหน้าสื่อแต่ “ความจริงในใจประชาชน” กลับเป็นเรื่องการอยู่รอด เพราะผลจากไทยรัฐโพลเผยให้เห็นว่าเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ประชาชนต้องการจากรัฐบาลใหม่ คือ “แก้ปัญหาปากท้อง/เศรษฐกิจ เช่น เงินดิจิทัล, ค่าแรง, ลดค่าครองชีพ” สูงถึง 61.17%

ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างการ “แก้ไขรัฐธรรมนูญ” ที่ 22.17% ไปเกือบ 3 เท่าตัว และ “ตระบัดสัตย์/ข้ามขั้ว” อยู่ที่ 9.29% ในอันดับ 3 ไปอีกหลายเท่าตัว

รวมถึงนโยบายการกระจายอำนาจ และการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ (3.20%) สวัสดิการที่ดูแลตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน (2.91%) และนิรโทษกรรมนักโทษการเมือง (1.27%) ในอันดับ 4 - 6 ตามลำดับ ที่ยังได้รับความสนใจ และเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเลือกตั้ง 2569 ในครั้งนี้ จากประชาชน

เมื่อเจาะลึกข้อมูลประชากร เฉพาะผู้ที่ระบุข้อมูล พบความน่าสนใจว่าเสียงสะท้อนครั้งนี้มีน้ำหนักมาจาก กลุ่มวัยทำงานตอนปลาย อายุ 46-59 ปี (29.20%) มากที่สุด ตามมาด้วยกลุ่มผู้สูงวัย 60 ปีขึ้นไป (24.76%) และ 26-35 ปี (16.52%) ซึ่งรวมกันแล้วเกินครึ่งของผลสำรวจ ขณะที่คนอายุ 36-45 ปี มีสัดส่วนอยู่ที่ 16.28% และ อายุ 18-25 ปี อยู่ที่ 13.24%

โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน “กรุงเทพฯ และปริมณฑล” สูงถึง 44.28% ตามมาด้วยภาคกลาง 18.01% ภาคอีสาน 16.48% ภาคเหนือ 12.08% และภาคใต้ 9.15%

ผลโพลจากไทยรัฐโพลนี้ชี้ชัดว่า คนไทยในปี 2569 ไม่ได้ต้องการแค่ “ใครก็ได้” มาเป็นรัฐบาล แต่พวกเขาต้องการ เสถียรภาพ ผู้นำที่สดใหม่ และการแก้ปัญหาที่ตรงจุดอย่างชัดเจน