“เท้ง ณัฐพงษ์” โชว์ภาษาเหนือ อ้อนชาวลำปาง “กึ๊ดเติงหาเท้งก่ครับ” ลั่นเลือกตั้งครั้งนี้ได้เป็นรัฐบาลแน่ หลังแม่ค้าพ้อเลือกไปก็แพ้เสียงสว. ชาวบ้านแห่ชม ตัวจริงหล่อมาก ตั้งเป้ากวาดลำปางทั้ง 4 เขต ไม่กังวลเปิดชื่อ สส. เอี่ยวสแกมเมอร์ ย้ำเจอเทาเราจัดการ
วันที่ 22 ม.ค. 2569 เวลา 16.30 น. ที่ตลาดสดอัศวิน ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ช่วย นางทิพา ปวีณาเสถียร ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 1 พรรคประชาชน หาเสียง
โดยบรรยากาศการเดินหาเสียงช่วงหนึ่ง ก็มีแม่ค้าสะท้อนปัญหากับนายณัฐพงษ์ว่าตนเป็นคนบุรีรัมย์ แก่แล้วไม่ได้สวัสดิการรัฐแม้จะมีบัตรประชาชน เป็นคนที่ตกหล่น นางทิพา ผู้สมัคร สส. จึงบอกว่าให้เลือกพรรคประชาชนเพราะเรามีสวัสดิการผู้สูงอายุถ้วนหน้า ก่อนจะแนะนำนายณัฐพงษ์ ว่าเป็นหัวหน้าพรรคที่จะมาแก้ปัญหาเรื่องนี้
ขณะที่แม่ค้าอีกร้านหนึ่ง บอกว่า เคยเห็นในทีวีทุกวัน พร้อมชมว่าตัวจริงหล่อมาก แต่ก็มีแม่ค้าที่ห่วงว่าเลือกไปก็จะแพ้เสียงสว. นายณัฐพงษ์จึงอธิบายว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีสว.แล้ว เลือกแล้วได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
จากนั้นนายณัฐพงษ์ได้แวะร้านขายส้ม ก่อนจะบอกว่ารอบนี้มีความหวังเรามีนโยบายดี ๆ มาฝาก แม่ค้าร้านขายส้มจึงตอบว่ารอบนี้เลือกแน่นอน
เมื่อเดินมาสักระยะหนึ่งผู้สื่อข่าวจึงถามนายณัฐพงษ์ว่าฟังภาษาเหนือออกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ยิ้มพร้อมกล่าวว่า พอฟังออกแต่พูดไม่เก่ง พูดได้น้อยมาก พร้อมกับพูดภาษาเหนือโชว์ว่า “กึ๊ดเติงหาเท้งก่อครับ” (คิดถึงเท้งไหมครับ)
หลังจากนั้นนายณัฐพงษ์ได้พาผู้สมัครเดินหาเสียง พร้อมนำเสนอนโยบายของพรรค และเชิญชวนให้ประชาชนเข้าคูหาไปเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพร่วมกับนายณัฐพงษ์ตลอดทาง
...
พรรคประชาชนตั้งเป้ากวาดลำปางทั้ง 4 เขต
จากนั้นนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดลำปางว่า พื้นที่ภาคเหนือว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมายการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ต้องขอบคุณชาวลำปางที่ไว้วางใจ ทำให้พรรคก้าวไกลได้รับเลือก สส. 3 จาก 4 เขต ครั้งนี้ในนามพรรคประชาชนตั้งเป้าให้ได้ทั้ง 4 เขต ทำให้พรรคประชาชนได้ สส.มากที่สุดเพื่อให้มีความเข้มแข็งในสภา พอที่จะตั้งรัฐบาลประชาชนได้
ส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งคราวที่แล้วมาจากกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนก็ยังคงผลักดันนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุหลายอย่าง ให้รอบ เช่นเบี้ยผู้สูงอายุที่จะปรับทันที 1,000 บาท ถ้วนหน้า ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป ทั้งยังจะยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ
เมื่อถามว่าผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคประชาชนส่งเข้ามาจะสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ มั่นใจว่าผู้สมัครคนเดิมที่ยังไม่ได้ย้ายไปไหนก็ยังคงทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่วนเขตเดิมที่ย้ายพรรคไปอาจเพราะเหตุผลส่วนตัว แต่ก็ยังมั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่ ให้ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจกับจุดยืน อุดมการณ์ และนโยบายของพรรคประชาชน จึงไม่ใช่อุปสรรคที่จะทำให้ชนะทั้ง 4 เขต
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าต้องทำความเข้าใจให้กับประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วคะแนนเขตน้อย หากทำให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญ เลือกพรรคประชาชนทั้งสองใบ ก็จะทำให้มี สส.มากพอตั้งรัฐบาลของประชาชนได้
ไม่กังวลเปิดชื่อ สส. เอี่ยวสแกมเมอร์ ย้ำเจอเทาเราจัดการ
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ที่จะมีการเปิดชื่อ สส. มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสแกมเมอร์ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าไม่มีความกังวล หากเจอเทาเราจัดการ คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุนเทาไม่ใช่แค่คนในพรรคประชาชนเท่านั้น ดังนั้นหน่วยงานไหนที่มีข้อมูลขอให้เปิดเผยออกมา
ส่วนกรณีที่ผู้สมัครของพรรคถูกเปิดเผยพฤติกรรมว่าไม่ชดใช้เงินจากที่ยืมมาจำนวน 200,000 บาท นั้น พรรคประชาชนดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาไม่อยากให้ใช้จังหวะนี้ เปิดเผยข้อมูลเพื่อหวังผลทางการเมือง หากมีข้อมูลก็ขอให้เปิดเผยโดยเร็วที่สุด ส่วนตัวเห็นข่าวดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด เชื่อว่าเลขาธิการพรรคประชาชนจะดำเนินการเรื่องนี้แล้ว
เคารพ “เลขาติ่ง” ประกาศลาออกหากได้ สส. ไม่ถึง 200 คน
นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าพรรคประชาชนมีกระบวนการการคัดเลือกที่เปิดกว้างและโปร่งใสมากที่สุด ยังยืนยันในหลักการเดิม หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดก็พร้อมจะดำเนินการทุกอย่างทันที ส่วนกรณีที่นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประกาศว่าหากการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ สส. ไม่ถึง 200 คนจะลาออกจากตำแหน่งนั้น ถือเป็นการแสดงจุดยืนและแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารพรรค ตนเองเคารพในการตัดสินใจของนายศรายุทธ
ส่วนที่พรรคประชาชนออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้นำสำนักงานประกันสังคมออกจากหน่วยงานราชการ นายณัฐพงษ์ ระบุว่าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ กองทุน กบข. ก็บริหารงานโดยเอกชน แต่กองทุนประกันสังคมซึ่งผู้ประกันตนสมทบเข้ามาต้องถูกบริหารโดยระบบราชการ พรรคประชาชนบอกว่าขาดความโปร่งใส เช่น ซื้อตึกในราคาที่แพงเกินจริง นำไปใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น ล่าสุดนำไปสร้างโรงอาหารในกระทรวง เข้าใจได้ว่าเป็นไปตามระบบราชการทุกอย่างแต่ในสายตาประชาชนถูกมองว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้นหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลจะใช้เวลาไม่นานในการแก้กรอบกฎหมาย เพราะพรรคประชาชนมีสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพประกันสังคมแบบใหม่ ที่จะเฉลี่ยเงินเดือนทุกเดือนที่ส่งสมทบตลอดชีพ ที่วางอยู่บนโต๊ะนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมอนุมัติได้ทันทีที่พรรคประชาชน
พร้อมตอบแหล่งเงินนโยบายหาเสียงกับ กกต. ทุกคำถาม
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกคณะกรรมการนโยบายการเมืองเข้าไปชี้แจงบางนโยบายที่ยังไม่มีความชัดเจน ที่มีการใช้เงินเช่น หวยใบเสร็จ และเพิ่มหนี้ผู้สูงอายุ จะกระทบกับการหาเสียงหรือไม่ นายณัฐพงษ์ เชื่อว่าทีมนโยบายของพรรคประชาชน พร้อมตอบทุกข้อซักถาม พิจารณาที่มาที่ไปของแหล่งเงินอย่างครบถ้วนรอบคอบแล้ว